การข้ามพรมแดนจากญี่ปุ่นสู่ไทยของยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมอย่าง NTT DOCOMO GLOBAL เพื่อเข้าถือหุ้นในสัดส่วน 20% ในแพลตฟอร์ม “Amaze” ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด เป็นจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์การปรับพฤติกรรมผู้บริโภคผ่านโมเดล “Loyalty Commerce” ซึ่งมีเป้าหมายยกระดับให้แต้มสะสมกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจดิจิทัลระดับภูมิภาค
โดยความร่วมมือครั้งนี้เพื่อผลักดันให้แพลตฟอร์ม Amaze เป็นระบบสมาชิกที่เชื่อมโยงระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน โดยมีแอสเซนด์ คอมเมิร์ซ เป็นผู้ให้บริการในประเทศไทย
พลิกนิยามแต้มสะสมสู่ Token แห่งอนาคต
ในมิติของการปรับนิยามแต้มสะสมสู่สินทรัพย์ดิจิทัล ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่าในยุคถัดไปแต้มสะสมจะมีสถานะเป็น Token หรือ Digital Currency ที่สามารถแลกเปลี่ยนคุณค่าระหว่างไทยและญี่ปุ่นได้ โดยระบบจะขับเคลื่อนผ่านเทคโนโลยี Analytics และ AI เพื่อสร้างความแม่นยำในการเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภค

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ Hiroki Kuriyama, Chief Executive Officer, NTT DOCOMO GLOBAL ที่มุ่งขยายธุรกิจในระดับโลกผ่านความร่วมมือกับพันธมิตร โดยนำความเชี่ยวชาญจากฐานสมาชิก d POINT CLUB กว่า 100 ล้านรายในญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้ในตลาดไทย ภายใต้พันธกิจ “Bridging Worlds for Wonders and Happiness” เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ผ่านธุรกิจโซลูชันด้านการตลาด
ขณะที่ Hideki Ishibashi, Executive Officer and Head of Consumer Services Company, NTT DOCOMO ให้ข้อมูลว่า เป้าหมายคือการใช้แนวทาง “Single ID × Full Funnel” มาสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนห่วงโซ่คุณค่าครบวงจร (Value Chain) ซึ่งขับเคลื่อนด้วยข้อมูล โดยถือเป็นโมเดลต้นแบบของการนำสินทรัพย์ดิจิทัลและประสบการณ์จากญี่ปุ่นมาปรับใช้ในต่างประเทศในเชิงรุก ความร่วมมือนี้ยังครอบคลุมถึงการทำงานร่วมกับกลุ่มบริษัทอินเทจ (INTAGE) เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการวิเคราะห์ข้อมูลคุณลักษณะสมาชิกและพฤติกรรมการซื้อให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การพัฒนาโครงการทางธุรกิจที่ช่วยส่งมอบประสบการณ์การซื้อที่มีคุณค่าและสะดวกสบายกว่าเดิมให้แก่ลูกค้าในระยะยาว
ยุทธศาสตร์ CRM Solution เพื่อสนับสนุน SME และร้านอาหาร
สำหรับกลยุทธ์การขยายเข้าสู่ธุรกิจร้านอาหาร ธรินทร์ ธนียวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด และผู้อำนวยการบริหารกลุ่ม ด้านอีคอมเมิร์ซ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เปิดเผยว่า Amaze จะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้าน CRM และลอยัลตี้ที่แข็งแรงเพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจทั่วประเทศไทยได้อย่างแท้จริง โดยมุ่งช่วยให้ร้านค้าขนาดเล็กและแบรนด์ต่าง ๆ สามารถเข้าถึงผู้ใช้งานไม่ซ้ำกันกว่า 40 ล้านรายทั่วทั้งระบบนิเวศของบริการต่าง ๆ ในเครือซีพี และใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดิจิทัลที่ปรับแต่งได้โดยไม่ต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก
ปัจจุบันแอปพลิเคชันมียอดดาวน์โหลด 9.1 ล้านครั้ง และมีสมาชิกที่ใช้งานจริงประมาณ 4 ล้านราย ณ เดือนเมษายน 2569 ซึ่งบริษัทตั้งเป้าที่จะขยายยอดดาวน์โหลดให้ถึงระดับ 15 ถึง 20 ล้านครั้งภายในปีหน้าผ่านการสร้าง Use Case ที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน แนวทางหลักคือการปรับรูปแบบจากการแลกคูปองมาเป็นการใช้แต้มแทนเงินสดที่หน้าร้านได้ทันที โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลคุณลักษณะสมาชิกและพฤติกรรมการซื้อเพื่อส่งเสริมการตลาดที่แม่นยำตามมาตรฐานความปลอดภัย PDPA ภายใต้โครงการ “Consumer Engagement Program” ที่จะดำเนินการต่อเนื่องตลอดปี 2569
ซึ่ง Amaze ได้เตรียมมอบสิทธิประโยชน์ผ่านแคมเปญหลักคือการให้พอยท์สะสมเพิ่มเป็น 3 เท่า สำหรับทุกการใช้จ่ายที่ร้าน 7-Eleven, Lotus’s และ Makro (ODM) ผ่านแอปพลิเคชัน รวมถึงสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้หน้าใหม่ที่จะได้รับพอยท์สะสมมูลค่า 200 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายครั้งแรกทุก 500 บาท เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสถึงความคุ้มค่าได้ทันทีตั้งแต่วันแรกที่เป็นสมาชิก
เปิดตัวนวัตกรรม Amaze Survey และ Amazing Japan
นอกเหนือจากแผนงานในระยะยาวแล้ว แพลตฟอร์ม Amaze ยังได้เริ่มต้นให้บริการใหม่ที่สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่จับต้องได้จริงแก่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2569 เป็นต้นไป มีการเปิดตัวโครงการ “Amaze Survey” ในประเทศไทย ซึ่งเป็นโซลูชันการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเชิงลึก บริการนี้เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่าง แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ และกลุ่มบริษัทอินเทจ (INTAGE) ในเครือ NTT DOCOMO GROUP โดยต่อยอดมาจากบริการวิจัยตลาดที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น จุดเด่นของโซลูชันนี้คือความสามารถในการทำแบบสำรวจที่เจาะจงไปยังกลุ่มสมาชิก Amaze โดยเฉพาะ เพื่อระบุปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อและเข้าถึงเสียงที่แท้จริงของตลาด ในขณะที่สมาชิกที่เข้าร่วมตอบแบบสำรวจจะได้รับรางวัลตอบแทนเป็น “Amaze Points”
สำหรับการยกระดับประสบการณ์การซื้อสินค้า Amaze เตรียมเปิดตัวโซน “Amazing Japan” ภายใน Amaze Mall ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยพื้นที่นี้จะนำเสนอแบรนด์สินค้าคุณภาพและความน่าเชื่อถือสูงจากญี่ปุ่นที่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถันผ่านเครือข่ายบริษัทพันธมิตรของ NTT DOCOMO เพื่อมอบทางเลือกที่แตกต่างจากการแข่งขันด้านราคาในตลาดอีคอมเมิร์ซปัจจุบัน ในขณะนี้มีแบรนด์ชั้นนำจำนวนมากที่กำลังพิจารณาเข้าร่วมโครงการ อาทิ MITSUKOSHI DEPACHIKA, aiwa, Bigen, IRIS OHYAMA, LION และ SHARP
โครงสร้างทางธุรกิจและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล
ในส่วนของโครงสร้างทางธุรกิจ แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นหลักใน Amaze โดยมี NTT DOCOMO GLOBAL เข้ามาถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 20 ซึ่งเป็นการลงทุนในบริษัทเดิมที่มีฐานธุรกิจและทีมเทคโนโลยีขนาดใหญ่รองรับอยู่แล้ว สำหรับช่องทางการสร้างรายได้หลักจะขับเคลื่อนผ่าน 3 ส่วนสำคัญ ประกอบด้วย ค่าคอมมิชชันจากการขายสินค้าใน Marketplace ซึ่งกำหนดอัตราให้ต่ำกว่าตลาดเพื่อจูงใจผู้ประกอบการ รายได้จากการให้บริการด้านเทคโนโลยีในรูปแบบ Tech as a Service และรายได้จากการบริหารจัดการระบบแต้มสะสม ทั้งนี้ยังมีการบูรณาการระบบร่วมกับ TrueMoney เพื่อใช้เป็นช่องทางการชำระเงินหลัก (Payment Solution) ในการอำนวยความสะดวกในการใช้จ่ายอย่างราบรื่น
การผนึกกำลังครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าความร่วมมือระหว่างองค์กร แต่คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่เชื่อมต่อจุดบริการออฟไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในไทย ทั้งร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ประมาณ 15,000 แห่ง และซูเปอร์มาร์เก็ต Lotus’s อีกกว่า 2,500 แห่ง เข้ากับเครือข่ายโทรคมนาคมของ True ที่มีฐานผู้ใช้งานประมาณ 52 ล้านราย ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Analytics และ AI เพื่อยกระดับเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้เข้าสู่ยุค Data-Driven อย่างเต็มรูปแบบ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้สินค้าและบริการจากญี่ปุ่นสามารถเข้าถึงผู้บริโภคชาวไทยได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นช่องทางส่งเสริมสินค้าไทยให้ขยายขอบเขตไปสู่ตลาดญี่ปุ่นในอนาคต ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นและศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีและอีคอมเมิร์ซของภูมิภาค





