บริษัท ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 2 ประกาศยุทธศาสตร์การเติบโต “Next ERA” ปรับบทบาทสู่การเป็นนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ (Strategic Investor) ชูโมเดลการลงทุนแบบลดการถือครองสินทรัพย์ (Asset Light) เพื่อรับมือกับโครงสร้างเศรษฐกิจและแนวโน้มในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ล่าสุดประกาศความร่วมมือกับเครือ Hilton พัฒนาโครงการโรงแรม DoubleTree by Hilton Bangkok Silom มูลค่า 2,300 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านการควบรวมกิจการ (M&A) และเตรียมนำสินทรัพย์ระดมทุนด้วยนวัตกรรม Token REIT ในต่างประเทศ เพื่อปลดล็อกมูลค่าและสร้างการเติบโตระยะยาว
ปฐมบทจากวิสัยทัศน์ ‘นักการเงิน‘ สู่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
ย้อนกลับไปกว่าทศวรรษ กลุ่มไอร่าดำเนินธุรกิจในแวดวงการเงินในลักษณะ Investment Holding Company ที่มีเครือข่ายครอบคลุมบริการทางการเงินและการลงทุนครบวงจร ทั้งธุรกิจหลักทรัพย์และวาณิชธนกิจ
ทิศทางที่ทำให้องค์กรขยายการลงทุนสู่อสังหาริมทรัพย์ เกิดจากมุมมองของ นลินี งามเศรษฐมาศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ผู้มีประสบการณ์ในการบริหารพอร์ตสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ โดยประเมินว่าอุตสาหกรรมการเงินต้องเผชิญกับความผันผวนและปัญหาที่ต้องแก้ไขตลอดเวลา ในทางกลับกัน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีวงจรการดำเนินงานที่ชัดเจน เมื่อโครงการผ่านพ้นช่วงการก่อสร้างและสามารถบริหารจัดการจนมีผู้เช่าเต็มพื้นที่ โครงการนั้นจะเปลี่ยนสถานะเป็นสินทรัพย์ที่สร้างกระแสเงินสดระยะยาวได้อย่างมีเสถียรภาพ
ด้วยเป้าหมายในการสร้างแหล่งรายได้ประจำ (Recurring Income) เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของธุรกิจการเงิน บริษัทจึงวางให้ ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ เป็นบริษัทแกนหลัก (Flagship) ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ โดยใช้ความเชี่ยวชาญทางการเงินของกลุ่มมาต่อยอดร่วมกับกลุ่มพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ เริ่มต้นโครงการแรกด้วยอาคารสำนักงาน Spring Tower ย่านราชเทวี การดำเนินงานในฐานะนักการเงินทำให้บริษัทดึงพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางอย่าง บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท แสงฟ้าก่อสร้าง จำกัด เข้ามาร่วมพัฒนาและก่อสร้าง โครงการนี้ถูกพัฒนาขึ้นบนที่ดินเช่าของสำนักงานทรัพย์สิน ซึ่งไอร่าได้นำมาตรฐานการทำงานของสถาบันการเงินมาใช้ปฏิบัติ ผลการดำเนินงานจากโครงการแรกได้สร้างความน่าเชื่อถือ และนำมาสู่การพิจารณาให้เช่าที่ดินแปลงที่สองบนทำเลศูนย์กลางธุรกิจอย่างย่านสีลม เป็นระยะเวลา 30 ปี
ยกระดับสู่ ‘Strategic Investor’ เน้นสินทรัพย์คุณภาพสูง
ปัจจุบัน ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ ได้วางยุทธศาสตร์การดำเนินงานสู่การเป็นนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1) การมุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำ (Strategic Recurring Income) 2) การใช้โมเดลการเติบโตแบบลดการถือครองสินทรัพย์และผสานพลัง (Asset Light & Synergy) ที่นำความเชี่ยวชาญทางการเงินของกลุ่มมาต่อยอดร่วมกับพันธมิตร และ 3) การเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (IPO) เพื่อสร้างฐานทุนสำหรับการขยายธุรกิจ

เจนวิทย์ รุ่งกิจวรเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้วางแนวทางตามกลยุทธ์ Asset Light ซึ่งคือการลงทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน และเลือกถือครองเฉพาะสินทรัพย์บนพื้นที่ที่เข้าสู่ตลาดได้ยาก ทิศทางยุทธศาสตร์นี้ถูกกำหนดขึ้นจากบริบทโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งภาคบริการมีสัดส่วนถึง 59% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ขณะที่ภาคเกษตรกรรมมีสัดส่วนเพียง 9% แต่ใช้ทรัพยากรบุคคลถึง 30% พื้นที่ 40% และทรัพยากรน้ำ 80% ข้อมูลชุดนี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเชิงโครงสร้างในการยกระดับภาคบริการให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
ประกอบกับพฤติกรรมผู้บริโภคและองค์กรยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม (ESG) ผลลัพธ์ของยุทธศาสตร์ดังกล่าวปรากฏผ่านโครงการ Spring Tower ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากลอย่าง LEED Gold และรักษาอัตราการเช่าพื้นที่ไว้ได้ที่ 93%
พัฒนาอาคารคู่การพัฒนาเมืองผสานนวัตกรรมและความยั่งยืน
เพื่อตอบรับแนวโน้มดังกล่าว ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ วางแนวคิดการพัฒนาอาคารให้เชื่อมโยงกับการพัฒนาเมืองใน 4 มิติหลัก มิติแรก คือมิติเศรษฐกิจที่มุ่งดึงดูดบริษัทข้ามชาติและนักท่องเที่ยว มิติที่สอง คือมิติสังคมและชุมชน ที่เน้นการออกแบบพื้นที่สาธารณะให้เชื่อมโยงกับคนในพื้นที่ มิติที่สาม คือมิติการส่งเสริมวัฒนธรรมที่นำศิลปะท้องถิ่น การสนับสนุนศิลปินไทย และบริการที่เป็นเอกลักษณ์แบบไทยมาผสานความเป็นสากล และมิติสุดท้าย คือมิติความยั่งยืน ที่ถือเป็นเงื่อนไขพื้นฐานในการพัฒนาทุกโครงการ
ภายใต้แนวคิดการดำเนินงานที่มุ่งสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจและสังคมควบคู่ไปกับการพัฒนาอาคาร บริษัทจึงปรับปรุงโครงการ Spring Tower ผ่านกลยุทธ์ Asset Enhancement โดยเตรียมเพิ่มพื้นที่ศูนย์ออกกำลังกาย (Fitness Center) เพื่อตอบโจทย์สุขภาวะในการทำงาน (Workplace Well-being) รวมถึงการติดตั้งสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า (EV Charging Station) เพื่อรองรับความต้องการของผู้เช่าสมัยใหม่
ผนึก Hilton ปั้นแลนด์มาร์กสีลมพร้อมเดินหน้าขยายพอร์ต M&A
แผนการขยายธุรกิจของ ไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ เดินหน้าสู่ธุรกิจการบริการในเมือง (Urban Hospitality) ผ่านโครงการ DoubleTree by Hilton Bangkok Silom ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการยื่นรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุน 2,300 ล้านบาท เป็นอาคารความสูง 29 ชั้น จำนวน 303 ห้อง มีกำหนดเริ่มก่อสร้างภายในปี 2569 และแล้วเสร็จภายในปี 2572 โดยตั้งเป้าเป็นโรงแรมแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน LEED Hospitality
ด้าน มาเรีย อาริอิซูมิ (Maria Ariizumi) Vice President, Development, South East Asia ของ Hilton กล่าวว่า การเข้ามาบริหารจัดการโรงแรมแห่งนี้เป็นการนำประสบการณ์ด้านการดำเนินงานของ Hilton มาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ทำเลยุทธศาสตร์อย่างสีลม โดยยึดกลยุทธ์ที่ให้ความสำคัญกับแบรนด์เป็นศูนย์กลาง การขับเคลื่อนผ่านเครือข่าย และการใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์ม เพื่อนำเสนอรูปแบบการบริการของแบรนด์ DoubleTree ให้สอดรับกับความคาดหวังของตลาด
สำหรับความพร้อมทางการเงิน โครงการที่สีลมได้รับการพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงิน 4 แห่ง นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่างการประเมินโอกาสขยายการลงทุนไปยังหัวเมืองเศรษฐกิจ เช่น ภูเก็ต ชลบุรี และพัทยา ควบคู่ไปกับการเจรจาแผนงานเพิ่มเติมร่วมกับ Hilton อีก 4-5 แบรนด์ ซึ่งครอบคลุมทั้งรูปแบบการพัฒนาโครงการใหม่และการเข้าซื้อกิจการ (M&A) เพื่อนำอาคารเดิมมาปรับปรุงโครงสร้างและยกระดับการบริหารจัดการ
นวัตกรรมทุน ‘Token REIT’ ปลดล็อกมูลค่าสู่การเติบโตระยะยาว
การเชื่อมโยงกับตลาดทุน (Capital Market Synergies) ผ่านการจัดตั้งกองทรัสต์ (REITs) ถือเป็นปัจจัยสำคัญในแผนงาน บริษัทยังเตรียมเปิดตัวโครงการขนาดใหญ่ในรูปแบบที่อยู่อาศัยและโรงแรมในช่วงไตรมาสที่ 3 หรือ 4 ของปีนี้
ปัจจุบัน จากข้อจำกัดด้านสภาพคล่องของกองทรัสต์ในประเทศไทย บริษัทจึงอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางร่วมกับ เคเนดิกซ์ (Kenedix) เพื่อนำสินทรัพย์ระดมทุนในรูปแบบ Token REIT ในประเทศญี่ปุ่น นวัตกรรมทางการเงินนี้จะช่วยสร้างสภาพคล่องสำหรับการลงทุนรอบใหม่ โดยพันธมิตรจากญี่ปุ่นมีความเข้าใจในโครงสร้างการเงินของบริษัท โดยเฉพาะประเด็นมาตรฐานบัญชี IFRS 9 ที่ส่งผลกระทบต่อการตั้งสำรองหนี้เสีย (NPL) ทางบัญชีในประเทศไทย ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ประเทศญี่ปุ่นไม่ได้นำมาบังคับใช้
ยุทธศาสตร์ของไอร่า พร็อพเพอร์ตี้ สะท้อนภาพการดำเนินงานที่ยึดหลักวินัยทางการเงิน บริษัทไม่ได้มุ่งเน้นการขยายขนาดพอร์ตโฟลิโอเพื่อผลกำไรระยะสั้น แต่เน้นการถือครองสินทรัพย์ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการบริหารองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการดูแลบุคลากรและการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม ซึ่งเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยวิเคราะห์ 1 ปี ‘ภาษีทรัมป์’ ชี้การค้าโลกเปลี่ยนทิศ แนะไทยเร่งทำ FTA รับมือ
ไทยขึ้นแท่นฮับ PCB เบอร์ 1 อาเซียน รับเม็ดเงินลงทุนสะสมพุ่ง 2 แสนล้านบาท



