Google Cloud ประกาศขยายความร่วมมือครั้งสำคัญร่วมกับ 4 หน่วยงานพันธมิตรภาครัฐในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ Enterprise Singapore (EnterpriseSG) จากสิงคโปร์, กระทรวงการสื่อสารและดิจิทัลของอินโดนีเซีย (Komdigi), ศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติเวียดนาม (NIC) และศูนย์นวัตกรรมและสตาร์ทอัพแห่งนครโฮจิมินห์ (SIHUB) เพื่อจัดตั้ง ระเบียงนวัตกรรมสตาร์ตอัปด้าน AI (AI Startup Innovation Corridor) ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มุ่งพลิกโฉมและเชื่อมโยงศักยภาพของสตาร์ตอัปในภูมิภาคนี้เข้ากับซิลิคอนแวลลีย์ (Silicon Valley) ศูนย์กลางเทคโนโลยีระดับโลก
โครงการ Google for Startups Accelerator: Southeast Asia คือความเคลื่อนไหวล่าสุดในรูปแบบโครงการข้ามพรมแดนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริม สนับสนุน และผลักดันให้ผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัปสามารถพัฒนา ตลอดจนการต่อยอดเชิงพาณิชย์สำหรับผลิตภัณฑ์ประเภท Agentic AI ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการนำเสนอความเป็นพันธมิตรแบบบูรณาการร่วมกับ Google Cloud ทั้งในด้านวิศวกรรมและการวางกลยุทธ์เจาะตลาด (Go-to-market: GTM) โดยโครงการนี้จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมและเส้นทางลัดให้สตาร์ตอัปด้าน AI ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถขยายขีดความสามารถและเติบโตสู่ระดับสากลได้อย่างแข็งแกร่ง
คิกออฟในงาน Sprint ย้ำความสำเร็จโครงการบ่มเพาะสร้างมูลค่าระดมทุน 6.6 พันล้านดอลลาร์
การเปิดตัวระเบียงนวัตกรรมและโครงการดังกล่าวเกิดขึ้นภายในงาน Google for Startups Sprint ซึ่งเป็นกิจกรรมพิเศษตลอดหนึ่งวันเต็ม ณ สำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Google โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงสตาร์ตอัปเข้ากับกลุ่มนักลงทุนและผู้นำจากภาคส่วนรัฐบาล
ภายในงานได้รับเกียรติจาก โจเซฟิน เตียว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาดิจิทัลและสารสนเทศของสิงคโปร์ มาร่วมพบปะพูดคุยและแลกเปลี่ยนทัศนะกับกลุ่มสตาร์ตอัปและนักพัฒนาด้าน AI
งานนี้ยังเป็นเวทีที่นำเสนอผลงานของสตาร์ตอัปด้าน AI จากเครือข่ายศิษย์เก่าของ Google for Startups ซึ่งเป็นคอมมูนิตี้ระดับโลกที่ประกอบด้วยผู้ก่อตั้งหลายพันคนจาก 85 ประเทศที่เคยผ่านโปรแกรมบ่มเพาะนี้
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ปี 2018 เป็นต้นมา โครงการบ่มเพาะ (Accelerators) ของ Google ได้ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนสตาร์ตอัปในระยะเริ่มต้น (Early-stage) ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปแล้วมากกว่า 200 แห่ง ในการสร้างสรรค์และพัฒนาผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีใหม่ ๆ โดยโครงการนี้มีส่วนสำคัญในการช่วยให้สตาร์ตอัปสามารถระดมทุนรวมกันได้สูงถึง 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หรือประมาณ 2.14 แสนล้านบาท) พร้อมทั้งสร้างงานให้เกิดขึ้นในภูมิภาคมากกว่า 11,300 ตำแหน่ง ตลอดจนช่วยขยายฐานกลุ่มลูกค้าและผลักดันการเติบโตเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ได้สำเร็จ
