Share on
×

Share

พลังงานสะอาดกับเศรษฐกิจเอเชีย โจทย์ใหญ่คือต้นทุนและความมั่นคงทางไฟฟ้า

พลังงานสะอาดกับเศรษฐกิจเอเชีย โจทย์ใหญ่คือต้นทุนและความมั่นคงทางไฟฟ้า

การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของเอเชียมีโจทย์ทั้งต้นทุน การส่งจ่ายไฟฟ้าอย่างมั่นคง และการทำให้ผู้คนเข้าถึงพลังงาน แม้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนมีต้นทุนลดลง แต่ยังต้องลงทุนในแบตเตอรี่และโครงข่ายไฟฟ้า ขณะเดียวกัน การลดการปล่อยคาร์บอนจากอุตสาหกรรมเหล็ก ปูนซีเมนต์ การบิน และการเดินเรือ ยังต้องพัฒนาเทคโนโลยีให้มีราคาที่จ่ายไหว ส่วนการขยายการใช้พลังงานสะอาดก็มีประเด็นเรื่องเงินทุนและความเสี่ยงจากการพึ่งพาแหล่งผลิตอุปกรณ์ที่กระจุกตัว

ประเด็นเหล่านี้เป็นเนื้อหาการสนทนาช่วง Powering the Next Economy ภายในงาน CNN Global Perspectives: In Bangkok ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การผลิตพลังงาน การเข้าถึงไฟฟ้า การลงทุน ไปจนถึงความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมี Sumant Sinha ผู้ก่อตั้งประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ReNew, Elizabeth Yee รองประธานบริหารฝ่ายโครงการ มูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์ และ Åsmund Aukrust รัฐมนตรีด้านการพัฒนาระหว่างประเทศของนอร์เวย์ ร่วมสนทนา ดำเนินรายการโดย Kristie Lu Stout จาก CNN

Sinha กล่าวว่า ในประเทศส่วนใหญ่ พลังงานหมุนเวียนมีต้นทุนต่ำกว่าทางเลือกจากเชื้อเพลิงฟอสซิลแล้ว แต่ต้องพิจารณาต้นทุนทั้งหมดในการส่งจ่ายไฟฟ้าอย่างมั่นคงด้วย เพราะการใช้แบตเตอรี่และการขยายโครงข่ายต่างเพิ่มค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่าเมื่อรวมต้นทุนเหล่านี้แล้ว พลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ส่วนใหญ่ยังมีราคาต่ำกว่า หรืออย่างน้อยแข่งขันกับเชื้อเพลิงฟอสซิลได้ ส่วนความเร็วในการเปลี่ยนผ่านของแต่ละประเทศจะแตกต่างกันตามทรัพยากรลมและแสงอาทิตย์ที่มี

ความท้าทายอีกส่วนอยู่ที่การใช้พลังงานนอกภาคไฟฟ้า เขาระบุว่า เทคโนโลยีสำหรับลดการปล่อยคาร์บอนในบางด้านยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และบริษัทต่าง ๆ จะไม่เปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีที่แพงกว่าด้วยตัวเอง การทำให้เกิดการใช้อย่างแพร่หลายจึงต้องมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและมีราคาที่จ่ายไหว เขาเห็นว่า ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อเร่งพัฒนาเทคโนโลยีและลดต้นทุน รวมถึงการกำหนดสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงที่ยั่งยืนในภาคการเดินเรือและการบิน เพราะการเปลี่ยนแปลงจะเพิ่มค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้เกี่ยวข้องจะไม่ยอมรับโดยสมัครใจ

ระบบพลังงานที่สร้างขึ้นตลอด 200 ปีไม่สามารถเปลี่ยนทดแทนได้ภายในเวลา 20–30 ปี โดยเขาเห็นว่าต้องใช้เวลา 40–50 ปี และยังมีงานอีกมากในอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยคาร์บอนได้ยาก ทั้งวิธีผลิตเหล็ก วิธีผลิตปูนซีเมนต์ การบิน และการเดินเรือ สำหรับเอเชีย เขามองว่าการลดการพึ่งพาถ่านหินต้องใช้เวลา แต่ความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ กำลังได้รับการตอบสนองด้วยพลังงานหมุนเวียน และจีนกับอินเดียกำลังเปลี่ยนระบบพลังงานอย่างรวดเร็ว

การเข้าถึงไฟฟ้าและเงินทุนยังเป็นโจทย์สำคัญ

Elizabeth Yee กล่าวว่า ยังมีผู้คน 655 ล้านคนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ และอีก 3,000 ล้านคนต้องเผชิญกับไฟฟ้าที่ไม่มั่นคง เธอมองว่าผู้ที่อยู่ในสภาพเช่นนี้ไม่สามารถมีส่วนร่วมในเศรษฐกิจสมัยใหม่ได้ และการขาดพลังงานยังเกี่ยวข้องกับความยากจนด้านอื่น ทั้งความไม่มั่นคงทางอาหารและที่อยู่อาศัย มูลนิธิร็อกกีเฟลเลอร์จึงทำงานในอินเดีย ไทย และประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค เพื่อให้ผู้คนเข้าถึงพลังงาน รวมถึงพลังงานสะอาด และมีโอกาสพัฒนาความเป็นอยู่ของตนเอง

Yee ยกตัวอย่างโครงการกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ในกรุงเดลี ซึ่งเธอระบุว่า ช่วยลดความต้องการไฟฟ้าในช่วงสูงสุดได้ 40% โดยผู้จำหน่ายไฟฟ้าซื้อไฟในช่วงราคาต่ำมาเก็บไว้ในแบตเตอรี่ แล้วนำมาใช้ในช่วงที่ราคาสูง เธอกล่าวว่าวิธีนี้ทำให้ชุมชนเข้าถึงไฟฟ้าที่เชื่อถือได้ และมีราคาที่จ่ายไหว พร้อมกล่าวถึงงานด้านอื่นในภูมิภาค ทั้งการสนับสนุนการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการชลประทาน และการทำให้โรงพยาบาลเข้าถึงระบบควบคุมความเย็น ผ่านองค์กรผู้รับทุนและพันธมิตรของมูลนิธิ

ด้านเงินทุน Yee เห็นว่าการผสมผสานเงินทุนจากหลายแหล่ง หรือ blended finance มีบทบาทต่อการดำเนินงาน แต่ปัญหาคือแต่ละโครงการยังต้องออกแบบขึ้นมาเฉพาะ ซึ่งไม่ช่วยให้ขยายงานได้เร็วตามที่ต้องการ เธอเสนอให้องค์กรการกุศล ใช้เงินทุนสร้างตัวอย่างที่พิสูจน์ว่าใช้ได้จริง และพัฒนารูปแบบที่นำไปทำซ้ำได้ อีกส่วนหนึ่งคือการช่วยผู้ประกอบการ และองค์กรที่ยังเข้าไม่ถึงระบบการเงิน พัฒนารูปแบบธุรกิจและแสดงให้เห็นว่ามีรายได้และมีแนวทางดำเนินกิจการต่อไปได้ เพื่อให้สามารถเข้าถึงระบบการเงินได้

Aukrust กล่าวว่า การเข้าถึงพลังงานเป็นพื้นฐานของการพัฒนา เพราะโรงเรียน โรงพยาบาล และการสร้างงานต่างต้องใช้พลังงาน เขาเห็นว่าต้องเพิ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียนและเร่งการลงทุน เนื่องจากการแก้ปัญหาการพัฒนา ความยากจน และวิกฤติสภาพภูมิอากาศต้องดำเนินไปด้วยกัน พร้อมระบุว่า ข้อเสนองบประมาณที่รัฐบาลนอร์เวย์ยื่นต่อรัฐสภาในสัปดาห์ก่อนการสนทนา มีการเพิ่มงบให้สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาเกือบ 75% สำหรับการลงทุนในประเทศกำลังพัฒนา ทั้งด้านการพัฒนาและการลงทุนเพื่อสภาพภูมิอากาศ โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในเอเชีย ซึ่งเขามองว่ามีศักยภาพลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงที่สุด

กระจายแหล่งผลิต ลดการพึ่งพาประเทศเดียว

Sinha กล่าวว่า ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของโลกกระจุกตัวสูง และเป็นความเปราะบางที่ต้องให้ความสำคัญ เขาเห็นว่าอินเดียสามารถเป็นฐานการผลิตเพิ่มเติมจากจีนได้ เพราะมีตลาดในประเทศขนาดใหญ่ มีนโยบายส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ และมีต้นทุนการผลิตค่อนข้างต่ำ โดยระบุว่า ReNew ผลิตแผงและเซลล์แสงอาทิตย์ของตัวเองแล้ว และจะขยายไปยังขั้นตอนการผลิตก่อนหน้า เพื่อให้มีห่วงโซ่อุปทานพลังงานแสงอาทิตย์ครบวงจรในประเทศ ก่อนจะดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับแบตเตอรี่ แม่เหล็กถาวร และส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

การกระจายแหล่งผลิต ยังต้องได้รับการสนับสนุนจากประเทศผู้ซื้อ Sumant กล่าวว่า ประเทศต่าง ๆ ต้องหาวิธีกระจายการจัดซื้อออกจากประเทศเดียว แม้ต้นทุนอาจแตกต่างกัน เพราะจีนพัฒนาเทคโนโลยีและขนาดการผลิตมาแล้ว 25–30 ปี ประเทศอื่นจึงต้องใช้เวลาไล่ตาม เขาเห็นว่า การสร้างฐานการผลิตเพิ่มเติมไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่ที่อินเดีย แต่สามารถเกิดขึ้นในประเทศอื่นได้เช่นกัน

ด้าน Aukrust กล่าวว่า วิกฤติพลังงานหลังรัสเซียบุกยูเครน ทำให้เห็นความเปราะบางจากการพึ่งพาแหล่งพลังงานหรือประเทศเดียว และควรนำบทเรียนนี้มาใช้ในการเปลี่ยนผ่าน โดยส่งเสริมการแข่งขัน เพิ่มคู่ค้า และเพิ่มประเทศที่สามารถจัดหาพลังงานได้

เมื่อหารือถึงประเภทพลังงานที่เหมาะกับภูมิภาค Sinha เห็นว่า ควรใช้แหล่งพลังงานที่หลากหลาย เพราะแต่ละพื้นที่มีทรัพยากรต่างกัน ทั้งลมและแสงอาทิตย์ รวมถึงความร้อนใต้พิภพและนิวเคลียร์ในอนาคต เขากล่าวว่านิวเคลียร์เป็นพลังงานสะอาด แม้มีประเด็นอื่นที่ต้องพิจารณา และเห็นว่า ควรส่งเสริมการผลิตจากหลายแหล่ง ตราบใดที่สะอาดและมีราคาที่จ่ายไหว ส่วน Aukrust เห็นด้วยกับการใช้พลังงานหลายประเภท พร้อมย้ำว่า ต้องเร่งลงทุนเพื่อรับมือปัญหาด้านความมั่นคง สภาพภูมิอากาศ ความยากจน และการพัฒนา

Yee กล่าวว่า ความหลากหลายของแหล่งพลังงาน มีความสำคัญทั้งต่อการรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้า ราคา และสภาพภูมิอากาศ โดยยกตัวอย่างภัยแล้ง ที่สร้างความท้าทายต่อพลังงานน้ำในลาตินอเมริกาและแคริบเบียน เธอระบุว่า มูลนิธิกำลังศึกษาเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก และบทบาทของเทคโนโลยีนี้ พร้อมกล่าวถึงความจำเป็นในการเตรียมกำลังคน เพราะเทคโนโลยีบางอย่างยังเป็นเรื่องใหม่ในบางพื้นที่ จึงต้องทำให้มีคนทำงานและสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้ได้

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Trip.com ชี้เทรนด์นักท่องเที่ยวจีน Gen Z เที่ยวตามอีเวนต์ ผู้สูงวัยหนุนท่องเที่ยวนอกฤดูกาล

AI ดันการค้าสินค้าโลกโตสวนกระแสสงคราม WTO คาดปี 2569 ขยายตัว 3.9%

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar