Meta ขยายเครื่องมือสำหรับผู้ปกครองให้ครอบคลุมการใช้งาน Meta AI เพิ่มเติมจากการดูแลบัญชีวัยรุ่นบนโซเชียลมีเดีย พร้อมปรับการแสดงเนื้อหาบน Instagram โดยอ้างอิงแนวทางการจัดเรตภาพยนตร์ PG-13 ความเคลื่อนไหวนี้ต่อยอดจาก Teen Accounts ที่เปิดการตั้งค่าปกป้องให้ผู้ใช้อายุ 13–17 ปีโดยอัตโนมัติ ทั้งการจำกัดคนที่เข้ามาติดต่อ เนื้อหาที่มองเห็น และการแจ้งเตือนเรื่องเวลาการใช้งาน โดยผู้ใช้อายุต่ำกว่า 16 ปีต้องได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองก่อนปรับการตั้งค่าให้เข้มงวดน้อยลง
คลารา โกห์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนกลางและอาเซียนของ Meta เปิดเผยว่า เครื่องมือดูแลบน Meta AI ช่วยให้ผู้ปกครองดูหัวข้อที่บุตรหลานสนทนากับ AI ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ โดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของวัยรุ่นด้วย อย่างไรก็ตาม เธอย้ำว่า เทคโนโลยีและการตั้งค่าความปลอดภัยช่วยลดความเสี่ยงได้ แต่ไม่อาจทดแทนการตัดสินใจของผู้ปกครอง คำแนะนำจากครู หรือความสามารถของวัยรุ่นในการหยุดคิดและทบทวนสิ่งที่พบเจอบนโลกออนไลน์
Meta จึงเดินหน้าด้านการรู้เท่าทันดิจิทัลควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA และพันธมิตร เปิดตัวคู่มือสำหรับผู้ปกครองฉบับภาษาไทย พร้อมนิทรรศการ Digital Dialogue In Real Life หรือ DDIRL ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เพื่อช่วยให้ครอบครัวเข้าใจเครื่องมือบนแพลตฟอร์มและพูดคุยถึงปัญหาใกล้ตัว ทั้งการกลั่นแกล้งออนไลน์ แรงกดดันจากเพื่อน และการเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น พร้อมวางแผนขยายการเผยแพร่คู่มือไปยังโรงเรียนและชุมชนทั่วประเทศในปี 2570
Teen Accounts ปกป้องวัยรุ่นอย่างไร
Teen Accounts เป็นกลไกหลักที่ Meta ใช้ดูแลวัยรุ่นบน Instagram, Facebook, Messenger และ Threads โดยนำผู้ใช้อายุ 13–17 ปีเข้าสู่การตั้งค่าปกป้องโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องเลือกเปิดใช้งานเอง คลารายืนยันในช่วงตอบคำถามว่า Teen Accounts เปิดใช้งานในประเทศไทยแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีก่อน การตั้งค่าตั้งแต่เริ่มต้นครอบคลุมทั้งความเป็นส่วนตัว การติดต่อจากบัญชีอื่น และเนื้อหาที่ละเอียดอ่อน ส่วนเงื่อนไขขออนุญาตผู้ปกครองก่อนลดระดับการปกป้องใช้กับผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปี
มาตรการที่อยู่ในบัญชีวัยรุ่น ประกอบด้วย การตั้งบัญชีเป็นส่วนตัวเป็นค่าเริ่มต้น การจำกัดการส่งข้อความ และการจำกัดการแสดงเนื้อหาที่ละเอียดอ่อน นอกจากนี้ยังมีการแจ้งเตือนเมื่อใช้งานครบ 60 นาทีต่อวัน และโหมดพักการใช้งาน หรือ Sleep Mode ที่ปิดการแจ้งเตือนระหว่างเวลา 22.00–07.00 น. เครื่องมือแต่ละส่วนมีหน้าที่ต่างกัน ทั้งดูแลการติดต่อ ลดการพบเนื้อหาบางประเภท และช่วยให้วัยรุ่นจัดการเวลาของตนเอง โดยการแจ้งเตือนครบ 60 นาทีเป็นการเตือนเรื่องระยะเวลาการใช้งาน ไม่ใช่การกำหนดว่าจะใช้งานต่อไม่ได้เมื่อครบเวลาดังกล่าว
ด้านเนื้อหา คลารา ระบุว่า Meta ได้ปรับประสบการณ์ Teen Accounts บน Instagram ในปีนี้ รวมถึงในประเทศไทย โดยนำความคิดเห็นของผู้ปกครองมาใช้พัฒนาการตั้งค่าให้เข้าใจง่ายขึ้น และอ้างอิงแนวทางการจัดเรตภาพยนตร์ PG-13 ในการดูแลความเหมาะสมของเนื้อหาสำหรับวัยรุ่น บริษัทต้องการให้เนื้อหาที่ผู้ใช้กลุ่มนี้เห็นบน Instagram สอดคล้องกับสิ่งที่พวกเขาจะพบเมื่อเข้าไปชมภาพยนตร์เรตดังกล่าว การปรับครั้งนี้จึงเพิ่มความชัดเจนเรื่องเนื้อหาที่เหมาะกับช่วงวัย ควบคู่กับมาตรการที่ดูแลความเป็นส่วนตัว การติดต่อ และเวลาการใช้งาน
คู่มือผู้ปกครองไทย ช่วยเข้าใจชีวิตออนไลน์ของลูก
คู่มือสำหรับผู้ปกครองฉบับภาษาไทย จัดทำขึ้นร่วมกับกระทรวงดิจิทัลฯ, ETDA, Digital Tips Academy และมูลนิธิสายเด็ก 1387 เนื้อหาครอบคลุมคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือด้านความปลอดภัย การตั้งค่าความเป็นส่วนตัว และแนวทางเริ่มต้นบทสนทนากับบุตรหลาน โดยเชื่อมความรู้เกี่ยวกับการใช้งานแพลตฟอร์ม เข้ากับประสบการณ์ขององค์กรที่ทำงานด้านเด็กและครอบครัว เพื่อให้ผู้ปกครองมีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องมือ และคำแนะนำสำหรับนำไปใช้กับสถานการณ์ที่พบในชีวิตประจำวัน
คลารา กล่าวว่า พันธมิตรแต่ละรายมีบทบาทต่างกัน โดยหน่วยงานรัฐสนับสนุนกรอบนโยบาย มูลนิธิสายเด็กมีประสบการณ์ทำงานโดยตรงกับเด็กและครอบครัวที่กำลังประสบปัญหา จึงช่วยสะท้อนว่าพวกเขาต้องการความช่วยเหลืออย่างไร ส่วน Digital Tips มีความเชี่ยวชาญในการถ่ายทอดความรู้ดิจิทัลให้เข้าใจและนำไปใช้ได้ในชุมชน ขณะที่ Meta สนับสนุนความรู้เกี่ยวกับแพลตฟอร์มและเครื่องมือของบริษัท ความร่วมมือดังกล่าว จึงนำข้อมูลการใช้งานเทคโนโลยี มาประกอบกับความเข้าใจปัญหาของครอบครัว
คู่มือนี้ให้ความสำคัญกับผู้ปกครอง ที่อาจรู้สึกตามความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีไม่ทัน คลาราระบุว่า ผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องรับมือเพียงลำพัง หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี แต่ควรได้รับความรู้ที่ช่วยให้เข้าใจเครื่องมือ และเริ่มพูดคุยกับบุตรหลานได้ ขณะเดียวกัน วัยรุ่นต้องมีโอกาสพูดอย่างตรงไปตรงมากับทั้งผู้ปกครองและเพื่อน เพื่อเรียนรู้การกำหนดขอบเขต และเลือกประสบการณ์ออนไลน์ที่ตนต้องการ การให้ความรู้จึงต้องช่วยให้ทั้ง 2 ฝ่าย เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพบเจอ และนำมาประกอบการตัดสินใจร่วมกัน
Digital Dialogue IRL ชวนเรียนรู้ความปลอดภัยออนไลน์
นิทรรศการ DDIRL นำประเด็นจากชีวิตออนไลน์มาจัดเป็นกิจกรรมให้วัยรุ่น ผู้ปกครอง และครูเรียนรู้ร่วมกัน ครอบคลุมทั้งเวลาที่ใช้หน้าจอ การเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น การควบคุมหน้าฟีด แรงกดดันจากคนวัยเดียวกัน การกลั่นแกล้งออนไลน์ และความสมดุลระหว่างชีวิตออนไลน์กับออฟไลน์ โดยใช้การ์ดบทสนทนาภาพ คำถามชวนคิด และกิจกรรมโต้ตอบ เพื่อให้ผู้เข้าชมเชื่อมโยงกับสถานการณ์ใกล้ตัว คลาราระบุว่า โครงการต้องการนำเรื่องที่มักถูกสื่อสารเป็นรายการ ข้อควรทำ หรือคำเตือน มาทำให้เป็นกิจกรรมที่ครอบครัวใช้เรียนรู้และพูดคุยกันได้
นิทรรศการแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 โซน โดย Social Spaces พาผู้เข้าชมเรียนรู้การปรับประสบการณ์ใช้งาน เช่น การจัดการการแจ้งเตือน ส่วน Kindness Online อธิบายการรายงานโพสต์ ความคิดเห็น หรือบัญชีที่ไม่เหมาะสม เพื่อรับมือกับการคุกคามอย่างปลอดภัย ขณะที่ Know Your Limits เชื่อมเรื่องเวลาการใช้งานเข้ากับเครื่องมือที่มีอยู่ ทั้งการแจ้งเตือนเมื่อใช้ครบ 60 นาทีและโหมดพักการใช้งาน กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้ผู้เข้าชมเห็นว่า เมื่อพบปัญหาหรือต้องการปรับพฤติกรรมการใช้งาน จะเลือกใช้เครื่องมือใดบนแพลตฟอร์มได้บ้าง
อีก 2 โซนให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่ผู้ใช้พบ และความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการใช้งาน โดย Feed Control ชวนสำรวจว่าการมีส่วนร่วมกับคอนเทนต์ มีผลต่อหน้าฟีดอย่างไร พร้อมแนะนำตัวเลือกอย่างการระบุว่า “สนใจ” และการซ่อนโพสต์แนะนำ ส่วน Beyond Likes ชวนมองคุณค่าของการแบ่งปันเรื่องราว นอกเหนือจากยอดถูกใจ และแนะนำเครื่องมือซ่อนยอด Likes รวมถึงการจำกัดการโต้ตอบ เนื้อหาส่วนนี้เชื่อมการใช้เครื่องมือเข้ากับประเด็นการเปรียบเทียบตัวเอง และแรงกดดันบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวข้อหลักที่โครงการต้องการให้ครอบครัวพูดคุยกัน
เตรียมขยายคู่มือ สู่โรงเรียนและชุมชนทั่วไทย ในปี 2570
สำหรับประเทศไทย ความท้าทายอีกด้าน คือการนำความรู้เหล่านี้ไปถึงผู้ปกครองที่อยู่ต่างพื้นที่ และมีความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีไม่เท่ากัน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่า การกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า ผู้ปกครองบางส่วนยังไม่เข้าใจว่าบุตรหลานใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์อย่างไร ขณะที่โซเชียลมีเดียเป็นพื้นที่ทั้งสำหรับความบันเทิง การเรียนรู้ การสร้างสรรค์ผลงาน และการหารายได้ของเยาวชน การดูแลจึงต้องเริ่มจากการเข้าใจวัตถุประสงค์ และประสบการณ์ของบุตรหลานด้วย โดยภาครัฐต้องการให้คู่มือ และกิจกรรมช่วยสร้างความเข้าใจระหว่างวัย และเข้าถึงครอบครัวในชุมชนต่าง ๆ ได้มากขึ้น
กระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวถึงแนวทางประสานความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อส่งต่อคู่มือถึงระดับหมู่บ้าน ตลอดจนนำคู่มือเข้าไปในกิจกรรม ETDA Roadshow ที่เดินสายให้ความรู้ในภูมิภาคต่าง ๆ ส่วน Meta ระบุว่ามีแผนขยายการเผยแพร่คู่มือทั่วประเทศไทยตลอดปี 2570 โดยต้องการให้เข้าถึงโรงเรียน ศูนย์ชุมชน และผู้ปกครอง โดยเฉพาะกลุ่มที่รู้สึกว่าตนเองไม่มีทักษะดิจิทัลมากนัก แผนดังกล่าวจะต่อยอดจากการเปิดตัวในกรุงเทพฯ ขณะที่เนื้อหานิทรรศการและคู่มือเปิดให้เข้าถึงทางออนไลน์แล้ว เพื่อให้ผู้สนใจนำไปใช้ได้โดยไม่ต้องรอเข้าร่วมกิจกรรมในพื้นที่

นิทรรศการ Digital Dialogue In Real Life เปิดให้ประชาชนเข้าชมฟรีระหว่างวันที่ 22–25 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ The Forum ชั้น G ศูนย์การค้าเกษร อัมรินทร์ โดยเกษรสนับสนุนพื้นที่สำหรับให้เยาวชนและครอบครัวเข้ามาเรียนรู้ร่วมกัน ผู้เข้าชมจะได้ทดลองกิจกรรมที่เชื่อมกับเครื่องมือบนแพลตฟอร์ม และนำคำถามจากนิทรรศการกลับไปพูดคุยต่อที่บ้าน ตั้งแต่การจัดการเนื้อหาที่ไม่อยากเห็น การรับมือเมื่อถูกคุกคาม ไปจนถึงการทบทวนเวลาการใช้งาน และผลของโซเชียลมีเดียต่อชีวิตประจำวัน
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Huawei เสนอ Sovereign AI ไทย ต่อยอดโมเดลเปิดสู่การใช้งานจริง
TikTok #วัยทีนรู้ทัน ชวนครอบครัวสร้าง ‘พื้นที่ปลอดภัย’ รับมือภัยออนไลน์
Cyber Resilience เมื่อความปลอดภัยไซเบอร์ไม่ใช่แค่เรื่องของฝ่ายไอที