ตัวอย่างรายชื่อบริษัทสตาร์ตอัปในภูมิภาคที่เคยได้รับผลประโยชน์จากโครงการนี้ ได้แก่: Advance, Analitica, Atlas, BenKon, Betterdata, Buymed, Cosmos Innovation, DayaTani, DeafTawk, Docosan (ปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของ DiaB), Drylab, Fundiin, Genestory, GIMO, Giztix, Good Doctor, H3 Zoom, HD, HealthMetrics, Igloo, Kata.ai, Konigle, Lytehouse, Mamibabi, MHub, Nexmedis, Noice, Pints AI, Portcast, Riliv, Rumarocket, Sehati TeleCTG, Simplize, Speedback, Speedoc, Privy, Talenox, TopCV, Transparently, Trialo, Unicorn Labs และ Wela
ก้าวข้ามช่องโหว่การโตระดับโลก เปิดรับ 25 สตาร์ตอัป ดีเดย์สิงหาคม 2569
Sami Kizilbash หัวหน้าฝ่ายระบบนิเวศนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Google Cloud กล่าวว่า เพื่อเป็นการต่อยอดจากรากฐานความสำเร็จในอดีต โครงการ Google for Startups Accelerator: Southeast Asia จึงถูกตั้งเป้าหมายเพื่อให้บริการแก่สตาร์ตอัปด้าน AI ตั้งแต่ระยะ Seed ไปจนถึงระดับ Series B ครอบคลุมหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรมในทั้ง 6 ประเทศของภูมิภาค ทั้งนี้ จากเสียงสะท้อนของผู้ก่อตั้งพบว่า การก้าวข้ามจุดที่ผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ตลาด (Product-market fit) ไปสู่ขั้นตอนการขยายธุรกิจในระดับสากลคือความท้าทายที่ยากที่สุด
โครงการนี้จึงได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อปิดช่องโหว่ดังกล่าว โดยให้สิทธิ์สตาร์ตอัปเข้าถึงทรัพยากรระดับท็อปและศูนย์กลางเทคโนโลยีของโลกโดยตรง เพื่อขับเคลื่อนและต่อยอดเทคโนโลยี Frontier AI ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเต็มสเกล ผ่านระบบโครงสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน รวมถึงหลักสูตรอบรมที่หลากหลาย อาทิ Startup School: Agentic AI และ Gen AI Academy โดย Google Cloud พร้อมสนับสนุนนักพัฒนาในทุกช่วงการเติบโต เพื่อร่วมกันยกระดับให้ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลายเป็นศูนย์กลางโซลูชัน AI ที่เชื่อถือได้ในการสร้างผลกระทบเชิงบวกทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบัน โครงการ Google for Startups Accelerator: Southeast Asia ได้เปิดรับสมัครอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อเฟ้นหาสตาร์ตอัปจำนวน 25 แห่งแรกเข้าร่วมรับการบ่มเพาะเป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยไม่มีข้อผูกมัดเรื่องการถือครองหุ้นในบริษัท (Equity-free) ซึ่งโปรแกรมมีกำหนดการเริ่มต้นขึ้นในเดือนสิงหาคม 2026 นี้ โดยหน่วยงาน EnterpriseSG, Komdigi และ NIC ร่วมกับ SIHUB จะรับหน้าที่ให้การสนับสนุนสตาร์ตอัปจากสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม ตามลำดับ ภายใต้แนวทางที่ออกแบบให้สอดรับกับบริบทของแต่ละประเทศ
สร้างจุดต่างอันโดดเด่น สัมผัสประสบการณ์จริง ณ แคมปัสแคลิฟอร์เนีย
ความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์สำคัญของโครงการนี้ คือการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้เดินทางไปพำนักในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อสัมผัสประสบการณ์ทำงานจริง (In-person California residency) โดยผู้ก่อตั้งสตาร์ตอัปจะได้รับการฝึกอบรมและเรียนรู้เชิงลึกด้านเทคนิค (Technical training) ณ ศูนย์กลางนวัตกรรมโลก ซึ่งรวมถึงแคมปัสของ Google ในเมืองเมาน์เทนวิว (Mountain View) และเมืองซานฟรานซิสโก
