Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

พืชสวนโลกอุดรธานี 2569 เปิดมหกรรมบนพื้นที่ชุ่มน้ำครั้งแรกของโลก รับผู้ชมหลายล้านคน

พืชสวนโลกอุดรธานี 2569 เปิดมหกรรมบนพื้นที่ชุ่มน้ำครั้งแรกของโลก รับผู้ชมหลายล้านคน

จากพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี พื้นที่กว่า 1,000 ไร่กำลังถูกพัฒนาเพื่อรองรับ “งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” หรือ Udon Thani International Horticultural Expo 2026 งานพืชสวนระดับนานาชาติที่ได้รับการรับรองจากสมาคมพืชสวนระหว่างประเทศ (AIPH) และจะเปิดให้เข้าชมเป็นเวลา 134 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570

ความน่าสนใจของงานครั้งนี้ ไม่ได้อยู่เพียงขนาดของพื้นที่หรือจำนวนวันที่จัด แต่เป็นการนำลักษณะเฉพาะของอุดรธานีมาเป็นส่วนหนึ่งของงาน โดยใช้พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นสถานที่จัดมหกรรม และวางเรื่องผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณเป็น 3 แกนหลัก ภายใต้แนวคิด “ความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต: สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณ สู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน” และเป็นงานพืชสวนโลกบนพื้นที่ชุ่มน้ำครั้งแรกของโลก

The Story Thailand มีโอกาสเข้าร่วมฟังบรรยายสรุปการเตรียมความพร้อมของการจัดงาน ร่วมกับคณะผู้เข้าร่วมอบรมในหลักสูตรผู้บริหารยุทธศาสตร์การสื่อสารมวลชนระดับสูงด้านกิจการเสียงและกิจการโทรทัศน์ (บยสส.) รุ่นที่ 5 โดยมี ทองปักษ์ ไทธานี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดอุดรธานี และ ศิริพร ถินวิชัย นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรอุดรธานี ให้ข้อมูลทั้งที่มาของงาน ความคืบหน้า การเตรียมเมืองเพื่อรองรับผู้มาเยือน ตลอดจนสิ่งที่อุดรธานีคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นจากมหกรรมครั้งนี้

จากเชียงใหม่สู่อุดรธานีพืชสวนโลกครั้งที่ 3 ของไทย

ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพมหกรรมพืชสวนโลกมาแล้ว 2 ครั้ง และทั้ง 2 สองครั้งจัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งแรกคือ มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติฯ ราชพฤกษ์ 2549 หรือ Royal Flora Ratchaphruek 2006 ก่อนที่ประเทศไทยจะกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในปี 2554 ภายใต้ชื่อ Royal Flora Ratchaphruek 2011

มหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 จึงเป็นครั้งที่ 3 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ และเป็นครั้งแรกที่ย้ายพื้นที่จัดงานจากเชียงใหม่มายังภาคอีสาน โดยเลือกพื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด จังหวัดอุดรธานี เป็นสถานที่จัดงาน

เบื้องหลังการเป็นเจ้าภาพ ทองปักษ์ กล่าวว่า ความคิดริเริ่มมาจากจังหวัดอุดรธานีและภาคส่วนต่าง ๆ ในจังหวัดที่ต้องการนำงานมาจัดในพื้นที่ เมื่อเข้าสู่การดำเนินงานซึ่งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านพืชสวน จังหวัดจึงประสานกรมวิชาการเกษตรเข้ามาร่วมดำเนินงาน ทำให้การเตรียมงานเป็นความร่วมมือระหว่างจังหวัด กรมวิชาการเกษตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

การจัดงานเป็นเวลา 134 วันยังเชื่อมโยงกับวาระที่จังหวัดอุดรธานีจะมีอายุครบ 134 ปีในปี 2570 ทำให้ช่วงเวลาของมหกรรมถูกนำมาเชื่อมกับช่วงเวลาสำคัญของจังหวัดด้วย

พื้นที่ชุ่มน้ำ จุดต่างของพืชสวนโลกอุดรธานี

พืชสวนโลกอุดรธานี 2569 เปิดมหกรรมบนพื้นที่ชุ่มน้ำครั้งแรกของโลก รับผู้ชมหลายล้านคน

หัวใจสำคัญของงานอยู่ที่ “พื้นที่ชุ่มน้ำ” เพราะหนองแดไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเป็นสถานที่ตั้งของมหกรรม แต่ถูกนำมาเชื่อมกับแนวคิดและเนื้อหาที่จัดแสดงภายในงาน

ศิริพร กล่าวว่า จุดเด่นของมหกรรมครั้งนี้คือการจัดสวนบนพื้นที่ชุ่มน้ำ พร้อมนำพืชชุ่มน้ำหลายประเภทมาจัดแสดง ทั้งพืชสวยงามและพืชที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์หรือแปรรูป ผู้เข้าชมจึงจะได้เห็นพืชบางชนิดที่อาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าสามารถปลูกและเติบโตในพื้นที่ลักษณะนี้ได้

แนวคิดของงานแบ่งออกเป็น 3 ส่วนที่สัมพันธ์กัน เริ่มจาก “ผู้คน” ซึ่งครอบคลุมการสร้างความรู้เรื่องพืชสวน การส่งเสริมชีวิตสีเขียว ความมั่นคงทางอาหาร และการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตามด้วย “สายน้ำ” ที่เชื่อมกับเกษตรอัจฉริยะ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และเศรษฐกิจหมุนเวียน ส่วน “พืชพรรณ” ครอบคลุมความหลากหลายทางชีวภาพ เกษตรในเมือง เกษตรแนวตั้ง ตลอดจนเทคโนโลยีและนวัตกรรม

1,030 ไร่มีอะไรน่าสนใจในพืชสวนโลกอุดรธานี

พืชสวนโลกอุดรธานี 2569 เปิดมหกรรมบนพื้นที่ชุ่มน้ำครั้งแรกของโลก รับผู้ชมหลายล้านคน

บนพื้นที่ประมาณ 1,030 ไร่ มหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานีแบ่งพื้นที่ออกเป็น 6 โซนจัดแสดง พร้อม 9 จุดสำคัญ และ 8 กิจกรรม โดยมีพื้นที่จัดแสดงหลากหลาย ตั้งแต่สวนนานาชาติ สวนองค์กร อาคารเรือนกระจก อาคารเฉลิมพระเกียรติ สระบึงบัวและทางเดินพื้นที่ชุ่มน้ำ หมู่บ้านอีสาน สวนไม้กลางแจ้งและสวนผีเสื้อ อาคารจัดแสดงกล้วยไม้ อาคารจัดแสดงต้นกระบองเพชร สวนไม้ดอกไม้ประดับ อาคารจัดแสดงพืชภายในอาคาร ไปจนถึงสนามเด็กเล่น

สวนนานาชาติเปิดให้แต่ละประเทศนำเสนอเรื่องราวผ่านพืชและการออกแบบสวน มีทั้งสวนกลางแจ้งที่สามารถจัดเป็นสวนหรือสวนพร้อมศาลา และพื้นที่ภายในอาคารสำหรับจัดแสดงพืชที่ต้องการสภาพภูมิอากาศแตกต่างจากประเทศไทย ทำให้ผู้เข้าชมมีโอกาสเห็นพืชพรรณและรูปแบบสวนจากสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย

จากข้อมูลที่นำเสนอระหว่างการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2569 มี 20 ประเทศหรือองค์กรเข้าร่วมสวนนานาชาติ แบ่งเป็นพื้นที่จัดสวนภายในและภายนอกอาคาร ส่วนสวนองค์กรมี 13 องค์กรเข้าร่วม ขณะที่ความคืบหน้าด้านการก่อสร้างอาคารและระบบสาธารณูปโภค ณ วันที่ 24 กันยายน 2569 อยู่ที่ 96.31% และการจัดสวนมีความคืบหน้าเกือบ 100%

ทองปักษ์ กล่าวว่า จุดน่าสนใจไม่ได้รวมอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง แต่กระจายอยู่ทั่วงาน ทั้งพืช อาคาร การออกแบบ พื้นที่สำหรับเด็ก และสิ่งจัดแสดงต่าง ๆ แต่ละพื้นที่มีเรื่องราวของตัวเอง ทำให้การมาเที่ยวพืชสวนโลกอุดรธานีไม่ได้จบอยู่ที่การเดินชมสวน แต่ยังมีพื้นที่และกิจกรรมที่รองรับผู้เข้าชมหลายกลุ่มตลอดเส้นทาง

พืชสวนโลกเชื่อมความรู้ นวัตกรรม และธุรกิจ

นอกจากสวนและพื้นที่จัดแสดง พืชสวนโลกอุดรธานียังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ ประเทศที่เข้าร่วมสามารถนำเสนอทั้งพืชสวน วัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์ อาหาร และนวัตกรรม ควบคู่กับการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านพืชสวน

ภายในงานยังมีการสัมมนาและการประชุมวิชาการ ครอบคลุมเรื่องนวัตกรรมด้านพืชสวนและการเกษตร เมล็ดพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความมั่นคงทางอาหาร ความหลากหลายทางชีวภาพ ไม้ผลเมืองร้อนและกึ่งร้อน ไม้ดอกไม้ประดับ เห็ดและสมุนไพร เปิดพื้นที่ให้ผู้เชี่ยวชาญจากหลายประเทศเข้ามาแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกัน

ส่วนมิติทางธุรกิจ งานเปิดพื้นที่สำหรับความร่วมมือทั้งระหว่างธุรกิจกับธุรกิจ (B2B) ธุรกิจกับผู้บริโภค (B2C) และรัฐบาลกับรัฐบาล (G2G) มีทั้งการจับคู่ทางธุรกิจและกิจกรรมทางการค้า เพื่อให้การรวมตัวของประเทศ องค์กร และผู้เชี่ยวชาญจากหลายพื้นที่นำไปสู่เครือข่ายและโอกาสความร่วมมือที่ต่อยอดได้หลังงาน

ทั้งหมดนี้เชื่อมกับเป้าหมายของงานในการแสดงศักยภาพด้านพืชสวนและพื้นที่ชุ่มน้ำของไทย ส่งเสริมเกษตรนวัตกรรม กระตุ้นเศรษฐกิจ และนำเรื่องพืชสวนไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

ผู้ชมหลายล้าน คนสู่รายได้ของเมือง

สิ่งที่อุดรธานีคาดหวังจากมหกรรมครั้งนี้ ไม่ได้อยู่เฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่จัดงาน แต่รวมถึงการเดินทางเข้ามาของผู้คนจำนวนมาก และเม็ดเงินที่จะหมุนเวียนออกไปทั่วจังหวัด

ทองปักษ์ กล่าวว่า เป้าหมายผู้เข้าชมที่วางไว้ตั้งแต่ต้นอยู่ที่ 3.6 ล้านคน ขณะที่รายได้ที่คาดหวังประมาณ 32,000 ล้านบาท ไม่ได้มาจากค่าบัตรเข้าชมเป็นหลัก แต่มาจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเมื่อผู้คนเดินทางเข้ามา ทั้งค่าที่พัก อาหาร การเดินทาง และการใช้จ่ายด้านอื่น ๆ ในจังหวัด

นั่นทำให้ผลของพืชสวนโลกเชื่อมออกไปถึงโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจท่องเที่ยว การเดินทาง และบริการต่าง ๆ ในอุดรธานี ทองปักษ์ กล่าวว่า ภาคเอกชนในจังหวัดมีความตื่นตัวกับงาน เพราะมองเห็นโอกาสจากผู้มาเยือนจำนวนมากที่จะเดินทางเข้ามาในช่วงการจัดงาน

หากผู้เข้าชมไม่ได้มาเพียงเพื่อเดินเที่ยวงานแล้วเดินทางกลับ แต่พักค้างคืน กินอาหาร ใช้บริการ และเดินทางต่อไปยังแหล่งท่องเที่ยวอื่น เงินจากผู้มาเยือนก็จะกระจายออกจากพื้นที่จัดงานไปสู่ธุรกิจและผู้ประกอบการในจังหวัด เป้าหมายทางเศรษฐกิจของพืชสวนโลกอุดรธานีจึงไม่ได้อยู่ที่การขายบัตรให้ได้มากที่สุด แต่อยู่ที่การทำให้คนเดินทางเข้ามาและใช้เวลาอยู่กับอุดรธานีมากขึ้น

อุดรธานีเตรียมเมืองรับผู้ชมพืชสวนโลก

เป้าหมายผู้เข้าชมหลายล้านคน ทำให้อุดรธานีไม่ได้เตรียมเฉพาะพื้นที่พืชสวนโลก แต่ต้องเตรียมความพร้อมของเมืองเพื่อรองรับผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและต่างชาติ ตั้งแต่การเดินทาง การจราจร การแพทย์และสาธารณสุข การรักษาความปลอดภัย สาธารณูปโภค ความสะอาด โรงแรม ที่พัก และการท่องเที่ยว รวมถึงการปรับภูมิทัศน์และจัดระเบียบสายไฟและสายสื่อสาร

เรื่องที่ต้องเตรียมเป็นพิเศษคือการเดินทางเข้าสู่พื้นที่จัดงาน เนื่องจากที่จอดรถภายในมีข้อจำกัดและเน้นรองรับรถทัวร์ ส่วนผู้ที่เดินทางด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลจะใช้พื้นที่จอดรถที่กระจายอยู่ในเมืองแล้วต่อรถรับส่งเข้าสู่งาน จังหวัดประสานพื้นที่จอดรถไว้ประมาณ 24-25 แห่ง โดยมีภาคเอกชนเข้ามาช่วยแบ่งพื้นที่ของตัวเองเพื่อรองรับรถ พร้อมเตรียมรถรับส่งเชื่อมระหว่างจุดจอดรถกับพื้นที่พืชสวนโลก

จังหวัดประเมินจำนวนผู้เข้าชมเฉลี่ยไว้ประมาณ 27,000 คนต่อวัน และเตรียมระบบรองรับบนสมมติฐานดังกล่าว ขณะเดียวกัน ทองปักษ์ กล่าวว่า เมื่อถึงวันจัดงานจริงอาจมีสถานการณ์แตกต่างจากที่วางแผนไว้ จึงต้องติดตามและปรับการบริหารให้เหมาะสมกับสถานการณ์หน้างาน

ทองปักษ์ยืนยันว่า วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 งานเปิดให้เข้าชมแน่นอน และจังหวัดพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ความพร้อมของพืชสวนโลกอุดรธานีจึงไม่ได้อยู่ที่สวนหรืออาคารภายในงานเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการประสานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และระบบบริการของเมือง เพื่อรองรับผู้มาเยือนตลอดช่วงการจัดงาน

หลัง 134 วัน โจทย์ต่อยอดพื้นที่พืชสวนโลก

เมื่อมหกรรมสิ้นสุดลงในวันที่ 14 มีนาคม 2570 สิ่งที่เหลืออยู่ไม่ได้มีเพียงสวน แต่มีทั้งอาคาร พันธุ์พืช พื้นที่ และนวัตกรรมจากหลายหน่วยงาน ทำให้การใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ลงทุนสร้างขึ้นเป็นโจทย์สำคัญหลังจบงาน

บางส่วนเริ่มมองถึงการใช้ประโยชน์ต่อแล้ว โดยเฉพาะนวัตกรรมที่นำมาจัดแสดง มีการประสานกับมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีและวิทยาลัยเกษตรอุดรธานี เพื่อศึกษาความพร้อมในการรับนวัตกรรมบางส่วนไปใช้ หากหน่วยงานใดมีความพร้อมทั้งด้านสถานที่และค่าใช้จ่ายในการดูแล ก็สามารถนำไปใช้เพื่อการเรียนและการศึกษาได้ ทำให้องค์ความรู้และเทคโนโลยีที่นำมาแสดงในมหกรรมสามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อ

ส่วนพื้นที่จัดงานในระยะยาวยังอยู่ระหว่างการหารูปแบบบริหารที่เหมาะสม ทองปักษ์ กล่าวว่า หลังจบงานพื้นที่จะกลับมาอยู่ในความรับผิดชอบของจังหวัด ขณะที่หน่วยงานที่จะเข้ามารับช่วงบริหารต่อยังอยู่ระหว่างการพิจารณา เนื่องจากพื้นที่มีขนาดใหญ่และมีค่าใช้จ่ายในการดูแลประมาณเดือนละ 5 ล้านบาท หรือปีละ 60 ล้านบาท จึงต้องหาทั้งหน่วยงานรับผิดชอบและแหล่งงบประมาณที่จะทำให้พื้นที่เดินหน้าต่อได้

สำหรับอุดรธานี พืชสวนโลก 2569 จึงไม่ได้มีความหมายเฉพาะช่วงที่เปิดรับผู้เข้าชม แต่รวมถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเมืองหลังวันที่ 14 มีนาคม 2570 ทั้งพื้นที่ อาคาร พันธุ์พืช นวัตกรรม และองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากงาน หากสามารถเชื่อมสิ่งเหล่านี้เข้ากับการท่องเที่ยว การศึกษา และการใช้ประโยชน์ของคนในพื้นที่ได้ มหกรรม 134 วันก็จะต่อยอดเป็นประโยชน์ที่อยู่กับอุดรธานีได้นานกว่าวันปิดงาน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Algebra of Luck ‘สมการแห่งโชค’ ของ ‘ธนา เธียรอัจฉริยะ’ ที่เริ่มจากผู้คน

AIS จับมือ ThaiGo มอบส่วนลดรถ-เรือท่องเที่ยวสูงสุด 1,300 บาท แก่ลูกค้า LUCKY TOURIST SIM

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar