Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Trip.com ชี้เทรนด์นักท่องเที่ยวจีน Gen Z เที่ยวตามอีเวนต์ ผู้สูงวัยหนุนท่องเที่ยวนอกฤดูกาล

Trip.com ชี้เทรนด์นักท่องเที่ยวจีน Gen Z เที่ยวตามอีเวนต์ ผู้สูงวัยหนุนท่องเที่ยวนอกฤดูกาล

พฤติกรรมนักท่องเที่ยวจีนกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงวัย โดยคนรุ่นใหม่ Gen Z นิยมเดินทางเพื่อเข้าร่วมคอนเสิร์ตและกิจกรรมต่าง ๆ ขณะที่นักท่องเที่ยวสูงวัยกลายเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญต่อธุรกิจท่องเที่ยว เนื่องจากมีความพร้อมด้านการเงินและมีความยืดหยุ่นในการเดินทาง สามารถท่องเที่ยวในช่วงนอกฤดูกาลเพื่อช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการ แม้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนจะไม่ได้เติบโตอย่างรวดเร็วเหมือนในอดีต แต่ยังมีขนาดใหญ่ โดยนักท่องเที่ยวจีนใช้จ่ายในต่างประเทศราว 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงที่สุดในโลก และยังคงเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางต่าง ๆ รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เจน ซัน (Jane Sun) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Trip.com Group กล่าวระหว่างการสนทนาหัวข้อ Scaling a Global Vision ในงาน CNN Global Perspectives ที่กรุงเทพฯ ว่า แม้ตลาดนักท่องเที่ยวจีนจะไม่ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วเหมือนเมื่อ 10 ปีก่อน แต่ด้วยขนาดของตลาด นักท่องเที่ยวจีนยังคงเดินทางไปทั่วโลก โดยข้อมูลการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวจีนในต่างประเทศอยู่ที่ประมาณ 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับนักท่องเที่ยวสหรัฐฯ ที่มีการใช้จ่ายราว 170,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอยู่ในอันดับสองของโลก

Gen Z เที่ยวตามอีเวนต์ ผู้สูงวัยสร้างรายได้นอกฤดูกาล

เจน กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจีนแต่ละช่วงวัยมีพฤติกรรมการเดินทางแตกต่างกัน โดยคนรุ่นพ่อแม่ของเธอซึ่งมีข้อจำกัดด้านภาษาอังกฤษมักนิยมเดินทางเป็นหมู่คณะ เพราะรู้สึกปลอดภัยมากกว่า และมักเลือกเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งภายในทริปเดียว ขณะที่คนรุ่นของเธอให้ความสำคัญกับการพาบุตรหลานไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมจากสถานที่จริง

สำหรับนักท่องเที่ยว Gen Z การเดินทางตามกิจกรรมและงานอีเวนต์กำลังได้รับความนิยม โดยเจนยกตัวอย่างการเดินทางไปชมคอนเสิร์ต BLACKPINK ในกรุงเทพฯ คอนเสิร์ต Taylor Swift ในสิงคโปร์ และการแข่งขันกีฬาในสหรัฐอเมริกา ซึ่งคนรุ่นใหม่มักเดินทางเป็นกลุ่มเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมเหล่านี้

Trip.com มองเห็นแนวโน้มการท่องเที่ยวสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การเดินทางตามกิจกรรม (Events-driven Travel) การท่องเที่ยวที่รองรับผู้สูงอายุ (Elderly-friendly Travel) และ การเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ (Emerging Markets) โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่เกษียณอายุค่อนข้างเร็ว มีเงินและยังมีพลังในการเดินทางท่องเที่ยว อีกทั้งไม่ได้มีข้อจำกัดด้านเวลามากเท่ากับนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น

เจน กล่าวว่า นักท่องเที่ยวสูงอายุสามารถเดินทางในช่วงที่จุดหมายปลายทางมีนักท่องเที่ยวน้อย ซึ่งช่วยให้ผู้ประกอบการในพื้นที่มีรายได้ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว ขณะเดียวกันนักท่องเที่ยวก็สามารถได้รับข้อเสนอด้านราคาที่ดี ส่วนจุดหมายปลายทางใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวก็มีโอกาสดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ต้องการประสบการณ์แตกต่างจากการเดินทางรูปแบบเดิม

ความปลอดภัย วีซ่า เที่ยวบินตรง ปัจจัยเลือกจุดหมายปลายทาง

นอกจากพฤติกรรมที่แตกต่างกันตามช่วงวัยแล้ว เจนกล่าวว่า นักท่องเที่ยวจีนยังคงให้ความสนใจกับการเดินทางระยะไกล โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาวสำคัญของจีน ได้แก่ เทศกาลตรุษจีน วันหยุดวันชาติจีนหรือ Golden Week วันแรงงาน และช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน ซึ่งเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางต่างประเทศได้นาน 1-2 สัปดาห์

จุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมในช่วงเทศกาลตรุษจีน ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และแอฟริกาใต้ โดยเจนระบุว่าแอฟริกาใต้เป็นจุดหมายที่สร้างความประหลาดใจให้เธอ เนื่องจากอยู่ห่างไกลจากจีนมาก แต่ยังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางไปเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ในประเทศต่าง ๆ

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทาง เจนให้ความสำคัญกับสามเรื่อง ได้แก่ ความปลอดภัยของประเทศที่จะเดินทางไป ความสะดวกในการขอวีซ่า และการมีเที่ยวบินตรงเชื่อมต่อระหว่างประเทศ โดยสนับสนุนให้ประเทศปลายทางพิจารณานโยบายยกเว้นวีซ่าเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว ขณะที่การมีเที่ยวบินตรงช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดผู้เดินทางจากต่างประเทศ

ท่องเที่ยวระยะไกลเติบโต บราซิล–อาร์เจนตินามาแรง

นอกจากตลาดจีนแล้ว เจนกล่าวถึงภาพรวมการเดินทางผ่านแพลตฟอร์ม Trip.com ว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังคงเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยนักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเดินทางไกลขึ้น และสนใจจุดหมายปลายทางที่หลากหลายมากขึ้น

บราซิลและอาร์เจนตินา เป็นจุดหมายปลายทางที่มีอัตราการเติบโตสูง ขณะที่ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้รับความนิยมในช่วงวันหยุด Golden Week ส่วนคาซัคสถานก็ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ความต้องการเดินทางยังขยายไปถึงการท่องเที่ยวอวกาศ โดยเจนเปิดเผยว่า Trip.com มีลูกค้าระดับพรีเมียมจองการเดินทางสู่อวกาศผ่านแพลตฟอร์มในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ราคาตั๋วจะอยู่ที่ประมาณ 700,000–800,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังมีลูกค้าที่สนใจประสบการณ์การเดินทางรูปแบบดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังต้องเผชิญปัจจัยที่ผู้ประกอบการไม่สามารถควบคุมได้ ทั้งภัยธรรมชาติและความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยเจนยกตัวอย่างผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่สร้างความเสียหายอย่างหนักต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยว ก่อนที่ตลาดจะกลับมาฟื้นตัวและเติบโตอีกครั้งหลังการระบาดสิ้นสุดลง

Trip.com ใช้ AI เพิ่มประสิทธิภาพ แต่ยังพึ่งพาพนักงานดูแลลูกค้า

ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสงครามและภัยธรรมชาติ Trip.com ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่กระทบต่อการเดินทาง โดยเจนระบุว่า บริษัทกำหนดมาตรฐานให้ลูกค้าที่ติดต่อศูนย์บริการได้รับการตอบรับจากพนักงานภายใน 30 วินาที และต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าภายใน 2 นาที

เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ภัยธรรมชาติหรือวิกฤติในตะวันออกกลาง บริษัทจะติดต่อผู้เดินทางที่อยู่ในพื้นที่เพื่อดูแลความปลอดภัย จัดหาที่พัก อาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น รวมถึงประสานงานกับสายการบินหากลูกค้าต้องการเดินทางกลับประเทศ

เจน กล่าวว่า Trip.com ลงทุนด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง โดยนำ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในสี่ด้าน ได้แก่ การพัฒนาระบบค้นหาและนำเสนอสินค้าให้เหมาะกับผู้ใช้แต่ละคน การช่วยเขียนโปรแกรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของวิศวกร การยกระดับบริการลูกค้าในหลายภาษา และการสร้างเนื้อหาประเภทเสียง วิดีโอ และภาพถ่าย

สำหรับผู้ใช้บริการ AI ช่วยให้ Trip.com สามารถนำเสนอทางเลือกการเดินทางตามพฤติกรรมการจอง กำลังซื้อ และสถานที่ที่ลูกค้าสนใจ โดยไม่จำเป็นต้องค้นหาข้อมูลผ่านเงื่อนไขจำนวนมากเหมือนในอดีต ขณะที่ Trip Genie ซึ่งเป็นผู้ช่วย AI ของบริษัท สามารถแนะนำบริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง ตั้งแต่โรงแรม รถรับส่ง ร้านอาหาร ไปจนถึงกิจกรรมในเมืองปลายทาง

เจนยกตัวอย่างการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปกรุงลอนดอนว่า หากลูกค้าจองตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจหรือชั้นหนึ่ง ระบบสามารถนำเสนอทางเลือกโรงแรมระดับ 5 ดาว หรือหรูหรากว่านั้น จากนั้นจึงแนะนำบริการรถรับส่งจากสนามบินฮีทโธรว์ไปยังโรงแรม รวมถึงร้านอาหารระดับมิชลินและการแสดงในลอนดอน เพื่อให้ลูกค้าสามารถจัดการบริการที่เกี่ยวข้องกับการเดินทางผ่านแอปพลิเคชันเดียว

แม้ AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและพัฒนาบริการได้หลายด้าน แต่เจนย้ำว่าการเดินทางเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประสบการณ์ส่วนบุคคล และยังมีหลายสิ่งที่ AI ไม่สามารถทำได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์สำคัญหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งพนักงานของบริษัทยังคงมีบทบาทในการช่วยเหลือและดูแลลูกค้า

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ฟิตเนส เฟิรส์ท ทุ่ม 330 ล้าน รุกขยายสาขา มั่นใจตลาดฟิตเนสไทยยังไม่อิ่มตัว

IMF เตือน AI กระทบงาน 40% ทั่วโลก ห่วงคนรุ่นใหม่สูญเสียโอกาสเริ่มต้นอาชีพ

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar