Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

AI จะเข้าถึงคนทั่วโลกได้ ต้องกระจายเงินลงทุนและร่วมกำหนดกติกา

AI จะเข้าถึงคนทั่วโลกได้ ต้องกระจายเงินลงทุนและร่วมกำหนดกติกา

การทำให้ AI สร้างประโยชน์แก่คนทั่วโลก ต้องมีทั้งการลงทุนในประเทศที่ยังขาดทรัพยากร การพัฒนาเทคโนโลยีให้เข้าใจภาษาและวัฒนธรรม และการเปิดให้ผู้ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมกำหนดกติกา เพราะความพร้อมของแต่ละประเทศแตกต่างกัน ขณะที่ความเสี่ยงของผู้ใช้ก็ขึ้นอยู่กับวัย อาชีพ และสภาพแวดล้อม การขยาย AI จึงต้องพิจารณาทั้งโอกาสทางเศรษฐกิจ การเข้าถึง และความรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นกับสังคม

กาเบรียลา รามอส ประธานกรรมการ Center for AI and Digital Policies และอดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ UNESCO ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองกับ อลิซ โอห์ ศาสตราจารย์ด้านคอมพิวเตอร์จาก KAIST และ คิรัน มานี กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก OpenAI ในช่วงเสวนา Can AI Be Global? บนเวที CNN Global Perspectives ที่กรุงเทพฯ โดยการหารือขยายจากความสามารถของเทคโนโลยีไปสู่คำถามว่า ใครจะได้รับประโยชน์ ใครมีส่วนกำหนดทิศทาง และรัฐต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร

กระจายการลงทุนลดช่องว่างการเข้าถึง AI

กาเบรียลาตั้งคำถามว่า ประเทศต่าง ๆ จะมีส่วนร่วมกำหนดอนาคต AI ได้เพียงใด หากทรัพยากรสำหรับพัฒนาเทคโนโลยียังกระจุกตัวอยู่ในประเทศไม่กี่แห่ง เธอชี้ถึงการกระจุกตัวของกำลังประมวลผลในสหรัฐฯ และจีน พร้อมเรียกร้องให้ลงทุนขนาดใหญ่ในโครงสร้างพื้นฐาน และข้อมูลสำหรับประเทศที่ยังขาดแคลน เพื่อให้ประเทศเหล่านี้มีความพร้อมเข้าร่วม และประชาชนได้รับประโยชน์จากเทคโนโลยีมากขึ้น

การลงทุนยังต้องครอบคลุมความสามารถของรัฐบาล และสถาบันภายในประเทศด้วย กาเบรียลาเล่าจากประสบการณ์ทำงานกับประเทศต่าง ๆ ว่า เมื่อถามว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบเรื่อง AI มักมีหลายหน่วยงานตอบว่าตนเองเป็นผู้ดูแล จนขาดความชัดเจนว่าใครรับผิดชอบโดยตรง เธอเปรียบเทียบกับการจัดการวิกฤติการเงินที่มีรัฐมนตรีคลังเป็นผู้ร่วมโต๊ะหารือ และเห็นว่าด้าน AI ต้องมีผู้รับผิดชอบระดับประเทศที่ชัดเจนเช่นกัน จึงจะประสานงาน และเข้าร่วมกำหนดกติการะหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

รัฐต้องกำหนดเป้าหมายและผู้รับผิดชอบ AI

กาเบรียลาเสนอให้เริ่มจากคำถามว่า สังคมต้องการใช้ AI เพื่ออะไร โดยเล่าถึงการหารือด้านจริยธรรม AI ที่มี 194 ประเทศร่วมอยู่ด้วยว่า เป้าหมายที่ประเทศต่าง ๆ ต้องการคือเทคโนโลยีที่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ความเป็นธรรม และความยั่งยืน เธอมองว่าการหารือเรื่องนี้เป็นเรื่องของสังคมที่ต้องมีส่วนกำหนดทิศทาง แม้การพัฒนาเทคโนโลยีจะอยู่ในมือผู้ประกอบการจำนวนจำกัดก็ตาม

เธอชี้ว่า แรงจูงใจที่ขับเคลื่อน AI ในปัจจุบันมาจากการแสวงหากำไร การแข่งขันระหว่างบริษัท และการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ รัฐบาลจึงต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้นในการกำหนดแรงจูงใจของตลาด ด้านคิรันกล่าวว่า การพัฒนาเทคโนโลยีขนาดใหญ่จำเป็นต้องมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจรองรับ แต่เขาไม่เห็นว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นสิ่งกำหนดการตัดสินใจด้านความปลอดภัย พร้อมสนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ สร้างความเข้าใจและแนวทางดำเนินงานร่วมกัน

กติกา AI ต้องคุ้มครองผู้ใช้แต่ละกลุ่ม

อลิซ กล่าวว่า การกำกับดูแล AI เป็นสิ่งจำเป็น แต่การใช้กติกาแบบเดียวกันทั่วโลกทำได้ยาก เพราะแต่ละประเทศมีความพร้อมทางเทคโนโลยีและความต้องการแตกต่างกัน อีกทั้ง AI ยังพัฒนาอย่างรวดเร็ว การระบุความเสี่ยงและออกแบบมาตรการคุ้มครอง จึงต้องเกิดขึ้นระหว่างที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนแปลง เธอเสนอให้ใช้ความร่วมมือ การหารือ และงานวิจัยช่วยทำความเข้าใจ โดยมหาวิทยาลัยและองค์การระหว่างประเทศมีบทบาทสำคัญในกระบวนการนี้

เธอยกตัวอย่างเด็กหญิงวัยรุ่นในกรุงโซล กับเกษตรกรสูงอายุในชนบทของไทย ซึ่งอาจเผชิญความเสี่ยงต่างกันตามภาษา วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมในการใช้งาน การทำความเข้าใจความปลอดภัย จึงต้องพิจารณาว่าใครเป็นผู้ใช้และได้รับผลกระทบอย่างไร คิรันเห็นสอดคล้องกันว่า ความปลอดภัยมีความหมายแตกต่างกันสำหรับผู้บริโภค บริษัท และผู้กำหนดนโยบาย การสร้างแนวทางร่วมกันจึงต้องเปิดให้ผู้เกี่ยวข้องหลายกลุ่มมีส่วนร่วม

กาเบรียลาเสนอให้พิจารณาความปลอดภัยอย่างครอบคลุม ทั้งผลกระทบต่องาน เยาวชน การที่ผู้หญิงถูกทิ้งไว้ข้างหลัง การตัดสินใจจากข้อมูลที่มีอคติ ข้อมูลเท็จ การหลอกลวง และสิ่งแวดล้อม เธอกังวลว่าการหารือจะให้น้ำหนักกับภัยต่อระบบการเงิน โครงสร้างพื้นฐาน การโจมตีทางไซเบอร์ และความเสี่ยงร้ายแรงในอนาคตมาก จนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้คนในชีวิตประจำวันไม่ได้รับความสำคัญเพียงพอ

เร่งสร้างกลไกกำกับ AI ระหว่างประเทศ

เมื่อมีคำถามถึงกลไกกำกับดูแล AI ระหว่างประเทศในลักษณะเดียวกับการกำกับด้านนิวเคลียร์ กาเบรียลามองว่า เป็นเรื่องเร่งด่วน และเสนอให้เริ่มกำหนดกลไกกับสิ่งที่ต้องตรวจสอบ โดยเฉพาะความโปร่งใส เธอยกตัวอย่างการรวมตัวระหว่างประเทศเพื่อรับมือปัญหาพลังงาน การฟอกเงิน และการหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งแสดงให้เห็นว่า สามารถสร้างกลไกเฉพาะขึ้นมาจัดการปัญหาร่วมกันได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอการเจรจาข้อตกลงขนาดใหญ่เป็นเวลานาน

คิรันแสดงความเปิดกว้างต่อกลไกที่รองรับความหลากหลายทางภาษาและวัฒนธรรม พร้อมกล่าวถึงการหารือกับออสเตรเลียเรื่องความรับผิดชอบในการรายงานเหตุการณ์ การทำงานกับผู้ให้บริการจำเป็น และบทบาทของผู้เชี่ยวชาญอิสระในประเทศ เขาเห็นว่า ธุรกิจตลอดกระบวนการพัฒนาและใช้งาน AI ตั้งแต่พลังงาน ชิป ศูนย์ข้อมูล ผู้พัฒนาโมเดล ไปจนถึงผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน ควรมีแนวปฏิบัติ มาตรการความปลอดภัย และมาตรฐานที่สอดคล้องกัน

ผู้ให้บริการจำเป็นเป็นอีกกลุ่มที่คิรันให้ความสำคัญ โดยเขากล่าวถึงองค์กรด้านไฟฟ้า น้ำ ถนน และการขนส่ง ซึ่งบางแห่งมีทรัพยากรและความสามารถทางเทคโนโลยีจำกัด แม้บริการจะเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชน การหารือด้านความปลอดภัยจึงต้องครอบคลุมองค์กรเหล่านี้ และนำไปสู่การทำงานร่วมกันอย่างรวดเร็ว เพื่อให้มีความพร้อมรับมือความเสี่ยงจากเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป

พัฒนา AI ให้เข้าใจภาษาและส่งเสริมการเรียนรู้

อลิซย้ำว่า การเข้าถึงต้องเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา AI ตั้งแต่ต้น เพราะระบบที่ใช้ในเกาหลีใต้ ไทย และสหรัฐฯ ต้องรองรับภาษาและความต้องการที่แตกต่างกัน เทคโนโลยีมีศักยภาพช่วยผู้คนในพื้นที่ห่างไกลได้มาก แต่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างบริษัทผู้พัฒนา นักวิจัย รัฐบาล และองค์การระหว่างประเทศ โดยนักวิจัยสามารถช่วยศึกษาข้อจำกัด ทดลองแนวทางใหม่ และมองไปถึงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

เธอยังเสนอให้ขยายมุมมองต่อความสามารถของ AI ให้ครอบคลุมความเข้าใจผู้อื่น อารมณ์ ศิลปะ และความคิดสร้างสรรค์ ควบคู่กับการเขียนโปรแกรม คณิตศาสตร์ และการใช้เหตุผลทางวิทยาศาสตร์ การมองเห็นความหลากหลายของสติปัญญามนุษย์จะช่วยเปิดพื้นที่ให้เกิดการหารือและนวัตกรรมจากทั่วโลกมากขึ้น ขณะที่คิรันเชื่อว่า AI จะสร้างโอกาสสำคัญให้ผู้ประกอบการในเอเชีย โดยต้องมีความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐช่วยกำหนดมาตรการกำกับดูแล

การศึกษาคืออีกด้านที่อลิซเห็นว่าต้องหาคำตอบร่วมกัน แม้ AI จะช่วยตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นและสนับสนุนการเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต แต่ครูจำนวนมากก็กังวลว่า นักเรียนที่เข้าถึงเครื่องมือตลอดเวลายังได้เรียนรู้ด้วยตนเองมากเพียงใด โจทย์จึงอยู่ที่การใช้เทคโนโลยีส่งเสริมความใฝ่รู้ และพัฒนาการเรียนรู้ให้ไปไกลกว่าการมอบหมายงานที่ AI ตอบให้ได้ ส่วนกาเบรียลาย้ำว่า ประโยชน์ของเทคโนโลยีสามารถมีมากกว่าต้นทุน หากทุกฝ่ายร่วมกันวางกติกาและจัดการผลกระทบอย่างจริงจัง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

เบทาโกรเข้าถือหุ้นใหญ่ Freshket รุก FoodTech ขยายอีคอมเมิร์ซกลุ่ม HORECA

‘โตโยต้า’ ลงทุนเพิ่ม 1.49 พันล้าน ปักหมุดไทยผลิต ‘ปิกอัพไฮโดรเจน FCEV’ รายแรก

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar