Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ธนาคารโลกดัน Small AI สร้างงานในประเทศกำลังพัฒนา รับแรงงานใหม่ 1.2 พันล้านคน

ธนาคารโลกดัน Small AI สร้างงานในประเทศกำลังพัฒนา รับแรงงานใหม่ 1.2 พันล้านคน

ธนาคารโลกผลักดันการใช้ Small AI หรือปัญญาประดิษฐ์ขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มผลิตภาพและสร้างโอกาสการจ้างงานในประเทศกำลังพัฒนา โดยเน้นเทคโนโลยีที่มีต้นทุนต่ำ ใช้งานง่าย และตอบโจทย์ปัญหาเฉพาะด้าน ทั้งการเกษตร สาธารณสุข และการผลิต เพื่อให้แรงงานและผู้ประกอบการรายย่อย เข้าถึงประโยชน์จาก AI ได้มากขึ้น ท่ามกลางความท้าทายจากคนรุ่นใหม่กว่า 1.2 พันล้านคน ที่คาดว่าจะเข้าสู่วัยทำงานในประเทศกำลังพัฒนาภายใน 10–15 ปีข้างหน้า ซึ่งจำเป็นต้องมีโอกาสประกอบอาชีพและสร้างรายได้รองรับ

อาเจย์ บังก้า (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก กล่าวในการประชุมประจำปี IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพฯ​ ภายใต้หัวข้อ Small AI, Bigger and Better Jobs ว่า ธนาคารโลกให้ความสำคัญกับการสร้างงาน เพราะจำนวนคนรุ่นใหม่ที่จะเข้าสู่วัยทำงาน เป็นความท้าทายสำคัญของประเทศกำลังพัฒนา การสร้างโอกาสให้ประชากรกลุ่มนี้มีงานทำ มีรายได้ และสามารถประกอบธุรกิจของตนเองได้ จึงต้องอาศัยการพัฒนาเศรษฐกิจ ควบคู่กับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา และการระดมเงินทุนจากภาคเอกชน

ธนาคารโลกมองว่า AI สามารถเข้ามาช่วยเพิ่มผลิตภาพของแรงงานและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะในภาคเศรษฐกิจ ที่มีความสำคัญต่อการจ้างงานของประเทศกำลังพัฒนา แต่การนำเทคโนโลยีมาใช้ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลงทุนสร้างโมเดล AI ขนาดใหญ่ ประเทศเหล่านี้สามารถเลือกใช้เครื่องมือที่มีขนาดเล็กกว่า และเหมาะสมกับความต้องการของประชาชน เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจได้โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง

Small AI ทางเลือกเพิ่มผลิตภาพสำหรับประเทศกำลังพัฒนา

อาเจย์ กล่าวว่า ประเทศกำลังพัฒนามีโอกาสใช้ประโยชน์จาก Small AI ซึ่งเป็น AI ที่ออกแบบมาเพื่อทำงานเฉพาะด้าน มีต้นทุนไม่สูง และสามารถใช้งานผ่านอุปกรณ์ทั่วไปอย่างโทรศัพท์มือถือ แม้ในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต เทคโนโลยีลักษณะนี้สามารถพัฒนาให้เหมาะสมกับข้อมูล ภาษา และความต้องการของผู้ใช้ในแต่ละพื้นที่ได้

แนวคิดดังกล่าวแตกต่างจากการพัฒนาโมเดลภาษาขนาดใหญ่ หรือ Large Language Model (LLM) ที่ต้องใช้ทรัพยากรในการพัฒนาและประมวลผลจำนวนมาก โดยธนาคารโลกเห็นว่า ประเทศรายได้ปานกลางและประเทศรายได้ปานกลางค่อนไปทางต่ำ ยังมีโอกาสเพิ่มผลิตภาพผ่านการนำ AI ขนาดเล็กมาใช้ในกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะงานที่ประชาชนสามารถใช้เทคโนโลยีช่วยตัดสินใจ หรือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้โดยตรง

อาเจย์ มองว่า การขยายการใช้ Small AI จะช่วยให้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเข้าถึงผู้ประกอบการรายย่อยและแรงงานในประเทศกำลังพัฒนาได้มากขึ้น แทนที่จะกระจุกตัวอยู่กับบริษัทเทคโนโลยีหรือองค์กรขนาดใหญ่ ที่มีเงินทุนและทรัพยากรเพียงพอสำหรับการพัฒนา AI ด้วยตนเอง

เกษตรกรอินเดียใช้ AI ตรวจโรคพืชเชื่อมบริการและแหล่งเงินทุน

ภาคเกษตรเป็นพื้นที่ที่ธนาคารโลกเห็นโอกาสในการนำ Small AI มาใช้ เนื่องจากประเทศกำลังพัฒนาจำนวนมากพึ่งพาเกษตรกรรายย่อย ซึ่งต้องการทั้งข้อมูล เทคโนโลยี และการเข้าถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับการผลิต

อาเจย์ยกตัวอย่างการใช้ AI ในอินเดีย โดยเกษตรกรสามารถใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพใบพืชที่มีความผิดปกติ เพื่อให้ระบบช่วยระบุโรคพืชและแนะนำผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต่อการจัดการปัญหา จากนั้นสามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านแพลตฟอร์มและให้จัดส่งถึงบ้านได้

ตัวอย่างที่อาเจย์กล่าวถึง เป็นการใช้เครื่องมือที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยโทรศัพท์รุ่นใหม่ หรือระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง โดยเกษตรกรสามารถใช้งานผ่านโทรศัพท์ที่รองรับเครือข่าย 3G ได้ ทำให้เทคโนโลยีมีโอกาสเข้าถึงพื้นที่ชนบทที่ยังมีข้อจำกัดด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล

การนำ AI มาใช้ในลักษณะนี้ ยังสามารถเชื่อมโยงเกษตรกรกับผู้ให้บริการด้านการเกษตรและสินเชื่อ ช่วยให้เกษตรกรรายย่อยเข้าถึงบริการที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพได้สะดวกขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตนเอง

AI ช่วยบุคลากรสาธารณสุขเพิ่มโอกาสเข้าถึงการรักษา

ภาคสาธารณสุขเป็นอีกพื้นที่ที่ธนาคารโลกให้ความสำคัญ โดยเฉพาะบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งหลายพื้นที่มีข้อจำกัดด้านจำนวนบุคลากรทางการแพทย์และการเข้าถึงแพทย์เฉพาะทาง

อาเจย์ยกตัวอย่างการใช้ AI ในสถานพยาบาลของอินโดนีเซีย ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพอาการผิดปกติของผู้ป่วย เช่น ผื่นบนผิวหนัง แล้วส่งข้อมูลให้แพทย์ที่อยู่ห่างไกลช่วยประเมินอาการ โดยมีเครื่องมือ AI สนับสนุนการพิจารณาว่าผู้ป่วยสามารถรับการดูแลเบื้องต้นได้หรือจำเป็นต้องส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์เฉพาะทาง

การใช้เทคโนโลยีดังกล่าว ช่วยให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่มีเครื่องมือสนับสนุนการทำงาน และสามารถประสานกับแพทย์ได้สะดวกขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องให้ผู้ป่วยทุกคนเดินทางไปยังสถานพยาบาลขนาดใหญ่ตั้งแต่ต้น

อาเจย์มองว่า การนำ AI มาช่วยสนับสนุนการทำงานของบุคลากรสาธารณสุข สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และขยายโอกาสในการเข้าถึงการรักษาของประชาชน โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ยังมีข้อจำกัดด้านบริการทางการแพทย์

ธนาคารโลกชี้ AI เพิ่มโอกาสยกระดับภาคการผลิตไทย

นอกเหนือจากภาคเกษตรและสาธารณสุข ธนาคารโลกยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพในภาคการผลิต ซึ่งเป็นภาคเศรษฐกิจที่มีโอกาสสร้างงาน และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ประเทศกำลังพัฒนา

อาเจย์กล่าวถึงประเทศไทย ในฐานะตัวอย่างประเทศที่มีเป้าหมายยกระดับภาคการผลิต ให้ก้าวไปไกลกว่ารูปแบบเดิม โดยให้ความสำคัญกับการผลิตที่สร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งเกี่ยวข้องกับโอกาสในการพัฒนางานที่มีคุณภาพมากขึ้น

สำหรับประเทศกำลังพัฒนา การนำ AI มาใช้ในภาคการผลิต จึงเป็นโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสนับสนุนการยกระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะที่การสร้างงานยังต้องอาศัยการลงทุน และการพัฒนาทักษะแรงงานควบคู่กันไป

อาเจย์มองว่า การสร้างงานไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ยังรวมถึงผู้ประกอบการและกิจการขนาดเล็ก ที่สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มความสามารถในการดำเนินธุรกิจได้

ธนาคารโลกเน้นโครงสร้างพื้นฐานและเงินทุน เอกชนหนุนการจ้างงาน

แม้ AI จะมีศักยภาพเพิ่มผลิตภาพและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่อาเจย์เห็นว่า การสร้างงานในประเทศกำลังพัฒนา ยังจำเป็นต้องอาศัยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

ธนาคารโลกจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนน สนามบิน ระบบไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อการลงทุนและการประกอบธุรกิจ

การระดมเงินทุนจากภาคเอกชน เป็นส่วนสำคัญของแนวทางดังกล่าว โดยรัฐบาลมีบทบาทในการกำหนดนโยบายและกฎระเบียบที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนให้ภาคเอกชนลงทุนและสร้างโอกาสการจ้างงาน

อาเจย์ กล่าวว่า ธนาคารโลกต้องการสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจ ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานและประกอบอาชีพได้ ขณะที่ AI จะเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้แรงงานและธุรกิจเพิ่มผลิตภาพ โดยเฉพาะในประเทศที่ยังมีข้อจำกัดด้านเงินทุนและการเข้าถึงเทคโนโลยี

ธนาคารโลกตั้งเป้าขยายการใช้ Small AI ใน 5 ปี

สำหรับเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้า อาเจย์ ระบุว่า ต้องการผลักดันให้ประเทศกำลังพัฒนานำ Small AI ไปใช้งานอย่างแพร่หลายที่สุด โดยมุ่งให้เทคโนโลยีสามารถตอบสนองความต้องการทางเศรษฐกิจ และการประกอบอาชีพของประชาชนได้จริง

ทิศทางดังกล่าว สะท้อนแนวทางของธนาคารโลกที่ให้ความสำคัญกับการนำ AI ไปใช้เพิ่มผลิตภาพในภาคเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้ว ควบคู่กับการสร้างโอกาสในการทำงานให้กับคนรุ่นใหม่ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานในช่วง 10–15 ปีข้างหน้า

สำหรับประเทศกำลังพัฒนา ความท้าทายจึงอยู่ที่การสร้างสภาพแวดล้อมให้แรงงานและผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสม พร้อมกับพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและดึงดูดการลงทุน เพื่อให้การเพิ่มผลิตภาพจาก AI สามารถสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการจ้างงานได้ในระยะยาว

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

‘เอกนิติ’ ชู 3 แนวทาง AI ไทย ดึงลงทุนเทคโนโลยี สร้างงาน ลดต้นทุนเข้าถึง AI

นายกฯ ร่วมเปิดงาน FUTURE-READY ECONOMY 2026 ถกทิศทางจัดสรรทุนแห่งอนาคต 5 มิติ

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar