Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

บุกออฟฟิศใหม่ Agoda ปั้น ‘ซิลิคอนแวลลีย์กรุงเทพฯ’

บุกออฟฟิศใหม่ Agoda ปั้น ‘ซิลิคอนแวลลีย์กรุงเทพฯ'

บริษัท อโกดา เซอร์วิสเซส จำกัด แพลตฟอร์มการเดินทางระดับโลก เปิดตัวสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ที่โครงการ One Bangkok ในวันนี้ โดยย้ายจากทำเลเดิมที่ Central World การย้ายสำนักงานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยี รวมถึงสะท้อนวิสัยทัศน์ทางเทคโนโลยีและกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัท

เบื้องหลังการขยับตัวครั้งใหญ่นี้ ซ่อนวิสัยทัศน์ แนวคิด และก้าวต่อไปที่ตอกย้ำว่า เป้าหมายของ Agoda นั้นทะยานไปไกลกว่าการเป็นเพียงแพลตฟอร์มจองที่พัก

ปักหมุดวันแบงค็อก ปั้นซิลิคอนแวลลีย์กลางกรุง

การตัดสินใจย้ายสำนักงานมาที่ One Bangkok เกิดจากความตั้งใจที่จะสร้างพื้นที่ทำงานด้านเทคโนโลยีและการทำงานร่วมกันที่ล้ำสมัยที่สุด หัวใจสำคัญของการย้ายมาสู่โครงการวัน แบงค็อก คือการสร้างรากฐานด้านเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมกับการรวมทีมงานเข้าด้วยกันบนพื้นที่ที่ทันสมัยและออกแบบมาให้ตอบโจทย์พนักงาน

ออมรี มอร์เกนสเติร์น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อโกด้า เปิดเผยว่า เป้าหมายสูงสุดของเขาคือการสร้างซิลิคอนแวลลีย์ในกรุงเทพฯ และรองรับการเติบโตของทีมงานที่ประจำอยู่ในประเทศไทยเกือบ 4,000 คน (จากพนักงานทั้งหมดมากกว่า 7,500 คน) สำนักงานแห่งใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นระยะยาวของอโกด้าที่มีต่อภูมิภาค และรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ไปจนถึงการเสริมความแข็งแกร่งให้กับฟังก์ชันธุรกิจระดับภูมิภาคที่สนับสนุนเครือข่ายที่พักมากกว่า 6 ล้านแห่ง รวมไปถึงเส้นทางการบินและกิจกรรมมากกว่าแสนรายการ

การย้ายมาสู่บ้านหลังใหม่ที่มีพื้นที่กว่า 26,000 ตารางเมตร ครอบคลุม 7 ชั้นนี้ ซึ่งรวมพนักงานที่ประจำอยู่ในประเทศไทยเกือบ 4,000 คนไว้ภายใต้สำนักงานเดียวกัน ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมกัน การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการเชื่อมต่อระหว่างทีมให้ดียิ่งขึ้น

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เริ่มต้นบทบาทครั้งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ การย้ายมาสู่โครงการวัน แบงค็อก สะท้อนถึงความตั้งใจของอโกด้าในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีให้กับพนักงาน โดยให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความเป็นอยู่ที่ดี และการทำงานร่วมกัน สิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยของโครงการวัน แบงค็อก จึงเป็นพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อส่งมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ดีกับนักเดินทางทุกคน”

เปิดม่านแคมปัสสุดล้ำ สเปซที่เชื่อมไอเดียเข้าด้วยกัน

สำนักงานในรูปแบบแคมปัสแห่งนี้ ได้รับการออกแบบโดยยึดตามรูปแบบการทำงานของพนักงานอโกด้าเป็นหลัก เพื่อให้พร้อมรองรับการทำงานของแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บุกออฟฟิศใหม่ Agoda ปั้น ‘ซิลิคอนแวลลีย์กรุงเทพฯ'

รูปแบบ built-to-suit ของโครงการวัน แบงค็อก ยังช่วยให้อโกด้าสามารถออกแบบพื้นที่ทำงานให้สอดคล้องกับความต้องการได้อย่างลงตัว โดยมุ่งเน้นทั้งด้านเทคโนโลยี การทำงานร่วมกัน และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน

แนวคิดหลักในการออกแบบคือการเชื่อมโยงถึงกันผ่านธีมสะพานเพื่อสะท้อนถึงภารกิจในการเชื่อมโยงโลกผ่านการเดินทาง หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการสร้างบันไดเชื่อมต่อกันทั้ง 7 ชั้นภายในพื้นที่ของอโกด้าเพื่อให้พนักงานสามารถเดินถึงกันได้โดยตรง แทนที่จะต้องพึ่งพาลิฟต์แบบเดิม ซึ่งช่วยลดกำแพงการทำงานและกระตุ้นให้เกิดความเคลื่อนไหวภายในองค์กร โดยมีการออกแบบบันไดเป็น 2 ฝั่ง คือ Sunrise Staircase โทนสีขาวสว่าง และ Sunset Staircase โทนสีม่วงเข้ม

นอกจากนี้ยังมี Bridge Cafe พื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบมาเพื่อสร้างสายสัมพันธ์และการปรึกษาหารือแบบเฉพาะหน้าซึ่งนำไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงพื้นที่ Social House หรือแพนทรีที่ได้รับการอัปเกรดให้มีให้บริการในทุกชั้นเพื่อให้พนักงานได้พักผ่อนและเชื่อมต่อกับทีม

ในด้านเทคโนโลยี สำนักงานแห่งนี้ได้รับการติดตั้งนวัตกรรมล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นโซน NOC (Network Operations Center) สำหรับทีมงานในการติดตามและดูแลระบบอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง หรือห้อง War Room ที่ตั้งอยู่ใกล้กัน สำหรับใช้รับมือและแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเมื่อเกิดเหตุการณ์สำคัญ มีพื้นที่ Employee Connect ซึ่งเป็นจุดบริการที่พนักงานสามารถรับการสนับสนุนด้านไอทีและบุคคลผ่านตู้คีออสที่ทีมงานภายในออกแบบเอง พร้อมระบบกดบัตรคิวและแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันเหมือนการรับบริการในธนาคาร โดยมี Games room ให้บริการในระหว่างรอคิวด้วย สำนักงานยังมีห้อง Boardroom ขนาดใหญ่รองรับได้ถึง 56 ที่นั่ง พร้อมระบบไมโครโฟนและกล้องรอบทิศทาง รวมถึงสตูดิโอและห้องบันทึกเสียงแบบ Green Room สำหรับการผลิตคอนเทนต์และพอดแคสต์ที่เก็บเสียงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

บุกออฟฟิศใหม่ Agoda ปั้น ‘ซิลิคอนแวลลีย์กรุงเทพฯ'

การออกแบบยังคำนึงถึงความเป็นอยู่ที่ดีด้วยโต๊ะทำงานตามหลักสรีรศาสตร์ที่ปรับระดับความสูงได้ และระบบที่นั่งแบบ Hot desk ที่ให้ความยืดหยุ่น โดยแต่ละชั้นจะมีธีมการออกแบบที่แตกต่างกัน เช่น ภูเขาหิมะ และป่าเขตร้อน พร้อมทั้งสอดแทรกศิลปะที่สะท้อนความเป็นไทยผ่านความร่วมมือกับแบรนด์จิม ทอมป์สัน ในการใช้ผ้าไหมตกแต่งผนังเพื่อช่วยเก็บเสียง รวมถึงภาพจิตรกรรมฝาผนังจากศิลปินไทยอย่าง Kent ที่สื่อถึงพลังของกรุงเทพฯ และศิลปินนานาชาติอย่าง Nabil ที่ผสมผสานสถาปัตยกรรมเอเชียและตะวันออกกลางเข้าด้วยกันเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนที่ล็อบบี้หลัก

โครงการวัน แบงค็อก (One Bangkok) โครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้กลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (Frasers Property) ร่วมกับ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คือโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ครบวงจรและสมบูรณ์แบบที่สุด ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมถนนวิทยุตัดกับถนนพระราม 4 ใจกลางกรุงเทพฯ โครงการนี้ได้รับมาตรฐาน LEED Platinum ด้านการพัฒนาชุมชนเมืองที่ยั่งยืน รวมถึงมาตรฐาน WiredScore และ SmartScore ในด้านการเชื่อมต่อดิจิทัลและเทคโนโลยีอาคารอัจฉริยะ พร้อมทางเชื่อมต่อโดยตรงกับระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพฯ ซึ่งตอบโจทย์วิสัยทัศน์ของอโกด้าได้อย่างสมบูรณ์

หลังม่านความง่าย คือกองทัพวิศวกรกับสเกลระดับโลก

ไอดาน ซัลซ์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของอโกด้า

ไอดาน ซัลซ์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของอโกด้า ได้อธิบายถึงเหตุผลเบื้องหลังความต้องการทีมเทคโนโลยีขนาดใหญ่ว่า ความสะดวกสบายในการเดินทางที่ผู้ใช้งานสัมผัสได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยการทำงานอย่างหนักเพื่อจัดการกับความซับซ้อนระดับโลก

เป้าหมายของอโกด้าคือการเป็นแพลตฟอร์มที่ครอบคลุมทุกมิติของการเดินทางอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่สำหรับการค้นหาที่พัก ซึ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมีส่วนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้แก่วิศวกร ช่วยให้บุคลากรสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่มีประสิทธิภาพและมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นกว่าในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ

ความซับซ้อนที่ว่านี้ สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนจากสเกลการทำงานระดับโลก เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงที่พักกว่า 6 ล้านแห่ง เส้นทางการบินกว่า 130,000 เส้นทาง และกิจกรรมมากกว่า 300,000 รายการได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ให้บริการในภาษาต่างๆ ถึง 39 ภาษา และมีฝ่ายบริการลูกค้าคอยให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

ในแต่ละวันระบบของอโกด้าต้องประมวลผลข้อมูลมหาศาล ทั้งการส่งข้อความผ่านเซิร์ฟเวอร์ถึง 4 ล้านล้านข้อความ การคำนวณราคา 13 ล้านครั้งในทุก ๆ 1 วินาทีทั่วโลก รวมไปถึงการเขียนข้อมูลใหม่ 500 ถึง 580 เทราไบต์ และอ่านข้อมูลมากถึง 14 เพตาไบต์ต่อวัน

เพื่อรองรับสเกลขนาดมหึมานี้ แอปพลิเคชันของอโกด้าจึงมีการอัปเดตระบบใหม่ถึง 500 ครั้งต่อวัน โดยต้องผ่านการทดสอบอัตโนมัติเกือบ 1 ล้านครั้งต่อวันเพื่อความถูกต้องแม่นยำ นอกจากนี้ บริษัทยังเลือกที่จะบริหารจัดการศูนย์ข้อมูลของตัวเองด้วยซีพียูกว่า 1 ล้านคอร์ เพื่อรักษาเสถียรภาพการทำงานของระบบไว้ที่ 99.95 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมต้นทุนและบริหารจัดการประสิทธิภาพได้อย่างสูงสุด

ปลดล็อกพลัง AI สู่การเป็นเพื่อนร่วมเดินทางอัจฉริยะ

ในอนาคต Agoda กำลังมุ่งสู่การเป็นเพื่อนร่วมเดินทางโดยใช้พลังของ Generative AI มาเป็นหัวใจสำคัญ ปัจจุบันระบบประมวลผล AI ถึง 5 แสนถึง 1 ล้านโทเคนต่อวินาที โดย Agoda ได้พัฒนาเครื่องมือภายในอย่าง CodeBuddy ซึ่งเป็น AI ช่วยตรวจทานโค้ดที่สร้างความพึงพอใจให้พนักงานสูงถึง 92 เปอร์เซ็นต์ รวมถึง Query Assist ที่ช่วยตอบคำถามเชิงวิเคราะห์โครงสร้างข้อมูลของบริษัท นอกจากนี้ยังมีการใช้ AI ในทีม Customer Support เพื่อสรุปเคสและแปลภาษาแบบเรียลไทม์เพื่อลดข้อจำกัดด้านภาษาและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการ บริษัทมีแพลตฟอร์ม gpt.agodadev.io ให้พนักงานทุกคนเข้าถึงเครื่องมือ AI ได้อย่างไม่จำกัดเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างนวัตกรรม

นอกเหนือจากการพัฒนาเทคโนโลยีแล้ว Agoda ยังให้ความสำคัญกับการสร้างบุคลากรสายเทครุ่นใหม่ผ่านโครงการ Agoda Tech Camp Day ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องหลายปีเพื่อสอนเยาวชนเกี่ยวกับการสร้างแอปพลิเคชัน AI โดยมีวิศวกรของ Agoda กว่า 40 คนร่วมเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ เป้าหมายคือการนำ AI มาสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้า เช่น แชทบอทตอบคำถามเรียลไทม์ และการสรุปรีวิวที่พักแบบส่วนตัว

การย้ายสำนักงานของอโกด้ามาสู่โครงการวัน แบงค็อก แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทกับกรุงเทพฯ รวมไปถึงความพร้อมด้านนวัตกรรม ความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงาน และการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวที่ครอบคลุมที่พักมากกว่า 6 ล้านแห่ง เส้นทางการบินกว่า 130,000 เส้นทาง และกิจกรรมมากกว่า 300,000 รายการ

การย้ายสำนักงานใหญ่ของอโกด้ามายังโครงการวัน แบงค็อก จึงเป็นความเคลื่อนไหวทางยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจของอุตสาหกรรม TravelTech เพราะสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรสายเทคโนโลยี ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการกับข้อมูลมหาศาลและระบบที่ซับซ้อน

ความท้าทายต่อไปของอโกด้าคือการพิสูจน์ว่า การทุ่มทรัพยากรสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานในรูปแบบซิลิคอนแวลลีย์ และการนำเทคโนโลยี Generative AI มาปรับใช้อย่างเต็มรูปแบบนั้น จะสามารถยกระดับแพลตฟอร์มจากการเป็นเพียงตัวกลางในการจองที่พัก 6 ล้านแห่ง เส้นทางการบิน 130,000 เส้นทาง และกิจกรรม 300,000 รายการ ไปสู่การเป็นเพื่อนร่วมเดินทาง (Travel Companion) ที่สร้างความแตกต่างได้จริงหรือไม่ ท่ามกลางสมรภูมิการท่องเที่ยวออนไลน์ที่แข่งขันกันด้วยเทคโนโลยี ทิศทางหลังจากนี้ของอโกด้าพร้อมทัพวิศวกรนับพันคนจึงเป็นกรณีศึกษาที่ต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Agoda เผย 67% ของนักพัฒนา ไม่ไว้ใจโค้ดที่ AI สร้างให้ 100%

พลิกเกมโลกรวนด้วย ‘พลังคน’ ขับเคลื่อน ESG สู่ความยั่งยืน

เจาะโมเดล Double A: เปลี่ยน ‘กระดาษ’ ให้เป็นระบบนิเวศธุรกิจ

×

Share

ผู้เขียน

Asina Pornwasin Avatar