นอกจากนี้ จะได้มีโอกาสเชื่อมโยงและมีส่วนร่วมโดยตรงกับกลุ่มธุรกิจเงินร่วมลงทุน (Venture Capital) บนทำเลสำคัญอย่างถนนแซนด์ฮิลล์ (Sand Hill Road) และในเมืองพาโลอัลโต (Palo Alto) สภาพแวดล้อมจริงทางธุรกิจนี้จะเป็นเสมือนพื้นที่ทดสอบความแข็งแกร่ง ปรับปรุงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ให้เทียบเท่ากับเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์กับคู่ค้าในอุตสาหกรรมเดียวกันและเครือข่ายระดับองค์กร ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อการขยายธุรกิจในระดับนานาชาติ
เปิดแพ็กเกจทรัพยากรระดับไฮเอนด์ หนุนวิศวกรรมผลิตภัณฑ์แบบ Full-stack
เพื่อสนับสนุนความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างผลกระทบต่อตลาดได้อย่างฉับไว โครงการได้เตรียมสิทธิประโยชน์และข้อได้เปรียบที่แตกต่างไว้รองรับสตาร์ตอัปที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ดังนี้:
- ความสามารถด้าน AI แบบ Full-stack: สตาร์ตอัปจะได้รับสิทธิ์เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐาน AI แบบ Full-stack ของ Google Cloud เช่น Tensor Processing Units (TPUs), Agentic Data Cloud, Gemini Enterprise Agent Platform และ Google Antigravity พร้อมรับเครดิตใช้งานคลาวด์สูงสุดมูลค่า 350,000 ดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้โครงการ Google for Startups Cloud สำหรับใช้ในการฝึกอบรมแบบครบวงจร (End-to-end training), การปรับแต่งโมเนลแบบละเอียด (Fine-tuning) และการเปิดใช้งาน (Serving) AI Agent ที่มีความปลอดภัยและให้ข้อมูลที่แม่นยำ (Grounded)
- สิทธิ์เข้าถึงเทคโนโลยีแนวหน้าก่อนใคร (Early Access): ได้เข้าร่วมโปรแกรม Trusted Tester และ Early Access เพื่อเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปสร้างสรรค์โซลูชันผ่านโมเดล AI เจเนอเรชันใหม่ของ Google เช่น โมเดล Gemini 3.5 รุ่นล่าสุด รวมถึงเครื่องมือ Agentic Enterprise ก่อนที่จะเปิดตัวสู่ตลาดสาธารณะทั่วไป
- การยกระดับทักษะทางเทคนิคขั้นสูง: ผ่านค่ายฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ (Bootcamps) แบบลงมือทำจริง ณ Google Developer Space, Garuda Spark Innovation Hub (GSIH), ศูนย์ปฏิบัติการของ NIC และสำนักงานใหญ่ของ SIHUB เพื่อถ่ายทอดทักษะที่จำเป็น เช่น การเขียนโค้ดแบบ Agentic (Agentic Coding), วิศวกรรมบริบท AI (AI context engineering), การดำเนินการของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMOps) และการบริหารจัดการระบบแบบ Multi-agent
- การดูแลจากหัวหน้าทีมวิศวกรรมใกล้ชิด: ร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบสปรินต์ (Product development sprints) ที่รวดเร็วและเป็นระบบ พร้อมการตรวจสอบวิเคราะห์สถาปัตยกรรมระบบร่วมกับหัวหน้าทีมเทคนิคจากศูนย์วิศวกรรมของ Google Cloud และห้องปฏิบัติการวิจัย AI ของ Google DeepMind ในสิงคโปร์ ตลอดจนรับข้อมูลเชิงลึกจากทีม AI ระดับโลกของ Google
- การสนับสนุนจากระบบนิเวศแบบข้ามสายงาน: สามารถปรึกษาร่วมกับทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของ Google อาทิ Android, Google Ads, Google Pay และ Google Play ควบคู่กับการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายพันธมิตรของบริษัทร่วมลงทุน กลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ สตาร์ตอัประดับยูนิคอร์น และบริษัทที่ปรึกษาเฉพาะทาง เพื่อทลายอุปสรรคในการขยายสเกลธุรกิจ ตั้งแต่การจัดการทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ไปจนถึงการสรรหาบุคลากรและการทำตลาดเพื่อการเติบโต (Growth marketing)
- เวทีแห่งการต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ: โอกาสในการนำเสนอและพิชิตใจกลุ่มผู้ชมที่ได้รับการคัดสรร ทั้งกลุ่มผู้ร่วมลงทุน (VC), นักลงทุนอิสระ (Angel investors) และกลุ่มลูกค้าองค์กร ในงาน Demo Day และงาน Startup Summit ที่จัดโดย Google ณ ประเทศสิงคโปร์
ผู้นำภาครัฐ 3 ประเทศ ประสานเสียงหนุนนวัตกรรม AI ขับเคลื่อน GDP และความสามารถการแข่งขัน
Wong Zeng Yi ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการของ Enterprise Singapore (EnterpriseSG) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ Google Cloud ในปัจจุบันได้สร้างประโยชน์ให้กับสตาร์ตอัปด้าน AI ในสิงคโปร์ไปแล้วเกือบ 60 แห่ง การกระชับความร่วมมือในโครงการใหม่นี้จะช่วยเปิดโอกาสให้สตาร์ตอัปคลื่นลูกใหม่เข้าถึงเครือข่ายและความเชี่ยวชาญเพื่อเจาะตลาดใหม่ ๆ ซึ่ง EnterpriseSG จะยังคงเดินหน้าสร้างระบบนิเวศ AI ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในสิงคโปร์ต่อไป
Edwin Hidayat Abdullah อธิบดีกรมระบบนิเวศดิจิทัล กระทรวงการสื่อสารและดิจิทัลของอินโดนีเซีย (Komdigi) ระบุว่า การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ระบบนิเวศ AI เป็นก้าวสำคัญในการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลอย่างครอบคลุมและยั่งยืนของอินโดนีเซีย โดยอินโดนีเซียจะส่งเสริมการพัฒนาโซลูชัน AI เพื่อสร้างผลกระทบที่มีคุณค่าในภาคส่วนสำคัญ เช่น การศึกษา ความมั่นคงทางอาหาร และการดูแลสุขภาพ ภายใต้การสนับสนุนของ Google Cloud เพื่อขยายการเติบโตให้กับนวัตกรรมดิจิทัลในวงกว้าง
Vu Quoc Huy ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมแห่งชาติเวียดนาม (NIC) เผยว่า โครงการ “AI for the Future” โดย NIC และ Google ได้สนับสนุนสตาร์ตอัปเวียดนามมาแล้วกว่า 500 แห่ง และโครงการ Google for Startups Accelerator: Southeast Asia นี้จะทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างสตาร์ตอัปสายเทคโนโลยีศักยภาพสูงของเวียดนาม กับพันธมิตรในสิงคโปร์และซิลิคอนแวลลีย์ ผ่านการส่งเสริมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น Agentic AI และ Embodied AI เพื่อช่วยเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นโซลูชันสำหรับองค์กร ซึ่งจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันระดับชาติของเวียดนามและเพิ่มผลผลิตในตลาด
Dang Thi Luan ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมและสตาร์ทอัพแห่งนครโฮจิมินห์ (SIHUB) กล่าวทิ้งท้ายว่า ในฐานะที่โฮจิมินห์ติดอันดับ 1 ใน 100 ศูนย์กลางระบบนิเวศนวัตกรรมของโลก SIHUB มุ่งมั่นที่จะเร่งกระบวนการเปลี่ยนผ่านจากขั้นพิสูจน์แนวคิดทางเทคนิค (Proof-of-concept) ไปสู่ความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ ความร่วมมือกับ Google Cloud ถือเป็นสะพานเชื่อมสองทิศทางที่ช่วยให้สตาร์ตอัป AI ของเวียดนามสามารถเติบโตสู่ระดับสากล และเปิดทางให้พันธมิตรเข้าสู่ตลาดเวียดนามที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยโครงการนี้จะช่วยเสริมศักยภาพให้กลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่สร้างสรรค์โซลูชัน Agentic AI ที่ซับซ้อนในภาคส่วนฟินเทค (Fintech) และสมาร์ทโลจิสติกส์ (Smart logistics) ได้อย่างยั่งยืน
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
NIA ปักหมุด SITE 2026 ดันนวัตกรรมไทยสู่สนามลงทุนโลก
EfraStructure ดันสตาร์ตอัปไทย ขยับเข็มเศรษฐกิจ 9 แสนล้านบาท



