Share on
×

Share

‘ชุดไทย’ สู่แฟชั่นร่วมสมัย สร้างโอกาสให้ช่างทอและช่างฝีมือ

ชุดไทยสู่แฟชั่นร่วมสมัย สร้างโอกาสให้ช่างทอและช่างฝีมือ

ผ้าไหมไทยสวมใส่ได้มากกว่างานพิธี เมื่อปรับการออกแบบให้ร่วมสมัย ขณะที่ชุดไทยแปดแบบเป็นต้นทางให้นักออกแบบรุ่นใหม่นำไปพัฒนาเป็นเสื้อผ้าในปัจจุบัน เรื่องราวเหล่านี้เชื่อมโยงกับช่างทอ ช่างปัก และช่างตัดเย็บที่สืบทอดฝีมืออยู่เบื้องหลัง และเป็นประเด็นสำคัญของเวที Fabric of a Nation ซึ่งพูดถึงการรักษาชุดไทยให้เป็นวัฒนธรรมที่มีการใช้จริงและส่งต่อถึงคนรุ่นต่อไป ควบคู่กับการผลักดันเข้าสู่การพิจารณาของยูเนสโก

ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย และ กุลวิทย์ เลาสุขศรี บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร VOGUE ประเทศไทย ร่วมถ่ายทอดมุมมองดังกล่าวในงาน CNN Global Perspectives: In Bangkok ดำเนินรายการโดย Will Ripley จาก CNN โดยมี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา เสด็จร่วมรับฟัง การสนทนาย้อนถึงที่มาของชุดไทย ก่อนเชื่อมมาสู่การออกแบบผ้าไทย โอกาสของช่างฝีมือ และการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่ในการสืบทอดมรดกของตน

จากหลักฐานในอดีตสู่ชุดไทยแปดแบบ

ดร.อนุชาเล่าถึงจุดเริ่มต้นในปี 1960 เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงเตรียมเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศ และทรงต้องใช้ฉลองพระองค์ที่แสดงอัตลักษณ์ไทย จึงทรงรวบรวมข้อมูลการแต่งกายของสตรีไทย และสตรีในราชสำนักในอดีต แล้วนำมาพัฒนาให้สวมใส่และเดินทางได้สะดวก จนเป็นชุดไทยสำหรับสตรีแปด แบบที่เหมาะกับโอกาสแตกต่างกัน ตั้งแต่ไม่เป็นทางการจนถึงงานที่เป็นทางการ

การพัฒนารูปแบบชุดอาศัยการศึกษาของนักวิชาการและนักประวัติศาสตร์ ประกอบกับภาพถ่าย ภาพเขียน จิตรกรรมฝาผนัง และสิ่งของในพระบรมมหาราชวัง เช่น ผ้าเก่า เพื่อนำหลักฐานเหล่านี้มาปรับใช้กับการแต่งกาย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงยังทรงงานร่วมกับ Pierre Balmain นักออกแบบเสื้อผ้าชาวฝรั่งเศส โดยมีสำนักปัก Lesage ร่วมในการพัฒนาชุดไทยให้เป็นรูปแบบที่เห็นในปัจจุบัน

ชุดไทยจักรพรรดิที่นำมาจัดแสดงเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ ดร.อนุชาอธิบายถึงองค์ประกอบ ทั้งสไบและผ้านุ่งที่มีจีบด้านหน้า ซึ่งเป็นการแต่งกายแบบเป็นทางการสำหรับโอกาสสำคัญของสตรีในราชสำนักและชนชั้นสูงในอดีต ส่วนกุลวิทย์มองว่ารูปแบบชุดไทยเป็นทั้งจุดเริ่มต้นและแหล่งอ้างอิงให้นักออกแบบไทยจำนวนมาก นำโครงร่างเดิมมาพัฒนาเป็นเสื้อผ้าร่วมสมัยที่ผู้หญิงสวมใส่ในปัจจุบัน

ออกแบบผ้าไทยให้ร่วมสมัยเปิดโอกาสให้ช่างฝีมือ

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงสืบสานรากฐานที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงวางไว้ โดยทรงนำมุมมองของนักออกแบบแฟชั่นมาใช้กับชุดไทยและผ้าไทย ในการสนทนามีการกล่าวถึงความสนใจผ้าไทย โดยเฉพาะผ้าไหมที่เพิ่มขึ้นในหมู่คนรุ่นใหม่ ช่างทอมีอายุน้อยลง และกล้าจับคู่สีมากขึ้นตามแนวพระดำริ ซึ่งช่วยสนับสนุนและสร้างโอกาสใหม่ให้ช่างทอกับช่างฝีมือทั่วประเทศ

การนำผ้าไทยมาใช้ในแฟชั่น ยังรวมถึงผลงานของเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ซึ่งทรงใช้ผ้าไหมไทยในคอลเล็กชัน รวมถึงคอลเล็กชันฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2027 ตามที่กล่าวในการสนทนา มุมมองที่เสนอคือควรมองผ้าไทยเป็นผ้าที่นำไปออกแบบได้เช่นเดียวกับผ้าชนิดอื่น เพราะเมื่อออกแบบอย่างเหมาะสม ผ้าไหมไทยก็ปรับให้ร่วมสมัยได้ และไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะงานพิธีหรือโอกาสพิเศษ

อีกประเด็นสำคัญ คือบทบาทของงานฝีมือต่ออนาคตแฟชั่นไทย โดยมีนักออกแบบนำวัสดุจากงานหัตถกรรม และงานจักสานมาใช้ในคอลเล็กชัน พร้อมกับการนำความรู้เดิมเรื่องสีย้อมธรรมชาติ และเส้นใยธรรมชาติกลับมาใช้ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงจัดทำสิ่งพิมพ์ที่ผู้สนใจเข้าถึงและดาวน์โหลด ได้ผ่านเว็บไซต์หรือคิวอาร์โค้ด เพื่อนำความรู้ไปใช้กับงานฝีมือที่ยั่งยืน ทั้งงานผ้า งานจักสาน และหัตถกรรมประเภทอื่น

ตัวอย่างการใช้ผ้าปรากฏผ่านเครื่องแต่งกายของวิทยากรทั้ง 2 คนด้วย ทั้งเสื้อราชปะแตนจากผ้าไหมมัดหมี่จังหวัดสุรินทร์ และสูทผ้าฝ้ายย้อมครามธรรมชาติตามแนวพระดำริ ของเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ เสื้อราชปะแตนมีมาตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในคริสต์ศตวรรษที่ 19 และปรับรูปแบบเล็กน้อยในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช

สืบทอดชุดไทยให้คนรุ่นใหม่มีส่วนร่วม

การรักษาชุดไทย ยังหมายถึงการสืบทอดทักษะที่ใช้สร้างเครื่องแต่งกาย ทั้งการทอผ้าด้วยกี่ การปัก และการตัดเย็บ แนวคิดที่ย้ำในการสนทนา คือการรักษาประเพณีให้มีชีวิตและมีสิ่งส่งต่อถึงคนรุ่นใหม่ แม้ไม่อาจรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอีก 10 หรือ 20 ปี แต่สิ่งที่ทำได้ในปัจจุบัน คือพยายามรักษาให้วัฒนธรรมยังมีการปฏิบัติอยู่ ไม่ใช่เป็นเพียงสิ่งจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์

การผลักดันชุดไทยเข้าสู่การพิจารณาของยูเนสโกดำเนินมาหลายปี พร้อมกับความพยายามสร้างการรับรู้และความสนใจ โดยมีการอธิบายว่า หากได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ จะช่วยบอกคนรุ่นใหม่ว่านี่คือมรดกของพวกเขา และพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการปกป้องรักษา อีกทั้งเป็นการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงพัฒนาชุดไทยขึ้นมา ส่วนคำตอบเรื่องความหมายของการได้รับการยอมรับกล่าวถึงอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจในชุดไทย

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

‘โยคะ’ ไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่คือการฝึกชีวิต

ถอดบทเรียน Pre-Planning ชวนวางแผนบ้านหลังสุดท้าย

‘ศิลปะการใช้ชีวิตวัยใกล้ 100’ ไม่หยุดทำสิ่งที่รัก ไม่หยุดใช้ชีวิต

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar