Grab ประกาศขยายความร่วมมือกับ OpenAI ผ่านโครงการ Go Forward with AI ให้พาร์ตเนอร์คนขับ ผู้ส่งอาหารและสินค้า รวมถึงร้านค้ากว่า 30,000 รายทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าถึง ChatGPT Pro โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมฝึกทักษะการใช้งานเพื่อวางแผนการเงิน จัดทำงบประมาณ และสร้างรายได้เสริม โดยมุ่งให้พาร์ตเนอร์นำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์กับการประกอบอาชีพและการจัดการเงินในชีวิตประจำวันได้จริง
แอนโทนี ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Grab เปิดเผยความร่วมมือบนเวที CNN Global Perspectives ที่กรุงเทพฯ ว่า การเปิดให้เข้าถึง AI เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะเดิมและเรียนรู้ทักษะใหม่ควบคู่กัน เพื่อให้พาร์ตเนอร์เข้าใจว่าเครื่องมือทำอะไรได้ และนำไปใช้เพิ่มรายได้อย่างไร โดยก่อนขึ้นเวที เขาได้พบและพูดคุยกับพาร์ตเนอร์คนขับในไทยประมาณ 120 คนด้วย
เปิดใช้ ChatGPT Pro พร้อมฝึกทักษะการเงิน
แอนโทนีอธิบายว่า การฝึกอบรมจะเริ่มตั้งแต่ทำความเข้าใจความสามารถของเครื่องมือ ไปจนถึงการใช้ ChatGPT ช่วยวางแผนการเงินและจัดทำงบประมาณ รวมถึงเรียนรู้การสร้างเครื่องมือทางการเงินที่สามารถนำไปใช้กับอาชีพเสริมได้ เป้าหมายคือให้พาร์ตเนอร์มีความสามารถเพิ่มเติมจากงานที่ทำอยู่ และนำความรู้ไปสร้างโอกาสหารายได้ให้ครอบครัว การเข้าถึงเครื่องมือจึงต้องมาพร้อมความเข้าใจในการใช้งานและการปรับให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละคน
โครงการนี้ครอบคลุมพาร์ตเนอร์หลายกลุ่มในเครือข่าย Grab ทั้งคนขับ ผู้ส่งอาหารและสินค้า และผู้ประกอบการร้านค้า โดยมีเป้าหมายกว่า 30,000 รายทั่วภูมิภาค แอนโทนีระบุว่า ความร่วมมือกับ OpenAI จะเข้ามาเสริมเครื่องมือ AI ที่ Grab พัฒนาให้พาร์ตเนอร์ใช้อยู่แล้ว เพื่อขยายประโยชน์จากการช่วยทำงานบนแพลตฟอร์มไปสู่การบริหารเงินและการประกอบอาชีพด้านอื่นด้วย
จากงานขับรถ สู่รายได้เสริมจากการสร้างเนื้อหา
แอนโทนียกตัวอย่างพาร์ตเนอร์คนขับรายหนึ่งในไทยที่เขาได้พบ ซึ่งมีรายได้จากการทำงานกับ Grab สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำหลายเท่า และยังใช้ ChatGPT ร่วมกับเครื่องมือสร้างภาพช่วยผลิตเนื้อหาเผยแพร่บน Instagram ในฐานะ Grab creator โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20% เขามองว่าตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่า พาร์ตเนอร์สามารถนำ AI ไปใช้สร้างโอกาสเพิ่มเติมจากทักษะและงานที่ทำอยู่ได้
การสนับสนุนให้พาร์ตเนอร์มีอาชีพเสริมจึงเป็นเป้าหมายหนึ่งของความร่วมมือครั้งนี้ แอนโทนีกล่าวว่า บริษัทต้องการเห็นคนขับ ผู้ส่งอาหารและสินค้า รวมถึงร้านค้า มีรายได้กลับไปดูแลครอบครัวมากขึ้น การฝึกใช้ AI จึงต้องเชื่อมโยงกับประโยชน์ที่พาร์ตเนอร์นำไปใช้ได้ ตั้งแต่การจัดการรายรับรายจ่ายไปจนถึงการทดลองหารายได้จากช่องทางใหม่ เช่น การสร้างเนื้อหาที่เขายกตัวอย่างบนเวที
ต่อยอด AI จากการรับงานสู่การจัดการเงิน
ก่อนประกาศความร่วมมือกับ OpenAI Grab ได้นำ Driver AI Coach มาใช้ช่วยคนขับค้นหาโอกาสรับงาน วางแผนล่วงหน้า และใช้เวลาทำงานให้คุ้มค่าขึ้น แอนโทนีระบุว่า เครื่องมือนี้เริ่มให้บริการในไทยมาแล้วประมาณ 8–9 เดือน มีคนขับใช้งานราว 120,000 ราย และมีผู้ใช้หลายล้านรายทั่วภูมิภาค ขณะที่ฝั่งร้านค้ามี Merchant AI ช่วยด้านการบริหารการเงินและการตลาด ซึ่งเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของพาร์ตเนอร์โดยตรง
ความร่วมมือกับ OpenAI จะเพิ่มโอกาสให้พาร์ตเนอร์นำ AI ไปใช้ในเรื่องที่กว้างขึ้น โดยเฉพาะการวางแผนการเงินและสร้างรายได้เสริม แอนโทนีย้ำว่า สิ่งสำคัญหลังเปิดให้เข้าถึงเครื่องมือคือการติดตามว่า พาร์ตเนอร์นำไปใช้แล้วมีรายได้เพิ่มขึ้นหรือไม่ และช่วยให้ความเป็นอยู่ดีขึ้นอย่างไร ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่ Grab ต้องการให้เกิดขึ้นจากการพัฒนาทักษะ AI ให้คนในเครือข่าย
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ธนาคารโลกดัน Small AI สร้างงานในประเทศกำลังพัฒนา รับแรงงานใหม่ 1.2 พันล้านคน
Microsoft เร่งปั้นคน AI ป้อนตลาดงานไทย ขาดแคลน 8 หมื่นตำแหน่ง



