ไทยหารือ Temasek Foundation จากสิงคโปร์ ถึงแนวทางความร่วมมือกับสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) เพื่อเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปไทยขยายตลาดผ่านสิงคโปร์ พร้อมดึงเทคโนโลยีจากสิงคโปร์มาปรับใช้ให้เหมาะกับความต้องการในประเทศ โดยมุ่งเชื่อมการสนับสนุนเงินทุนในช่วงเริ่มต้นและต่อยอดธุรกิจใน 3 ด้าน ได้แก่ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาหารแห่งอนาคต และสุขภาพ รวมถึงเสนอให้นำเวทีประกวดนวัตกรรมระดับโลกมาจัดในไทยในปี 2570
ศาสตราจารย์ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยผ่านข้อความบนเฟซบุ๊กว่า ได้หารือกับ Ng Boon Heong ซีอีโอ Temasek Foundation ถึงแนวทางเชื่อมโยงเครือข่ายสตาร์ตอัปของไทยและสิงคโปร์ให้เกิดประโยชน์กับผู้คน โดยมูลนิธิฯ สนับสนุนโครงการนำร่องและนวัตกรรมที่แก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมในเอเชียอยู่แล้ว การพูดคุยครั้งนี้จึงให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนความร่วมมือทั้งสองทาง เพื่อให้ผู้ประกอบการมีโอกาสขยายตลาดและนำเทคโนโลยีไปใช้แก้ปัญหาได้ตรงกับความต้องการของแต่ละประเทศ
แนวทางที่หารือคือการสนับสนุนให้สตาร์ตอัปไทยที่มีศักยภาพใช้สิงคโปร์เป็นฐานขยายตลาดไปสู่ระดับภูมิภาค ขณะเดียวกันก็มีแนวคิดดึงสตาร์ตอัปจากสิงคโปร์เข้ามาปรับเทคโนโลยีให้เหมาะกับบริบทและความต้องการของไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกในการแก้ปัญหาภายในประเทศได้เร็วขึ้น การแลกเปลี่ยนในลักษณะนี้ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการของทั้งสองประเทศได้เรียนรู้ร่วมกัน ทั้งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและการนำไปใช้งานในตลาดที่มีความต้องการแตกต่างกัน
ด้านเงินทุน ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงการเชื่อมโครงการเร่งการเติบโตทางธุรกิจของไทยและสิงคโปร์เข้าด้วยกัน รวมถึงแนวทางใช้ทุนให้เปล่าจาก Temasek Foundation ควบคู่กับการสนับสนุนของ NIA เพื่อช่วยประคองสตาร์ตอัปและงานวิจัยในช่วงเริ่มต้น ซึ่งศาสตราจารย์ ดร.ยศชนันมองว่าเป็นช่วงที่ยากที่สุดสำหรับผู้ประกอบการและนักวิจัย การสนับสนุนดังกล่าวจะช่วยลดความเสี่ยงในระยะแรก พร้อมกันนี้ยังมีแนวคิดดึงเครือข่ายนักลงทุน ทั้ง VC และ Private Equity เข้ามาต่อยอด เพื่อให้ธุรกิจมีโอกาสเข้าถึงเงินทุนและเดินหน้าต่อได้ในระยะยาว
สำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนันระบุถึง 3 ด้านที่ไทยมีจุดแข็ง ได้แก่ การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อาหารแห่งอนาคต และสุขภาพ โดยด้านอาหารแห่งอนาคตมีพื้นฐานจากโครงการ SPACE-F ซึ่ง NIA ดำเนินการร่วมกับไทยยูเนี่ยนและคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลอยู่แล้ว
ส่วนด้านสุขภาพ ไทยมีทั้งแพทย์และบุคลากรที่มีความสามารถ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานทางการแพทย์ที่พร้อม จึงเป็นโอกาสในการดึงสตาร์ตอัปด้านสุขภาพเข้ามาทำการทดลองทางคลินิกและขยายธุรกิจในประเทศ โดยมองว่าหากผลักดันแนวทางนี้ได้ นอกจากจะช่วยดึงดูดเงินลงทุนแล้ว ยังเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีการรักษาใหม่ได้เร็วขึ้นด้วย
ในการพูดคุยครั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนันยังได้เชิญ Temasek Foundation ให้นำเวทีประกวดนวัตกรรมระดับโลกมาจัดในประเทศไทยในปี 2570 เพื่อเปิดพื้นที่ให้นักวิจัยและสตาร์ตอัปไทยได้แสดงผลงาน พร้อมดึงนวัตกรรมและนักลงทุนจากทั่วโลกเข้ามาเห็นศักยภาพของประเทศ โดยเรื่องการจัดเวทีในไทยยังเป็นข้อเสนอในการหารือ ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนันมองว่า การพัฒนาความร่วมมือดังกล่าวเป็นอีกก้าวของการวางโครงสร้างพื้นฐานด้านนวัตกรรม เพื่อให้นักวิจัยและผู้ประกอบการไทยมีพื้นที่และทรัพยากรสำหรับการเติบโตที่ชัดเจนขึ้น
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Microsoft เร่งปั้นคน AI ป้อนตลาดงานไทย ขาดแคลน 8 หมื่นตำแหน่ง
ทรู ดิจิทัล พาร์คเชื่อม 6,000 พันธมิตร เปิดทางสตาร์ตอัปไทยสู่ตลาดโลก



