Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Algebra of Luck ‘สมการแห่งโชค’ ของ ‘ธนา เธียรอัจฉริยะ’ ที่เริ่มจากผู้คน

Algebra of Luck ‘สมการแห่งโชค’ ของคุณธนา เธียรอัจฉริยะ ที่เริ่มจากผู้คน

บ่ายวันหนึ่งในงานเปิดตัวหนังสือ สมการแห่งโชค หรือ Algebra of Luck ของ คุณธนา เธียรอัจฉริยะ สิ่งที่น่าสนใจไม่ได้มีเพียงคนเขียนหนังสือที่อยู่บนเวที แต่รวมถึงผู้คนที่นั่งอยู่ทั่วห้อง

มีทั้งอดีตเจ้านาย เพื่อน พี่ น้อง ครู และคนที่เคยร่วมงานกัน หลายคนถูกชวนมาเพราะคุณธนาอยากเจอ บางคนไม่ได้พบกันมานาน และบางคนเพิ่งมารู้ในงานว่าจะถูกเชิญขึ้นเวทีให้เล่าเรื่องของเจ้าของหนังสือ

เมื่อเรื่องราวค่อย ๆ ถูกเล่าออกมา คนที่ช่วยอธิบาย Algebra of Luck ได้ชัดที่สุดในบ่ายวันนั้น จึงไม่ใช่คนเขียนหนังสือเพียงคนเดียว แต่เป็นคนที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิตของเขา ทั้งคนที่ให้โอกาส มอบความไว้ใจ สอนผ่านการกระทำ หรืออยู่ในเหตุการณ์บางอย่างที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิต

คำว่า “โชค” ซึ่งฟังดูเหมือนเรื่องของความบังเอิญ จึงค่อย ๆ มีความหมายต่างออกไป

จากสิ่งที่ AI ไม่รู้ สู่ Algebra of Luck

จุดเริ่มต้นของหนังสือมาจากการที่คุณธนาได้รับเชิญไปพูดในงาน Creative Talk Conference (CTC) เมื่อเห็นว่าคนส่วนใหญ่พูดถึง AI จึงคิดว่าจะพูดเรื่องอะไรที่ AI ไม่รู้ ก่อนมาลงที่เรื่อง “โชค” และเริ่มเก็บเรื่องราวจากผู้คน รวมถึงย้อนกลับไปสำรวจชีวิตตัวเอง

จากสิ่งที่พบ คุณธนาแบ่งโชคออกเป็นสามส่วน คือ โชคที่เราเลือกไม่ได้ โชคที่เรามีส่วนสร้างได้ และโชคจากสภาพแวดล้อมกับผู้คนรอบตัว

โชคแบบแรกเห็นได้จากชีวิตของคุณธนาเอง ตั้งแต่การที่อากงเลือกมาเมืองไทย ไม่ได้ไปเวียดนาม ไปจนถึงโทรศัพท์สายหนึ่งที่ปกติเขาอาจไม่โทรกลับ แต่วันนั้นกลับโทร ปลายสายคือคนรู้จักที่ชวนไปสัมภาษณ์งานในบริษัทแห่งหนึ่ง

บริษัทนั้นคือ dtac

“ถ้าวันนั้นผมไม่ได้รับโทรศัพท์เจ๊ดา ชีวิตผมก็เลี้ยวไปไหนก็ไม่รู้”

เรื่องเหล่านี้ทำให้คุณธนามองว่า ไม่ใช่ทุกอย่างในชีวิตเกิดขึ้นเพราะเราเก่งหรือวางแผนมาดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตต้องรอโชค เพราะยังมีสิ่งที่เราทำได้ผ่าน “โอกาสคูณการเตรียมพร้อม” เราอาจเลือกไม่ได้ว่าโอกาสจะมาเมื่อไร แต่เลือกได้ว่าจะพร้อมหรือไม่เมื่อมันมาถึง

ส่วนโชคอีกแบบคือคนที่อยู่รอบตัว คุณธนามองว่า คนสองคนอาจเริ่มทำงานด้วยวัยและเงินเดือนใกล้กัน แต่สิบปีต่อมาไปอยู่คนละจุด ส่วนหนึ่งเพราะคนหนึ่งอาจมีเจ้านายที่สนับสนุน มีลูกน้องช่วยเหลือ มีกัลยาณมิตร และมี Mentor อยู่ข้าง ๆ

พอฟังถึงตรงนี้ คนจำนวนมากที่นั่งอยู่ในห้องจึงไม่ได้เป็นเพียงแขกในงาน แต่เป็นตัวอย่างของสิ่งที่คุณธนากำลังพูดถึง

เมื่อผู้คนในชีวิตช่วยเล่าเรื่อง “โชค”

(ที่ 2 จากซ้าย) - บุญชัย เบญจรงคกุล ซิกเว่ เบรกเก้ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม วิชัย เบญจรงคกุล และ ธนา เธียรอัจฉริยะ
(ที่ 2 จากซ้าย) – บุญชัย เบญจรงคกุล ซิกเว่ เบรกเก้ ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม วิชัย เบญจรงคกุล และ ธนา เธียรอัจฉริยะ

ช่วงหนึ่งของงาน อดีตเจ้านายของคุณธนาถูกเชิญขึ้นเวทีโดยไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้า ทั้ง ไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการบริษัท บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) บุญชัย เบญจรงคกุล วิชัย เบญจรงคกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานบริหาร กลุ่มเบญจจินดา (BCG) และ ซิกเว่ เบรกเก้ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจโทรคมนาคมและดิจิทัล เครือเจริญโภคภัณฑ์

เรื่องของ คุณไพบูลย์ เริ่มจากความเข้าใจผิด เพราะหนังสือที่คุณธนาเคยเขียนมีเนื้อหาพาดพิงถึงแกรมมี่ จนต้องนัดมาพูดคุยกัน แต่ก่อนจบบทสนทนา คุณธนาซึ่งขณะนั้นทำงานอยู่ dtac กลับเสนอว่า dtac กับแกรมมี่น่าจะทำอะไรบางอย่างร่วมกันได้ และนำไปสู่ Happy Vampire บริการฟังเพลงแบบเหมาจ่ายในช่วงที่ธุรกิจเพลงกำลังเผชิญผลกระทบจาก Piracy และ MP3 ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความข้องใจจึงกลายเป็นการทำงานร่วมกันและดำเนินมาจนถึงวันนี้

คุณบุญชัย คือคนที่คุณธนาบอกว่าให้โอกาสสำคัญหลายครั้ง รวมถึงการโทรชวนกลับมา dtac หลังจากลาออกไปทำงานที่อื่น แต่สิ่งที่คุณธนาจำได้มากคือครั้งหนึ่งที่ตัวเองทำผิดและเข้าไปยอมรับ คุณบุญชัยกลับตอบว่า “โจ้ไม่ใช่คนแบบนี้ พี่ไม่เชื่อ” สำหรับคุณธนา เหตุการณ์นั้นทำให้เห็นว่าความไว้ใจจากคนคนหนึ่งมีความหมายเพียงใด

ส่วน คุณวิชัย ทิ้งบทเรียนเรื่องผู้นำไว้ผ่านการกระทำ คุณธนาเล่าถึงช่วงที่คุณวิชัยยอมขึ้นเวที ร้องเพลงและเต้น ทั้งที่ไม่ใช่สิ่งที่ชอบ แต่เมื่อเป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อองค์กรก็ทำอย่างเต็มที่ จนทำให้คุณธนาคิดว่า หากเจ้านายยังทำเพื่อส่วนรวม ตัวเขาเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ทำ

เรื่องของ คุณซิกเว่ เริ่มด้วยเสียงหัวเราะ เมื่อเขาเปรียบการเป็นเจ้านายของคุณธนาว่าเหมือนนั่งอยู่บนหลัง “ม้าป่า” ที่ไม่มีอาน ต้องประคองตัวไม่ให้ตก พร้อมกระซิบคำแนะนำข้างหู ขณะที่ม้ายังคงวิ่งไปในทิศทางของตัวเอง

แต่เรื่องที่คุณธนาจำได้มากกลับเกิดขึ้นหลังจากทั้งคู่ไม่ได้ทำงานด้วยกันแล้วประมาณหกปี วันหนึ่งคุณซิกเว่โทรมาจากนอร์เวย์ ก่อนขึ้นเวทีในอีกประมาณ 30 นาทีเพื่อกล่าวในโอกาสที่จะขึ้นเป็น CEO ของ Telenor เพียงเพื่อบอกคุณธนาว่า เขาเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางที่พาคุณซิกเว่มาถึงวันนี้

คุณธนาบอกว่า หากในชีวิตมีใครสักคนที่มีส่วนทำให้เราเดินทางมาถึงจุดหนึ่งได้ ก็ควรใช้เวลาสักครู่บอกให้คนนั้นรู้

เรื่องจากคนทั้งสี่จึงไม่ได้เพียงบอกว่า คุณธนาเคยทำงานอย่างไร แต่ทำให้เห็นว่า คนที่เราเคยทำงานด้วยสามารถทิ้งทั้งโอกาส ความไว้ใจ บทเรียน และความสัมพันธ์ไว้กับชีวิตเราได้นานกว่าช่วงเวลาที่ทำงานร่วมกัน

จาก “เราโชคดี” สู่ “เป็นโชคดีของคนอื่น”

คุณธนาเล่าถึง 3 สิ่งที่เปลี่ยนชีวิต สิ่งแรกคือ เพลงอื่น ๆ อีกมากมาย คำร้อง/ทำนอง โดย ประภาส ชลศรานนท์ ที่ได้ฟังตั้งแต่อายุ 16 ปี และทำให้เรียนรู้ว่า คนคนหนึ่งมีหลายด้าน ไม่ควรรีบตัดสินจากสิ่งที่เห็นเพียงมุมเดียว

สิ่งที่สอง คือหนังสือของ “พี่ตุ้ม” สรกล อดุลยานนท์ หนุ่มเมืองจันท์ ที่ทำให้แยกปัญหาออกเป็นสิ่งที่แก้ได้กับแก้ไม่ได้ และสิ่งที่สามคือ คำพูดจาก “หมอแนท” พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายและผู้ก่อตั้ง โรงพยาบาลคูน ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care)

คุณธนาเคยถามว่า หากอยาก “ตายดี” ต้องทำอย่างไร คำตอบคือ คนที่ตายดีมัก “อยู่ดี” มาก่อน และเมื่อถามว่าอยู่ดีคืออะไร คำตอบที่ได้รับคือ

“อยู่แล้วเป็นโชคดีของคนอื่น”

ตอนนั้น Algebra of Luck เขียนเสร็จแล้ว แต่คุณธนาตัดสินใจนำเรื่องนี้มาเป็นบทสุดท้ายของหนังสือ เพราะมันทำให้คำถามเรื่องโชคพลิกกลับอีกด้าน จากการถามว่าอะไรทำให้เราโชคดี ไปสู่คำถามว่า เราจะเป็นโชคดีของคนอื่นได้อย่างไร

และนี่ทำให้วิธีจัดงานเปิดตัวหนังสือในวันนั้นมีความหมายขึ้นมา

คุณธนาไม่ได้ประกาศผ่าน Facebook แล้วเปิดให้คนทั่วไปมาร่วมงาน แต่ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนค่อย ๆ เขียนข้อความหาคนที่อยากเจอทีละคน บางคนไม่ได้พูดคุยกันมานาน การชวนมางานจึงทำให้ได้กลับมาถามสารทุกข์สุกดิบกันอีกครั้ง

คุณธนาบอกว่า งานเปิดตัวเป็นเพียงปลายทาง แต่ระหว่างทางมีความสุขจากการได้กลับไปพูดคุยกับคนเหล่านั้น และยังอยากให้คนที่มางานได้รู้จักกันต่อ เขาจึงนิยามตัวเองว่าเป็น “ตำรวจจราจร” ที่ชอบเชื่อมคนสองคนที่คิดว่าน่าจะรู้จักหรือช่วยเหลือกันได้ให้มาเจอกัน

หน้าแรกของ Algebra of Luck มีข้อความว่า “แด่…ผู้เป็นโชคดีของฉัน” พร้อมพื้นที่ให้เจ้าของหนังสือเติมชื่อใครบางคนลงไป เมื่อได้มาอยู่ในงานวันนั้น ประโยคนี้อธิบายบรรยากาศตรงหน้าได้ดี เพราะคนจำนวนมากที่อยู่ในห้องคือคนที่คุณธนามองว่าเป็น “โชคดี” ในชีวิตของตัวเอง

Algebra of Luck

แนวคิดนี้ยังถูกส่งต่อผ่านหนังสือ 1,000 เล่ม โดย 500 เล่มแรก สำนักพิมพ์มอบให้โดยไม่เก็บเงินเพื่อนำไปใช้ในการบริจาค ส่วนอีก 500 เล่มเป็นส่วนที่คุณธนารับผิดชอบ เงินจากหนังสือชุดนี้จะนำไปช่วยมูลนิธิ หนึ่งในนั้นคือ มูลนิธิอิสระชน ซึ่งช่วยเหลือคนไร้บ้านตามพื้นที่สาธารณะ

เมื่อเดินออกจากงานเปิดตัว Algebra of Luck สิ่งที่ติดกลับมาจึงไม่ใช่สูตรว่าจะทำอย่างไรให้ตัวเองโชคดีขึ้น แต่กลับทำให้นึกถึงคนบางคนในชีวิต คนที่เคยให้โอกาส เชื่อใจ ช่วยเหลือ หรือทำเรื่องธรรมดาบางอย่างให้ โดยที่เขาอาจไม่รู้ว่าสิ่งนั้นมีความหมายกับเรามากเพียงใด

และถ้าเราเคยโชคดีเพราะมีใครบางคนอยู่ในชีวิต บางทีเราก็น่าจะลองเป็น “โชคดี” ของใครสักคนบ้าง

ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่

อาจเริ่มจากคนที่อยู่รอบตัวเรา

อย่างที่คุณธนาเลือกใช้ขมวด Algebra of Luck ไว้ว่า

“อยู่ให้เป็นโชคดีของคนอื่น”

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ธนา เธียรอัจฉริยะ ชวนมนุษย์ยุค AI ‘สร้างจุด’ จากทักษะประสบการณ์และผู้คน

The Connector ที่ชื่อ “โจ้-ธนา เธียรอัจฉริยะ” ผู้สร้างความสำเร็จจากชีวิตแบบไหล ๆ

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar