AWC เปิดแผนเสนอขายหน่วยทรัสต์ AWR ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์กรรมสิทธิ์สมบูรณ์ 5 โครงการ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท คาดไฟลิ่งมีผลบังคับใช้ปลายเดือนธันวาคม 2569 เตรียมเปิดจองซื้อวันที่ 20–28 มกราคม 2570 และตั้งเป้าเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2570 พร้อมวางแผนซื้อสินทรัพย์เพิ่มปีละ 1–2 โครงการ โดยมีสินทรัพย์ที่คัดเลือกไว้เบื้องต้น 9 โครงการ รองรับการขยายกองทรัสต์ในระยะต่อไป
วัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC เปิดเผยว่า การจัดตั้ง AWR จะเปิดโอกาสให้นักลงทุนร่วมรับผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่มีผลการดำเนินงานและสร้างกระแสเงินสดแล้ว ขณะที่ AWC สามารถรับรู้กำไรจากการพัฒนาโครงการและนำเงินกลับไปลงทุนต่อ การคัดเลือกสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์จึงให้ความสำคัญทั้งกับรายได้ในปัจจุบัน โอกาสเพิ่มรายได้ในอนาคต และการกระจายความเสี่ยง เพื่อรองรับการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
AWR วางเป้าเข้า SET 10 ก.พ. 2570
AWC คาดว่าแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย หรือไฟลิ่ง จะมีผลบังคับใช้ในช่วงปลายเดือนธันวาคม 2569 ก่อนเปิดจองซื้อหน่วยทรัสต์ระหว่างวันที่ 20–28 มกราคม 2570 และเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2570 ทั้งนี้ กำหนดการดังกล่าวยังเป็นเป้าหมายตามแผน โดยจะประกาศกำหนดการอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังไฟลิ่งมีผลบังคับใช้ ส่วนสัดส่วนการจัดสรรหน่วยทรัสต์ระหว่างนักลงทุนสถาบันกับนักลงทุนรายย่อยคาดว่าจะชัดเจนในเดือนมกราคม 2570
สำหรับผลตอบแทน คาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล หรือ DPU Yield ปี 2570 อยู่ที่ 5.44–6.51% ต่อปี และปี 2571 อยู่ที่ 5.75–6.90% ต่อปี โดยมีแผนจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์เป็นรายไตรมาส
ขณะที่ AWC วางแผนถือหน่วยทรัสต์ประมาณ 28% และเปิดให้ผู้ลงทุนอื่นถือรวมประมาณ 72% เพื่อให้นักลงทุนเข้ามามีส่วนร่วมกับการเติบโตของสินทรัพย์ พร้อมรองรับการซื้อขายหน่วยทรัสต์ในตลาด
ลงทุน Freehold 5 โครงการ กระจายรายได้โรงแรม–อาคารพาณิชย์
สินทรัพย์เริ่มต้นที่ AWR จะเข้าลงทุนมีมูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท เป็นอสังหาริมทรัพย์กรรมสิทธิ์สมบูรณ์ หรือ Freehold จาก AWC ทั้งหมด ประกอบด้วย โครงการดิ เอ็มไพร์ ย่านสาทร โรงแรมบันยันทรี เกาะสมุย โรงแรมมีเลีย เกาะสมุย โรงแรมบันยันทรี กระบี่ รีสอร์ท และโรงแรมพัทยา แมริออท โดยวัลลภาระบุว่า การเลือกสินทรัพย์ให้มีทั้งโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ช่วยกระจายแหล่งรายได้จากธุรกิจที่มีลักษณะการดำเนินงานต่างกัน และเปิดโอกาสให้กองทรัสต์เติบโตจากทั้งรายได้และมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว
การกระจายสินทรัพย์ยังครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่เดินทางเพื่อธุรกิจและกลุ่มท่องเที่ยวพักผ่อน โดยกลุ่มธุรกิจมีการใช้จ่ายค่อนข้างสม่ำเสมอ ส่วนกลุ่มท่องเที่ยวระดับบนมีโอกาสเพิ่มรายได้จากราคาห้องพักและบริการ ขณะเดียวกัน โรงแรมในสมุยและกระบี่มีฤดูกาลท่องเที่ยวต่างช่วงกัน จึงช่วยกระจายกระแสเงินสดระหว่างปีให้สอดคล้องกับแผนจ่ายผลตอบแทนรายไตรมาส ส่วนโรงแรมพัทยา แมริออท จะใช้เครือข่ายของแบรนด์โรงแรมและบริการภายในโครงการดึงลูกค้าเข้ามาเพิ่มเติม
เตรียมซื้อเพิ่มปีละ 1–2 โครงการ มีสินทรัพย์คัดเลือกไว้ 9 โครงการ

แผนขยาย AWR จะทยอยพิจารณาซื้อสินทรัพย์จาก AWC เพิ่มปีละประมาณ 1–2 โครงการ โดยมีสินทรัพย์ที่คัดเลือกไว้เบื้องต้น 9 โครงการ และยังสามารถพิจารณาสินทรัพย์ภายนอกได้ด้วย หลักสำคัญคือโครงการที่จะซื้อเพิ่มต้องมีผลการดำเนินงานชัดเจน มีความสามารถเติบโต และช่วยเพิ่มผลตอบแทนต่อหน่วยของกองทรัสต์ การลงทุนจึงจะพิจารณาตามความพร้อมของสินทรัพย์และจังหวะที่เหมาะสม เพื่อให้รายได้เติบโตต่อเนื่องและไม่กระจุกตัวอยู่ในปีใดปีหนึ่ง
ทั้งนี้ AWR วางสัดส่วนหนี้เริ่มต้นประมาณ 20% และมองระดับที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินงานระยะยาวไว้ไม่เกินประมาณ 35% จึงประเมินว่ามีความสามารถกู้เพื่อลงทุนเพิ่มได้อีกราว 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะรองรับการซื้อสินทรัพย์เพิ่มเติมได้โดยยังไม่ต้องเพิ่มทุน ด้านวัลลภาอธิบายว่า หากมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้น ความสามารถในการกู้ภายใต้สัดส่วนหนี้เดิมก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นตาม ช่วยรองรับการทยอยลงทุนในอนาคต
เพิ่มรายได้ดิ เอ็มไพร์ ขยายพื้นที่อาหารและสุขภาพ
นอกจากซื้อสินทรัพย์เพิ่ม AWC ยังวางแผนเพิ่มรายได้จากสินทรัพย์เดิม โดยเฉพาะดิ เอ็มไพร์ ซึ่งจะทยอยปรับสัดส่วนพื้นที่ให้เป็นสำนักงานและธุรกิจประมาณ 60% และพื้นที่ไลฟ์สไตล์ประมาณ 40% ผ่านร้านอาหาร บริการสุขภาพ และกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อดึงผู้ใช้บริการเข้ามานอกเหนือจากกลุ่มผู้เช่าสำนักงาน วัลลภามองว่าการเพิ่มบริการเหล่านี้จะช่วยสร้างรายได้จากพื้นที่และเพิ่มมูลค่าให้โครงการ โดยยังมีพื้นที่ให้พัฒนาต่อยอดได้อีก
ส่วนธุรกิจโรงแรมจะเน้นเพิ่มรายได้จากกลุ่มลูกค้าระดับบนและกลุ่มครอบครัว ควบคู่กับการใช้เครือข่ายแบรนด์โรงแรมเข้าถึงนักเดินทาง และพัฒนาบริการอาหาร กิจกรรม รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการให้เหมาะกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม สำหรับสินทรัพย์ที่จะเข้าลงทุนในอนาคต บริษัทยังมองการกระจายทำเลไปยังภูเก็ตและหัวหินเพิ่มเติมจากพอร์ตเริ่มต้นที่อยู่ในกรุงเทพฯ สมุย กระบี่ และพัทยา
AWC ตั้งเป้าลดหนี้ต่อทุนเหลือ 0.6 เท่า
สำหรับ AWC การนำสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์จะช่วยให้บริษัทรับรู้กำไรจากการพัฒนาโครงการ และนำเงินส่วนหนึ่งไปชำระคืนเงินกู้ โดยตั้งเป้าลดอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นจากประมาณ 0.9 เท่า เหลือประมาณ 0.6 เท่า เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน และรองรับการพัฒนาโครงการต่อไป วัลลภาระบุด้วยว่า กำไรจากธุรกรรมดังกล่าว จะมีส่วนต่อการพิจารณาจ่ายเงินปันผลในปี 2570 ส่วนรายละเอียดการจ่ายเงินปันผลต้องพิจารณาต่อไป
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
AWC จับมือ IHG ดึงแบรนด์ ‘Ruby’ ปักหมุดโรงแรมแรกในเอเชียแปซิฟิกที่สาทร คาดเปิดไตรมาส 3 ปี 2570
GC x SCGC เปิดดีลยักษ์ตั้งบริษัทร่วมทุนปิโตรเคมี เสริมศักยภาพทำกำไร



