การขยายตัวของอุตสาหกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังช่วยขับเคลื่อนการค้าโลกให้เติบโตสูงกว่าคาดการณ์ แม้ระบบการค้าระหว่างประเทศจะเผชิญความปั่นป่วนจากสงคราม มาตรการภาษี และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยองค์การการค้าโลก (WTO) ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของปริมาณการค้าสินค้าโลกปี 2569 จาก 1.9% เป็น 3.9% ขณะที่สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI มีส่วนสนับสนุนถึง 47% ของการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการค้าสินค้าโลกในช่วงครึ่งปีแรก อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของการลงทุนใน AI ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนว่าการลงทุนขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมนี้จะดำเนินต่อไปได้นานเพียงใด
เอ็นโกซี โอคอนโจ-อิเวียลา (Ngozi Okonjo-Iweala) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก (WTO) กล่าวถึงทิศทางการค้าโลกในการเสวนาหัวข้อ Who Wins the New Economic Order? ภายในงาน CNN Global Perspectives ที่กรุงเทพฯ ร่วมกับ ฮยอน ซง ชิน (Hyun Song Shin) ผู้ว่าการธนาคารกลางเกาหลีใต้ และเบอร์นาร์ดเมนซาห์ (Bernard Mensah) ประธานฝ่ายธุรกิจระหว่างประเทศของ Bank of America โดยมี ริชาร์ดเควสต์ (Richard Quest) บรรณาธิการด้านธุรกิจของ CNN ร่วมสนทนา
AI หนุนการค้าโลกโตเกินคาด WTO ปรับคาดการณ์เป็น 3.9%
เอ็นโกซี กล่าวว่า ระบบการค้าโลกกำลังเผชิญความปั่นป่วนรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ 80 ปีของความตกลงทั่วไปว่าด้วยภาษีศุลกากรและการค้า (GATT) และ WTO แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจ คือการค้าระหว่างประเทศยังสามารถเติบโตได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก แม้จะเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษี สงคราม และความไม่แน่นอนของกฎเกณฑ์การค้าระหว่างประเทศ
ข้อมูลของ WTO พบว่า 72% ของการค้าโลกยังคงดำเนินอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของ WTO โดยเฉพาะหลักการปฏิบัติเยี่ยงชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (Most-Favoured-Nation: MFN) ซึ่งเป็นหลักการไม่เลือกปฏิบัติทางการค้า โดยเอ็นโกซีระบุว่าภาคธุรกิจยังคงใช้กฎเกณฑ์ดังกล่าว เพราะช่วยให้สามารถคาดการณ์เงื่อนไขทางการค้าได้ แม้ระบบการค้าระหว่างประเทศกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก
สำหรับอัตราการเติบโตของการค้าโลก เอ็นโกซี กล่าวว่า WTO เคยคาดการณ์ว่าการค้าโลกในปี 2568 จะขยายตัว 2.4% แต่ตัวเลขที่ปรับแล้วอยู่ที่ 4.2% ส่วนปี 2569 เดิมคาดว่าปริมาณการค้าสินค้าจะเติบโตเพียง 1.9% แต่ข้อมูลในช่วงครึ่งปีแรกแสดงให้เห็นการเติบโตที่ 3.5% ทำให้องค์กรปรับเพิ่มคาดการณ์ทั้งปีเป็น 3.9%
ข้อมูลจากรายงาน Global Trade Outlook and Statistics ของ WTO ฉบับเดือนตุลาคม 2569 ระบุว่า สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI มีส่วนสนับสนุน 47% ของการเพิ่มขึ้นของมูลค่าการค้าสินค้าโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่มูลค่าการค้าสินค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 67% โดยมีความต้องการเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์สำหรับศูนย์ข้อมูลเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
เอ็นโกซี กล่าวถึงแนวคิดของ WTO ที่ว่า “No trade, no compute” เพื่อสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างการค้าระหว่างประเทศกับการพัฒนา AI โดยยกเกาหลีใต้เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นความสัมพันธ์ดังกล่าว
เกาหลีใต้ชี้ AI ช่วยชดเชยผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง
ฮยอน กล่าวว่า เศรษฐกิจเกาหลีใต้กำลังได้รับผลกระทบจากปัจจัยสำคัญ 2 ด้านที่ส่งผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในทิศทางตรงกันข้าม ได้แก่ การขยายตัวอย่างรวดเร็วของการลงทุนใน AI และสงครามในตะวันออกกลาง โดยแรงขับเคลื่อนจากเศรษฐกิจ AI ในปัจจุบันมีขนาดใหญ่กว่าผลกระทบด้านลบจากสงครามที่มีต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาด้านเงินเฟ้อ ฮยอนระบุว่า ปัจจัยทั้ง 2 กลับส่งผลให้แรงกดดันด้านราคาเพิ่มขึ้นพร้อมกัน ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินนโยบายของธนาคารกลาง
ฮยอน กล่าวว่า ประเด็นที่ต้องติดตามคือการลงทุนใน AI จะสามารถขยายตัวต่อเนื่องได้นานเพียงใด โดยเฉพาะการลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ ที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านคลาวด์และ AI หรือ Hyperscalers ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าจะมีเงินลงทุนมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 3–4 ปีข้างหน้าไปจนถึงปี 2030
ฮยอนระบุว่า การลงทุนดังกล่าว กำลังสนับสนุนการค้าโลกและส่งผลต่อเศรษฐกิจเกาหลีใต้ โดยความต่อเนื่องของการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
Bank of America ชี้เงินทุนยังไหลเข้าการลงทุน ธุรกิจปรับห่วงโซ่อุปทาน
เบอร์นาร์ด กล่าวว่า จากมุมมองของ Bank of America เงินทุนยังคงเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก โดยไม่ได้มุ่งถอนออกจากการลงทุนเพื่อแสวงหาความปลอดภัย แต่ยังคงมีการจัดสรรเงินทุนอย่างต่อเนื่อง แม้บางส่วนจะเป็นการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยเฉพาะการปรับห่วงโซ่อุปทานของภาคธุรกิจ
ในอดีตที่โลกาภิวัตน์ขยายตัวอย่างเต็มที่ บริษัทต่าง ๆ มักให้ความสำคัญกับการเลือกสถานที่ผลิตที่มีต้นทุนต่ำที่สุด แต่ปัจจุบันธุรกิจต้องพิจารณาว่า ควรวางห่วงโซ่อุปทานไว้ที่ใด และจะสร้างความสามารถในการรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างไร ทำให้แนวคิดการบริหารห่วงโซ่อุปทานเปลี่ยนจาก Just in Time ไปสู่ Just in Case มากขึ้น
เบอร์นาร์ด กล่าวว่า บริษัทต่าง ๆ กำลังพิจารณาหลายเรื่องพร้อมกัน ตั้งแต่การตั้งโรงงานในประเทศต่าง ๆ ผลกระทบจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และยุโรป ไปจนถึงการเข้าถึงทรัพยากรประมวลผลสำหรับ AI และการเลือกใช้โมเดล AI ที่เหมาะสมกับธุรกิจ
สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เบอร์นาร์ดระบุว่า มีบริษัทเกาหลีใต้จำนวนมากกำลังมองหาโอกาสในภูมิภาค รวมถึงบริษัทจากยุโรป ขณะที่บริษัทในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เอง ก็กำลังขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศ โดย Bank of America ให้บริการสนับสนุนด้านตลาดทุนและการบริหารเงินแก่บริษัทที่ดำเนินธุรกิจระหว่างประเทศเหล่านี้
เมื่อประเมินฐานะทางการเงิน เบอร์นาร์ดมองว่าผู้บริโภคในสหรัฐฯ และภาคธุรกิจยังมีฐานะทางการเงินที่ดี แม้จะมีการก่อหนี้เพื่อรองรับการลงทุนใน AI เพิ่มขึ้น โดยกล่าวถึงการก่อหนี้ที่เกี่ยวข้องกับ AI มูลค่ามากกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการเกิดขึ้นของตราสารหนี้ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับ AI ในฐานะสินทรัพย์ประเภทใหม่
อย่างไรก็ตาม เบอร์นาร์ดแสดงความกังวลต่อฐานะการเงินของรัฐบาล โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว มากกว่าฐานะการเงินของภาคธุรกิจและผู้บริโภค
WTO เตือนความไม่แน่นอนของการลงทุน AI และความเสี่ยงการค้าโลก
เอ็นโกซี กล่าวว่า แม้การค้าโลกจะสามารถรับมือกับแรงกดดันต่าง ๆ และเติบโตได้ดีกว่าคาดการณ์ แต่ความสามารถในการรับมือกับความผันผวน (Resilience) ไม่ได้หมายความว่าระบบการค้าโลกมีความแข็งแกร่ง (Robustness) โดยยังมีความเสี่ยงที่ต้องติดตามหลายด้าน
ความเสี่ยงประการแรกคือ ความต่อเนื่องของการลงทุนใน AI ซึ่งเอ็นโกซีระบุว่ายังไม่สามารถประเมินได้ว่าการลงทุนจะดำเนินต่อไปได้นานเพียงใด ส่วนความเสี่ยงประการต่อมาคือความขัดแย้งในหลายภูมิภาค ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศหากสถานการณ์ยังดำเนินต่อไป
ความท้าทายอีกด้านคือ การปรับปรุง WTO ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากเทคโนโลยี โดยเอ็นโกซีระบุว่า ประเทศสมาชิกตระหนักถึงความจำเป็นในการปรับปรุงกฎเกณฑ์การค้าและกระบวนการตัดสินใจให้รวดเร็วขึ้น แม้จะยังมีปัญหาความไว้วางใจระหว่างประเทศสมาชิก และการดำเนินงานดังกล่าวต้องใช้เวลา
เอ็นโกซี กล่าวว่า ประเทศสมาชิก WTO กำลังร่วมกันดำเนินงานเพื่อปรับปรุงองค์กรให้สามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงได้ดีขึ้น โดยยอมรับว่ากระบวนการดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ประเทศสมาชิกกำลังให้ความสำคัญกับการดำเนินงานในเรื่องนี้
สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจโลก เอ็นโกซีมองว่าสถานการณ์ปัจจุบันมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ระบบเศรษฐกิจและการค้ายังคงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรับมือกับแรงกดดัน แม้ไม่ควรประมาทต่อความเสี่ยงที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัวสถานการณ์มากเกินไป
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ประธานาธิบดีสิงคโปร์ เตือน AI เพิ่มผลิตภาพ แต่การจ้างงานอาจไม่โตตาม
กสิกรไทย-Techsauce เปิดเวทีคู่ขนาน IMF-World Bank ฟังรัฐ-ทุน-เทคโนโลยี ชี้ทางการค้าไทย



