Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ธนา เธียรอัจฉริยะ ชวนมนุษย์ยุค AI ‘สร้างจุด’ จากทักษะประสบการณ์และผู้คน

ธนา เธียรอัจฉริยะ ชวนมนุษย์ยุค AI ‘สร้างจุด’ จากทักษะประสบการณ์และผู้คน

ในวันที่ประสบการณ์เดิมอาจใช้ไม่ได้กับสถานการณ์ใหม่ ธนา เธียรอัจฉริยะ กรรมการ และประธานกรรมการ บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เสนอทางเลือกสำหรับมนุษย์ในยุค AI ไว้ 2 ทาง ทางแรกคือเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีให้มาก ส่วนอีกทางคือทางที่เขาเลือก นั่นคือการสร้าง “จุด” ให้มากพอ ผ่านการสะสมทักษะ การออกไปหาประสบการณ์ และการพบเจอผู้คน เพื่อให้วันหนึ่งสามารถนำจุดที่มีอยู่กลับมาเชื่อมโยงเป็นไอเดีย เข้าใจตัวเอง และใช้แก้ปัญหาได้

แนวคิดนี้เริ่มจากประสบการณ์ ธนามองว่า คนรุ่นก่อนสั่งสมประสบการณ์มาเป็นเวลานาน ความแม่นยำในการตัดสินใจเกิดจากประสบการณ์ ส่วนประสบการณ์เกิดจากการเคยตัดสินใจผิด ความผิดพลาดที่จำได้กลายเป็นบทเรียน และค่อย ๆ สะสมเป็นประสบการณ์ แต่เมื่อประสบการณ์เดิมใช้ไม่ได้ ก็ต้องกล้าทำเพื่อให้เกิดประสบการณ์ใหม่อีกครั้ง

วิธีหนึ่ง คือพาตัวเองออกจากพื้นที่ที่คุ้นเคย คนทำงานด้านเทคโนโลยีอาจต้องออกไปในพื้นที่ที่คนในสายงานเดียวกันไม่ไป ลองคุยกับคนต่างวัย หรือไปอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้ตัวเองรู้สึกว่า “ตัวเล็ก” เพราะประสบการณ์ใหม่เกิดขึ้นจากการออกไปลองทำสิ่งที่ไม่คุ้นเคย กล้าทำ กล้าผิด แล้วนำความผิดพลาดกลับมาเป็นบทเรียน

ไม่ต้องเก่งที่สุดทุกเรื่อง แต่ต้องสะสมทักษะให้หลากหลาย

การสร้างจุดไม่ได้มีเฉพาะประสบการณ์ แต่รวมถึงการสะสมทักษะหลายด้าน ธนามองว่า ไม่จำเป็นต้องเชี่ยวชาญที่สุดในทุกเรื่อง แต่สามารถเรียนรู้เรื่องต่าง ๆ ให้มากพอ ทั้งการเล่าเรื่อง การเงิน การทำอาหาร หรือการเขียนอักษรด้วยลายมือ แล้วสะสมทักษะเหล่านั้นไว้

จากประสบการณ์ของธนา สิ่งที่ดูไม่เกี่ยวข้องกันสามารถกลับมาเชื่อมโยงกันได้ ทักษะหนึ่งอาจมาผสมกับอีกทักษะ ประสบการณ์หนึ่งอาจกลับมาเชื่อมกับอีกเรื่อง หรือคนที่รู้จักอาจเข้ามาเกี่ยวข้องกับสิ่งที่กำลังทำ เขามองว่าเราไม่สามารถต่อจุดไปข้างหน้าได้ แต่สามารถต่อจุดย้อนหลังได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องมีจุดมากพอ

จุดที่มากพอช่วยได้ 3 เรื่อง เรื่องแรก คือทำให้เกิดไอเดียจากการเชื่อมโยงสิ่งต่าง ๆ เรื่องที่ 2 คือช่วยให้เข้าใจตัวเอง และเรื่องที่ 3 คือช่วยแก้ปัญหา เพราะคำตอบอาจมาจากทักษะ ประสบการณ์ หรือผู้คนที่รู้จัก แม้ตัวเองไม่เก่ง AI ก็ยังสามารถดึงคนที่เก่ง AI เข้ามาทำงานร่วมกันได้

สร้างความสัมพันธ์กับผู้คนให้คนอื่นอยากมีเราอยู่ด้วย

จุดอีกประเภทที่ธนาให้ความสำคัญคือ “ผู้คน” เขามองว่า เราควรเป็นคนที่สามารถดึงดูดผู้คนเข้ามาในชีวิต มาช่วยกัน ทำประโยชน์ร่วมกัน และเป็นผู้ให้แก่กัน

เขายกตัวอย่าง “นาม โทคุซัง” (นาม–สุรนาม พานิชการ ผู้ก่อตั้งและ CEO Tofusan) ซึ่งเคยทำธุรกิจหลายอย่างและล้มลุกคลุกคลานจนเหลือเงินประมาณ 300,000 บาท ก่อนนำเงินทั้งหมดไปพัฒนาสูตรน้ำเต้าหู้ให้มีรสชาติต่างจากสินค้าในตลาด เมื่อพัฒนาสูตรเสร็จกลับไม่มีเงินสำหรับผลิตสินค้าล็อตแรก

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ เจ้าของโรงงานแห่งหนึ่งเห็นความขยันและความทุ่มเทของนาม จึงตัดสินใจผลิตสินค้าให้ก่อน พร้อมให้เครดิตนำสินค้าไปขายแล้วค่อยนำเงินกลับมาจ่าย ธนา อธิบายว่า เจ้าของโรงงานให้เครดิตเพราะ เอ็นดูและอยากสนับสนุนคนที่เห็นว่าขยันและตั้งใจ

เขายังเล่าถึงเรื่องของ เชฟกานต์ กิตติเวช (กานต์ กิตติเวช หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งและอยู่เบื้องหลังเมนูต่างๆ ของทองสมิทธิ์) ในช่วงที่เข้าไปช่วยงานร้านของคุณปลา (อัจฉรา บุรารักษ์’ Founder & Creative Director, iberry Group) แม้ร้านขายไม่ดี เชฟกานต์ยังช่วยงานโดยไม่คิดเงิน จนคุณปลารู้สึกถึงน้ำใจ เมื่อร้านเดิมไม่ประสบความสำเร็จ คุณปลาจึงถามเชฟกานต์ว่าอยากทำอะไร และได้รับคำตอบว่าอยากทำก๋วยเตี๋ยว ก่อนจะชวนกันร่วมหุ้นทำ “ทองสมิทธิ์”

ธนาเชื่อมเรื่องนี้กับแนวคิดที่เขาได้ยินจาก Warren Buffett เรื่องการพาตัวเองเข้าไปอยู่ท่ามกลางคนที่จะช่วยให้เราเติบโต มีคนรอบข้างที่เป็นห่วง สอนเราได้ และเป็นกัลยาณมิตร แต่เขาตั้งคำถามต่อว่า เมื่อเราเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้น “เขาอยากให้เราอยู่หรือเปล่า”

คำถามจึงย้อนกลับมาที่ตัวเราเองว่า ต้องเป็นคนแบบไหน เจ้าของโรงงานจึงให้เครดิต ต้องเป็นคนแบบไหน คนอื่นจึงชวนไปเป็นหุ้นส่วน และต้องเป็นคนแบบไหน ผู้ใหญ่จึงเอ็นดู การพาตัวเองไปอยู่ท่ามกลางคนดี ๆ จึงต้องมองกลับมาที่ตัวเองด้วยว่า คนเหล่านั้นอยากให้เราอยู่ด้วยหรือไม่

เงิน เวลา และแรง จะใช้สร้างอะไรในแต่ละวัน

การสร้างจุดต้องใช้สิ่งที่แต่ละคนมีอยู่ ธนาแบ่งออกเป็น 3 อย่าง คือ เงิน เวลา และแรง เงินมีมากน้อยแตกต่างกันตามแต่ละช่วงชีวิต เวลาเมื่อผ่านไปแล้วไม่สามารถเก็บสะสมไว้ใช้วันถัดไป ส่วนแรงนั้นยิ่งใช้ก็ยิ่งมีมากขึ้น

คำถามคือ ในแต่ละวันเราจะนำเงิน เวลา และแรงไปสร้างอะไร โดยปกติคนทำงานหรือทำธุรกิจมักใช้ทั้งสามอย่างไปกับการหาเงิน ซึ่งธนามองว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะไม่มีเงินก็เดือดร้อน แต่หากมีโอกาสได้ประสบการณ์ ก็ควรนำสิ่งที่มีบางส่วนไปใช้กับประสบการณ์และความทรงจำด้วย

ธนา เล่าว่า จากการพูดคุยกับแพทย์ที่ดูแลคนใกล้เสียชีวิต สิ่งที่มีความหมายสำหรับคนในช่วงนั้นคือความทรงจำที่ดี เขาจึงพูดถึงการนำสิ่งที่มีไปสะสมประสบการณ์ ความทรงจำ รวมถึงการช่วยเหลือผู้อื่น ปลูกต้นไม้ และมีน้ำใจต่อคนรอบข้าง ซึ่งทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างจุดในชีวิต

อยาก “ตายดี” ต้องเริ่มจาก “อยู่ดี”

แนวคิดหนึ่งที่ธนาบอกว่าเปลี่ยนชีวิตของเขา มาจากการพูดคุยกับ หมอแนต พญ.นิษฐา เอื้ออารีมิตร คือผู้ก่อตั้ง โรงพยาบาลคูน โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านการดูแลผู้ป่วยระยะท้าย (Palliative Care) ซึ่งดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงใกล้เสียชีวิตและต้องการจากไปอย่างสงบ ธนา ถามว่า ผู้ป่วยเหล่านี้ส่วนใหญ่เสียใจกับเรื่องอะไร เพื่อจะได้รู้และไม่ทำให้ตัวเองต้องเสียใจแบบเดียวกันเมื่อถึงวันนั้น

คำตอบหนึ่งคือ เสียใจที่ตอนมีชีวิตอยู่ทำงานหนักเกินไป ไม่ใช่ว่าการทำงานหนักไม่ดี แต่ทำงานหนักจนไม่มีเวลาให้ครอบครัว บางคนเสียดายที่ไม่ได้พาพ่อแม่ไปเที่ยวในช่วงที่ยังเดินทางได้ หรือไม่ได้พาลูกไปเที่ยวในวันที่ลูกยังเด็ก

ธนาจึงถามต่อว่า หากอยาก “ตายดี” ต้องทำอย่างไร คำตอบที่ได้รับคือ ต้อง “อยู่ดี” ก่อน และเมื่อถามว่าอยู่ดีอย่างไร หมอแนทอธิบายจากสิ่งที่สังเกตเห็นว่า คนที่อยู่ดีคือคนที่ตอนมีชีวิตอยู่แล้วเป็น “โชคดีของผู้อื่น”

ประโยคนี้ทำให้ธนากลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า เมื่อเราเข้าไปอยู่ในกลุ่มทำงาน คนในกลุ่มรู้สึกว่าโชคดีหรือไม่ที่มีเราอยู่ เจ้านายรู้สึกโชคดีหรือไม่ที่มีลูกน้องคนนี้ เพื่อนร่วมงานรู้สึกโชคดีหรือไม่ที่มีเรานั่งอยู่ข้าง ๆ ลูกรู้สึกโชคดีหรือไม่ที่มีพ่อแบบเรา หรือแม่รู้สึกโชคดีหรือไม่ที่มีลูกแบบเรา

คำถามเดียวกันขยายไปถึงเพื่อน รุ่นน้อง และคนรอบข้างว่า เราสามารถเป็น “โชคดี” ของคนเหล่านั้นได้หรือไม่ ซึ่งธนามองว่านี่เป็นการสร้างจุดที่ดีอย่างหนึ่งในชีวิต

สร้าง ‘จุด’ ทุกวัน จากความอยากรู้ วินัย และความเข้าใจผู้อื่น

เมื่อกลับมาที่คำถามเรื่องการอยู่รอดของมนุษย์ในยุค AI ธนามองว่า ทางหนึ่งคือเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยีให้มาก ส่วนทางที่เขาเสนอคือการสร้างจุดจำนวนมาก พบผู้คนให้มาก สร้างประสบการณ์ และสะสมทักษะหลายด้าน เพื่อให้วันหนึ่งสิ่งเหล่านั้นกลับมาเชื่อมกันเป็นความคิดสร้างสรรค์หรือไอเดียใหม่

การสร้างจุดเริ่มได้ตั้งแต่ตอนตื่นนอน เรื่องแรกคือการมีความอยากรู้อยากเห็นด้วยตัวเอง โดยไม่ปล่อยให้ระบบคัดเลือกเนื้อหาบนหน้าจอเป็นผู้กำหนดทั้งหมด เพราะหากตื่นขึ้นมาแล้วเปิดดูสิ่งที่ระบบนำเสนอทันที เวลาอาจหมดไปกับเรื่องที่ไม่ได้ตั้งใจจะดูตั้งแต่แรก

เรื่องที่สองคือการมีวินัย ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งซ้ำมากพอจนกลายเป็นทักษะ ธนายกตัวอย่างการออกกำลังกาย ซึ่งนอกจากผลต่อร่างกายแล้ว ยังเป็นการฝึกให้เห็นว่า เมื่อทำบางสิ่งซ้ำมากพอ เราจะได้บางอย่างกลับมา

เรื่องสุดท้ายคือความสามารถในการเข้าใจผู้อื่น ตั้งแต่คนในครอบครัว เจ้านาย ลูกน้อง ไปจนถึงคนที่อยู่รอบตัว ว่าเราเข้าใจพวกเขาหรือไม่ และอยากเป็น “โชคดี” ของคนเหล่านั้นหรือไม่

สำหรับธนา นี่คือทางเลือกของมนุษย์ในวันที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทางหนึ่งคือเรียนรู้เทคโนโลยีให้มาก ส่วนอีกทางคือสร้างจุดให้มาก ทั้งจากทักษะ ประสบการณ์ และผู้คน เพราะเราไม่สามารถต่อจุดไปข้างหน้าได้ แต่สามารถต่อจุดย้อนหลังได้เมื่อมีจุดมากพอ และจุดเหล่านั้นสามารถกลับมาเป็นไอเดีย ช่วยให้เข้าใจตัวเอง และใช้แก้ปัญหาได้

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

สุวิตา Tellscore ชี้ AI เปลี่ยน Creator Economy จาก Followers สู่ Trust–Data Signals

LINE MAN Wongnai เปิดตัว ‘Wongnai Genie’ ดัน AI ถึงร้านเล็ก ใช้ข้อมูลเพิ่มกำไร ต่อยอดสู่เงินทุน

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar