Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

กสิกรไทย-Techsauce เปิดเวทีคู่ขนาน IMF-World Bank ฟังรัฐ-ทุน-เทคโนโลยี ชี้ทางการค้าไทย

กสิกรไทย-Techsauce เปิดเวทีคู่ขนาน IMF-World Bank ฟังรัฐ-ทุน-เทคโนโลยี ชี้ทางการค้าไทย

ธนาคารกสิกรไทย ร่วมกับ Techsauce สื่อด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ จัดงาน “KBank x Techsauce: Empower the Future Economy” เป็นกิจกรรมคู่ขนาน (Affiliated Program) ในโอกาสที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) เวทีนี้เปิดให้ภาครัฐ ภาคการเงิน และองค์กรระดับโลกแลกเปลี่ยนมุมมองว่าจะขับเคลื่อนเศรษฐกิจแห่งอนาคตอย่างไร ผ่านการเชื่อมโยงเงินทุน เทคโนโลยี และการพัฒนาศักยภาพคน

งานจัดที่ C asean Rama IV อาคาร ThaiBev Quarter ประกอบด้วยปาฐกถาพิเศษจากภาครัฐ และเวทีเสวนาของผู้บริหารจาก International Finance Corporation (IFC) กลุ่มธนาคารโลก, Standard Chartered, Microsoft และ Accenture หลักการของงานคือเชื่อมมุมมองจากภาครัฐ ภาคการเงิน ภาคธุรกิจ องค์กรระหว่างประเทศ และผู้นำด้านเทคโนโลยี เพื่อเปลี่ยนความท้าทายของโลกให้เป็นโอกาสการเติบโตของไทย

ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย
ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย

ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ทิศทางเศรษฐกิจโลกกำลังถูกกำหนดขึ้นใหม่ ทั้งการค้าที่ถูกจัดระเบียบใหม่ AI ที่เปลี่ยนวิธีผลิต วิธีทำงาน และวิธีสร้างคุณค่าของธุรกิจ รวมถึงความยั่งยืนที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจทางธุรกิจและการลงทุน นักลงทุนจึงมองหาประเทศที่มีโอกาสเติบโต พร้อมปรับตัว และมีพันธมิตรที่ช่วยให้เดินหน้าได้อย่างมั่นใจ

ธนาคารเชื่อว่าไทยมีศักยภาพเป็นส่วนสำคัญของคำตอบ ทั้งฐานการผลิตและบริการ เครือข่ายผู้ประกอบการ และที่ตั้งที่เชื่อมโยงกับตลาดอาเซียน เวทีนี้จึงเชื่อมภาพตั้งแต่ทิศทางของประเทศ ไปถึงการเติบโตอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจและการเงิน โดยเศรษฐกิจแห่งอนาคตไม่ใช่สิ่งที่รอให้เกิดขึ้น แต่ทุกคนมีส่วนร่วมสร้างได้ และธนาคารตั้งใจเป็นพันธมิตรตลอดเส้นทางของผู้ร่วมงาน

โลกหลายขั้วและกติกาใหม่ ทำให้การค้าด้วยต้นทุนต่ำอย่างเดียวไปต่อไม่ได้

ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “Reimagining Trade for the Future: Unlocking Growth in a Changing Global Economy” ผ่านคลิปวิดีโอ เนื่องจากติดประชุมคณะรัฐมนตรี โดยกล่าวว่า เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนไปแล้ว การค้าจึงต้องเปลี่ยนตาม และความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เป็นแม่กุญแจที่ปิดประตูการค้าแบบเดิม แต่เป็นลูกกุญแจที่ไขประตูบานใหม่

ความเปลี่ยนแปลงแรกคือ โลกหลายขั้ว ที่การแข่งขันระหว่างมหาอำนาจทำให้หลายประเทศถูกกดดันให้เลือกข้าง และทุกประเทศเร่งลดการพึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่ง การเลือกคู่ค้าจากต้นทุนต่ำอย่างเดียว จึงไปต่อไม่ได้ ความเปลี่ยนแปลงที่ 2 คือ กติกาใหม่ที่มาตรการภาษีและการไต่สวนทางการค้าผูกกับเป้าหมายด้านความมั่นคง และกำแพงการค้าไม่ได้มีแค่ภาษี การแข่งขันจึงเปลี่ยนจากต้นทุนต่ำที่สุด ไปสู่ความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทาน จากขนาดสู่ความเร็วในการปรับตัว และจากการขายสินค้าสู่การขายคุณค่า มาตรฐาน และความไว้วางใจ

ความเปลี่ยนแปลงที่ 3 คือ AI และดิจิทัล ซึ่งเปลี่ยนความเร็วธุรกรรม ต้นทุน และช่องทางเข้าถึงตลาด ส่วนความเปลี่ยนแปลงที่สี่คือความยั่งยืนและความมั่นคง โดยมาตรฐานคาร์บอน การตรวจสอบย้อนกลับ และความมั่นคงทางอาหารกลายเป็นเงื่อนไขบังคับ ในบริบทนี้ ไทยยืนอยู่ในตำแหน่งที่ดี ด้วยนโยบายที่เป็นกลาง ที่ตั้งใจกลางอาเซียน และการเป็นผู้ค้าที่ไว้ใจได้ (Trusted Partner) ซึ่งส่งผลให้การส่งออก 8 เดือนแรกขยายตัว 18.9%

กุญแจ 4 ดอก จากคิดใหม่เรื่องพันธมิตรถึงสร้างความเชื่อมั่น

ศุภจี เสนอ 4 แนวทางเปรียบเสมือนกุญแจ 4 ดอก เพื่อเปิดตลาดใหม่ สร้างมูลค่าที่สูงขึ้น และสร้างการเติบโตที่ทั่วถึงและยั่งยืน โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและ SMEs เข้าถึงตลาดโลกได้มากขึ้น ดอกแรกคือ Re-think Partnerships ที่เปลี่ยนจาก Co-buying เป็น Co-creation ร่วมกันออกแบบการผลิตและการส่งออกไปยังตลาดที่ 3 บนหลัก Mutual Benefit และ Mutual Trust ตัวอย่างคือการจับคู่ลงทุนกับอินเดีย จีน และอินโดนีเซีย รวมถึงการเร่งเจรจา FTA กับสหภาพยุโรป (EU)

ดอกที่ 2 คือ Re-define Values ที่เปลี่ยนจากการแข่งราคามาแข่งด้วยคุณค่า โดยใช้ตลาดนำการผลิต เช่น ยกระดับข้าวขาวสู่ข้าวพรีเมียมหรือข้าวคาร์บอนต่ำ ผลไม้สดสู่ผลไม้แปรรูปมีแบรนด์ สินค้าพลังงานสะอาด และการท่องเที่ยวที่เชื่อมกับสุขภาพและวัฒนธรรม ส่วนดอกที่ 3 คือ Re-wire Trade ซึ่งเชื่อมการค้ากับทุน เทคโนโลยี และคน ผ่านการขับเคลื่อนข้อตกลง DEFA (Digital Economy Framework Agreement) ในอาเซียน เพื่อขยายตลาดดิจิทัลจาก 65 ล้านคนเป็น 650 ล้านคนภายในปี 2573 พร้อมผลักดัน SMEs ไทยให้ปรับตัว 5 ด้าน ได้แก่ แข่งด้วยคุณค่า สร้างแบรนด์ ใช้ Data/AI ทำ Omnichannel และสร้างเครือข่ายพันธมิตร

ดอกที่ 4 คือ Re-build Trust & Resilience ที่เปลี่ยนจาก Compliance สู่ Competitiveness โดยใช้ความโปร่งใสเป็นจุดขาย ภาครัฐสนับสนุนโครงการ Direct PPA (การซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง) ขณะที่ภาคการเงินสนับสนุน Green Finance และ Trade Finance

ไทยเป็นจิ๊กซอว์ห่วงโซ่อุปทานโลก ไม่มีใครถือกุญแจครบทุกดอก

ไม่มีประเทศใดถือกุญแจครบทุกดอกได้เพียงลำพัง ไทยถือกุญแจบางดอก ทั้งทำเล ตลาด และความเป็นพันธมิตรกับทุกฝ่าย ส่วนภาคเอกชนและพันธมิตรระหว่างประเทศถือกุญแจอีกหลายดอก ทั้งเงินทุน เทคโนโลยี และเครือข่ายทั่วโลก

ไทยคือจิ๊กซอว์ที่เติมเต็มห่วงโซ่อุปทานโลก และประตูแห่งการเติบโตจะเปิดได้ก็ต่อเมื่อร่วมกันไขไปพร้อมกัน โดยเชิญภาคเอกชนไทยและนานาชาติร่วมมือกับไทยในฐานะพันธมิตรที่ไว้วางใจได้

ผู้บริหาร 4 องค์กรระดับโลกเปิดมุมมองทุน การเชื่อมตลาด AI และทักษะ

เวทีเสวนาหัวข้อ “Powering the Future Economy – Growth, Technology, and Sustainability” เริ่มจากมุมมองด้านการเงิน เซอร์เวช สุรี รองประธานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC) กลุ่มธนาคารโลก เน้นการระดมเงินทุนภาคเอกชนเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ขณะที่ แจน เมตซ์เกอร์ หัวหน้าสายงาน Coverage Banking ระดับโลก ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ชี้โอกาสเชื่อมโยงธุรกิจและเงินทุนสู่ตลาดโลก

ด้านเทคโนโลยี อาซาร์ คูลิบาลี รองประธานประจำภูมิภาคและรองที่ปรึกษากฎหมายทั่วไป ฝ่ายกิจการองค์กร กิจการภายนอกและกฎหมาย Microsoft Asia กล่าวถึงการขยายโอกาสเข้าถึง AI และการพัฒนาทักษะดิจิทัล ส่วน อนูป ซากู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Accenture ชูการนำ AI มายกระดับประสิทธิภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ

งานนี้เชื่อมทิศทางการค้าของไทยเข้ากับมุมมองด้านเงินทุน AI และทักษะจากองค์กรระดับโลก ในช่วงที่ไทยเป็นเจ้าภาพการประชุม IMF-World Bank Group โดยรวมเสียงจากภาครัฐ ภาคการเงิน ภาคธุรกิจ และผู้นำด้านเทคโนโลยีไว้บนเวทีเดียวกัน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

‘เอกนิติ’ ชู 3 แนวทาง AI ไทย ดึงลงทุนเทคโนโลยี สร้างงาน ลดต้นทุนเข้าถึง AI

ศุภจี ชี้ไทยต้องปรับเกมเศรษฐกิจ ลดพึ่งพาเดิมรับโลกเปลี่ยน

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar