บัตรเครดิตกรุงศรีจับมือเจซีบี เปิดตัว “บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี อัลติเมท” เจาะกลุ่มผู้มีรายได้ตั้งแต่ 70,000 บาทขึ้นไปที่ชื่นชอบญี่ปุ่น หลังเห็นพฤติกรรมเดินทางซ้ำ และการใช้จ่ายกับสินค้าและบริการของญี่ปุ่นต่อเนื่องถึงชีวิตประจำวันในไทย ตั้งเป้าลูกค้าใหม่ 20,000 บัญชี และยอดใช้จ่ายผ่านบัตร 1,500 ล้านบาทภายในปี 2570 ท่ามกลางตลาดบัตรเครดิตที่ยังผันผวน ผู้บริโภคคิดก่อนใช้มากขึ้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการเดินทางท่องเที่ยว
ญี่ปุ่นครอง 1 ใน 4 ยอดใช้จ่ายต่างประเทศ

สมหวัง โตรักตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าวว่า ธนาคารฯมองเห็นโอกาสของบัตรใบใหม่ จากความชื่นชอบญี่ปุ่นของคนไทย ที่เป็นมากกว่าการเป็นจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยว โดยข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือ JNTO ระบุว่า ปี 2568 มีคนไทยเดินทางไปญี่ปุ่น 1.23 ล้านคน เพิ่มขึ้น 7.3% จากปี 2567 และ 70% ของคนไทยที่เดินทางไปญี่ปุ่นเคยเดินทางไปมากกว่า 2 ครั้ง สะท้อนภาพนักท่องเที่ยวที่กลับไปเที่ยวซ้ำ ขณะที่ความสนใจในอาหาร แฟชั่น และสินค้าญี่ปุ่นยังเป็นส่วนหนึ่งของการใช้จ่ายเมื่อกลับมาอยู่ประเทศไทย
พฤติกรรมดังกล่าว สอดคล้องกับข้อมูลบัตรเครดิตกรุงศรี ในช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคม 2569 ซึ่งญี่ปุ่นเป็นประเทศที่สมาชิกบัตรเดินทางไปมากที่สุด ตามด้วยสหรัฐอเมริกา อังกฤษ จีน และฮ่องกง โดยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรในญี่ปุ่นมีมูลค่า 1,200 ล้านบาท คิดเป็น 25% ของยอดใช้จ่ายในต่างประเทศทั้งหมด หมวดที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด ได้แก่ ห้างสรรพสินค้า แฟชั่น โรงแรม และร้านอาหาร ข้อมูลนี้จึงเป็นทั้งฐานในการเลือกกลุ่มลูกค้าและกำหนดสิทธิประโยชน์ของบัตรใหม่ให้ตรงกับการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง
กรุงศรีเรียกลูกค้ากลุ่มนี้ว่า “Jneration” มาจากคำว่า Japan และ Generation โดยใช้ความชื่นชอบญี่ปุ่นเป็นเกณฑ์แทนการแบ่งตามอายุ เพราะคนแต่ละวัยอาจรู้จักและผูกพันกับญี่ปุ่นผ่านสิ่งที่ต่างกัน ทั้งอาหาร การ์ตูน แฟชั่น หรือการท่องเที่ยว สมหวังมองว่า การเข้าใจความชอบร่วมกันเช่นนี้ช่วยให้บริษัทพัฒนาบัตรที่ใช้ได้ต่อเนื่องทั้งระหว่างเดินทางและในชีวิตประจำวัน แทนที่จะมีความเกี่ยวข้องกับลูกค้าเฉพาะช่วงที่ไปต่างประเทศเท่านั้น
ยูสุเกะ มัตสุย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด มองไปในทิศทางเดียวกันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริโภคไทยกับญี่ปุ่นไม่ได้สิ้นสุดลงเมื่อเดินทางกลับถึงสนามบิน แต่ประสบการณ์จากการท่องเที่ยวยังส่งผลต่อการเลือกอาหาร สินค้า การออกแบบ และบริการในชีวิตประจำวัน ความชื่นชอบดังกล่าวจึงไม่ได้จำกัดอยู่กับคนรุ่นใดรุ่นหนึ่ง และเป็นโอกาสให้กรุงศรีกับเจซีบีพัฒนาบริการที่ตอบความต้องการของลูกค้าได้กว้างกว่าการใช้จ่ายเพื่อท่องเที่ยว
ต่อยอดฐานลูกค้าเดิมขยายบัตรสู่กลุ่มรายได้สูง
สำหรับบัตรกรุงศรี เจซีบี อัลติเมท บริษัทกำหนดสิทธิประโยชน์หลักให้ครอบคลุมการใช้จ่ายในญี่ปุ่น ร้านอาหาร และสินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นในไทย โดยให้คะแนนกรุงศรี พอยต์สะสม 5 เท่าเมื่อใช้จ่ายเป็นสกุลเงินเยนที่ญี่ปุ่น รวมถึงการใช้จ่ายที่ร้านอาหารทั่วไทยและทั่วโลก และร้านค้าแบรนด์ญี่ปุ่นที่ร่วมรายการในประเทศไทย เช่น Uniqlo, Issey Miyake, Loft, Matsukiyo และ Nitori พร้อมเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 5% ที่สถานีบริการน้ำมันบางจากตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยจะเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569
อธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ กล่าวว่า การเปิดตัวบัตรครั้งนี้ต่อยอดจากความร่วมมือกับเจซีบีที่เริ่มตั้งแต่ปี 2559 ผ่านบัตรกรุงศรี เจซีบี แพลทินัม ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 500,000 บัญชี โดยบริษัทให้ความสำคัญกับเครือข่ายร้านค้าและพันธมิตรญี่ปุ่นทั้งในญี่ปุ่นและประเทศไทย การเพิ่มบัตรอัลติเมทจึงเป็นการขยายผลิตภัณฑ์ไปสู่กลุ่มรายได้สูง ขณะเดียวกันยังปรับสิทธิประโยชน์บัตรแพลทินัมสำหรับลูกค้าทั่วไป ให้รับคะแนนสะสม 3 เท่าในหมวดการใช้จ่ายที่กำหนด เพื่อรองรับลูกค้าที่มีกำลังซื้อแตกต่างกัน
ด้าน มาซากิ โยกาว่า ประธาน และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญสูงสุดของเจซีบีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่ความสนใจญี่ปุ่นของผู้บริโภคไทยยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ความร่วมมือกับกรุงศรีจึงช่วยให้เจซีบีเข้าถึงผู้ใช้บัตรในไทยได้มากขึ้น โดยอาศัยทั้งความเข้าใจลูกค้าของกรุงศรีและบริการของเจซีบี เพื่อรองรับการใช้จ่ายตั้งแต่ร้านค้าและร้านอาหารในไทยไปจนถึงการเดินทางในญี่ปุ่น
ตลาดบัตรเครดิตผันผวนแข่งขันชิงลูกค้ารายได้สูง
การขยายตลาดลูกค้ากลุ่มรายได้สูงครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงที่การแข่งขันดุเดือด ซึ่งอธิศกล่าวว่า นับตั้งแต่ช่วงโควิด ผู้ออกบัตรหลายรายหันมาให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น แม้ยังเป็นกลุ่มที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด แต่จำนวนลูกค้ามีจำกัดและแต่ละคนมีขอบเขตการใช้จ่ายของตนเอง โอกาสเติบโตจึงไม่มากเท่าช่วง 4–5 ปีก่อน
ขณะที่สมหวังมองว่า ลูกค้าระดับรายได้ตั้งแต่ 70,000 บาทขึ้นไปยังมีกำลังซื้อ จึงเป็นกลุ่มที่บริษัทเห็นโอกาสในการขยายฐานผ่านบัตรใหม่
เมื่อมองตลาดบัตรเครดิตโดยรวม อธิศเปรียบสถานการณ์ปีนี้กับ “รถไฟเหาะ” ที่มีทั้งช่วงขึ้นและลง โดยความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจใช้เงิน ทั้งสงคราม ภัยธรรมชาติ และข่าวที่กระทบความรู้สึกทำให้ลูกค้าระมัดระวังมากขึ้น การใช้จ่ายสินค้าฟุ่มเฟือยลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนหมวดที่ยังเติบโตได้เป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น เช่น อาหารและน้ำมัน บริษัทจึงปรับวิธีกระตุ้นการใช้บัตรให้เน้นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน มากกว่าจัดโปรโมชั่นกับสินค้าฟุ่มเฟือยเป็นหลัก โดยคาดการณ์ว่าหากผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใน กทม. ปลายเดือนกันยายนไม่มากนัก ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตกรุงศรีปี 2569 น่าจะโตประมาณ 2-3%
คนไทยยังเที่ยว ลดรายจ่ายอื่น หันเดินทางในเอเชีย
การท่องเที่ยวเป็นอีกด้านที่สะท้อนการปรับตัวของผู้บริโภคได้ชัด อธิศกล่าวว่า จากเดิมที่คาดการณ์ว่าลูกค้าจะลดการเดินทางลงเป็นลำดับแรก เมื่อเผชิญความไม่แน่นอน แต่สิ่งที่พบคือ คนยังต้องการท่องเที่ยวและเลือกประหยัดรายจ่ายด้านอื่นแทน เช่น ลดค่าอาหารเพื่อเก็บเงินไว้เดินทาง หรือเปลี่ยนจากเที่ยวยุโรปและสหรัฐอเมริกา มาเป็นจุดหมายในเอเชียที่มีค่าใช้จ่ายต่ำกว่า พฤติกรรมนี้พบทั้งในลูกค้ารายได้สูงและลูกค้าทั่วไป โดยการเติบโตของการเดินทางที่เห็นผ่านบัตรในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์ปีนี้ส่วนใหญ่มาจากการเดินทางภายในเอเชีย
เป้าหมายของบัตรอัลติเมท จึงครอบคลุมทั้งการหาลูกค้าใหม่และเพิ่มความถี่ในการใช้จ่าย โดยสมหวังระบุว่า บริษัทต้องการเพิ่มการใช้บัตรในหมวดท่องเที่ยว ร้านอาหาร การซื้อสินค้า และการใช้ชีวิตที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นให้ต่อเนื่องกัน ขณะที่ช่องทางหาลูกค้าของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ยังใช้ฐานเดิมเป็นหลัก สิ่งที่ต้องปรับมากขึ้นคือเหตุผลที่ทำให้ลูกค้าเลือกหยิบบัตรมาใช้ ซึ่งในภาวะที่ผู้บริโภคคิดก่อนจ่าย สิทธิประโยชน์ที่ตรงกับค่าใช้จ่ายประจำวันจะมีบทบาทต่อการแข่งขันมากขึ้น
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
รพ.ธรรมศาสตร์ฯ เปลี่ยนโจทย์สูงวัย จากรักษาเป็น ‘ชะลอภาวะพึ่งพิง’
เศรษฐกิจโต แต่ศักยภาพคนอาจตามไม่ทัน โจทย์จัดสรรทุนยุค AI
Trip.com ชี้เทรนด์นักท่องเที่ยวจีน Gen Z เที่ยวตามอีเวนต์ ผู้สูงวัยหนุนท่องเที่ยวนอกฤดูกาล



