Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

CRC ทุ่ม 1.8 หมื่นล้าน ชู AI พลิกโฉมค้าปลีกไทย-เวียดนาม ปี 69

ในยุคที่เศรษฐกิจโลกเต็มไปด้วยความผันผวนและปัจจัยท้าทายรอบด้าน ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกอย่าง บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ภายใต้การนำของ สุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CRC ประกาศทุ่มงบลงทุนครั้งใหญ่ในปี 2569 ปักหมุดหมายสำคัญไปที่สองตลาดยุทธศาสตร์หลักอย่างประเทศไทยและเวียดนาม เพื่อเปลี่ยนความท้าทายให้กลายเป็นโอกาสแห่งการเติบโตครั้งใหม่ที่น่าจับตามอง

คุณสุทธิสาร เปิดเผยว่าปี 2569 ถือเป็นปีแห่งความท้าทายและโอกาสครั้งสำคัญของธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง โดย CRC พร้อมเดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์ 3 ปี “New Heights, Next Growth” ภายใต้กลยุทธ์หลัก “Innovation in Action” เพื่อยกระดับศักยภาพองค์กรสู่การเติบโตครั้งใหม่ผ่านการนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาปรับใช้จริงในทุกมิติของธุรกิจ โดยได้จัดสรรงบลงทุนมหาศาลกว่า 16,000 ถึง 18,000 ล้านบาท สำหรับการรีโนเวทและการขยายสาขาทั้งในประเทศไทยและเวียดนาม เพื่อสร้างยอดขายและกำไรที่มีคุณภาพ พร้อมรักษาความแข็งแกร่งทางการเงินเพื่อรองรับโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคต

รุกขยายสาขาไทย-เวียดนาม

สำหรับก้าวต่อไปในปี 2569 CRC วางเป้าหมายการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 4 ถึง 5% และกำไร EBITDA เติบโตที่ 5 ถึง 7% โดยเตรียมเม็ดเงินลงทุนหรือ CAPEX ไว้ที่ 16,000 ถึง 18,000 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าขยายสาขาใหม่รวม 22 ถึง 26 แห่งในสองตลาดยุทธศาสตร์หลัก

CRC ย้ำชัดถึงการให้ความสำคัญกับไทยและเวียดนามในฐานะตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ (Strategic Markets) ที่มีศักยภาพสูง โดยในประเทศไทย ปัจจุบันมีร้านค้าครอบคลุม 63 จังหวัด รวม 3,596 แห่ง สร้างยอดขายหลักถึง 80% สำหรับปี 2569 มีแผนเปิดสาขาใหม่ 13 ถึง 17 แห่ง นำโดย ท็อปส์ จำนวน 8 ถึง 10 สาขา โก โฮลเซลล์ 2 สาขา และไทวัสดุ 3 ถึง 5 สาขา

สำหรับประเทศเวียดนาม ถือเป็น “New Engine” แห่งอนาคตด้วยสัดส่วนรายได้ 20% และฐานสมาชิก The 1 กว่า 4.3 ล้านราย โดยในปี 2569 CRC วางแผนเชิงรุกขยายอาณาจักรผ่านการเปิดศูนย์การค้า GO! แห่งใหม่ รวมถึงไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! อีก 2 สาขา และซูเปอร์มาร์เก็ต Mini go! อีก 6 สาขา พร้อมปรับปรุง Merchandise กลุ่มอาหารพร้อมทานและเบเกอรี่ให้โดดเด่น และใช้ความสำเร็จจากระบบสมาชิกมาต่อยอด Omnichannel ให้เข้าถึงคนเวียดนามยุคดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว

ปฏิรูปประสบการณ์ช้อปปิ้งด้วย AI

สำหรับทิศทางในปี 2569 CRC มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพผ่าน 3 แนวทางหลัก เริ่มจากการอัพเกรดประสบการณ์การช้อปปิ้งแบบไร้รอยต่อ (Uplift Customer Experience) ผ่านแพลตฟอร์มออมนิแชแนลที่มียอดขายออนไลน์เติบโตต่อเนื่องถึง 14% ในปีที่ผ่านมา โดยมีการนำ AI เข้ามาช่วยยกระดับการค้นหาสินค้า โปรโมชัน และคูปองที่ตรงใจลูกค้าแต่ละบุคคลแบบเฉพาะเจาะจง พร้อมเชื่อมต่อบริการ Personal Shopper และ Chat & Shop ให้ลูกค้าง่ายดายและไร้รอยต่ออย่างแท้จริง

ในส่วนของการอัพเกรดแบรนด์และสินค้า (Reinvent Concepts and Merchandise) บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาสินค้าและรูปแบบร้านค้าให้ทันสมัย โดยเฉพาะในเวียดนามที่เน้นกลุ่มอาหารพร้อมทานและสินค้าคุณภาพราคาเข้าถึงง่ายผ่านไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! ส่วนในไทยจะเพิ่มความหลากหลายของแบรนด์แฟชั่นระดับเอเชีย พร้อมเร่งขยายธุรกิจบิวตี้อย่าง KIS และ LOOKS เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ ควบคู่ไปกับการอัพเกรดประสิทธิภาพการบริหารงาน (Drive Operational Excellence) โดยใช้ AI และ One Data Platform วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้าแบบ Single View เพื่อเข้าใจความต้องการที่ลึกซึ้งและนำเสนอสิทธิประโยชน์ได้ตรงจุดที่สุด

ปี 2568 รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว

ในปี 2568 CRC ทำรายได้รวมสูงถึง 253,165 ล้านบาท มี EBITDA อยู่ที่ 29,836 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 7,432 ล้านบาท

ผลงานที่โดดเด่นในประเทศไทยคือการปรับตัวรับการท่องเที่ยว โดยมีการปรับปรุงร้านท็อปส์ เดลี่ จำนวน 52 แห่งจาก 500 แห่ง ให้กลายเป็น ท็อปส์ เดลี่ ไฮบริด ที่มีส่วนประกอบของไวน์เซลลาร์ มุมเบเกอรี่ และเพิ่มสินค้ากลุ่มสุขภาพและความงาม เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ นอกจากนี้ ธุรกิจค้าส่งอย่าง โก โฮลเซลล์ ก็สามารถทำยอดขายสาขาเดิมเติบโตในระดับตัวเลขสองหลัก โดยเปิดสาขาเพิ่ม 7 แห่ง ทำให้มีรวม 14 แห่ง และมีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ในกลุ่มธุรกิจฮาร์ดไลน์อย่าง ไทวัสดุ ยังสร้างปรากฏการณ์เติบโตสวนทางตลาด โดย ธนวัฒน์ จิรังคพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท CRC ไทวัสดุ จำกัด ระบุว่าไทวัสดุสามารถทำยอดขายสะสมเฉลี่ยเติบโต 9% ต่อปีตลอดทศวรรษที่ผ่านมา ครองใจผู้บริโภคด้วยสัดส่วน 36% จากเครือข่าย 89 สาขาใน 52 จังหวัด ความสำเร็จนี้มาจากการพัฒนารูปแบบร้านค้าที่หลากหลายและเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม เช่น ระบบคิวแผนกก่อสร้าง และป้ายราคาดิจิทัล

กลยุทธ์รับมือวิกฤติพลังงานและสงคราม

ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและวิกฤตพลังงานโลก คุณสุทธิสารให้ความเชื่อมั่นว่า CRC มีการวางแผนรับมือไว้ล่วงหน้าอย่างรัดกุมใน 3 มิติหลัก ได้แก่

รับมือวิกฤติพลังงานด้วยโครงสร้างความยั่งยืน การลงทุนใน Solar Cell และรถขนส่ง EV อย่างต่อเนื่องเป็นเกราะป้องกันต้นทุนที่แท้จริง ทำให้ CRC ได้รับผลกระทบน้อยกว่าคู่แข่งเมื่อราคาพลังงานผันผวน
ผลกระทบจากตะวันออกกลาง ข้อมูลเชิงลึกพบว่าลูกค้ากลุ่มนี้มีสัดส่วนเพียง 1% ของรายได้รวม ผลกระทบจึงอยู่ในวงจำกัด ขณะเดียวกันบริษัทยังติดตามสถานการณ์นักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด โดยเชื่อว่าตลาดเอเชีย เช่น จีน และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเป็นกลุ่มหลักที่เข้ามาทดแทนในระยะยาว

การบริหารจัดการสินค้า (Supply Chain) ยืนยันไม่มีปัญหาสินค้าขาดแคลน เนื่องจากมีสต็อกสินค้าอุปโภคบริโภคที่หมุนเวียนเร็วสำรองอย่างน้อย 30 วัน และบางกลุ่มนานถึง 6 เดือน ประกอบกับสินค้าส่วนใหญ่ผลิตภายในประเทศไทย จึงมีความคล่องตัวสูงกว่าการนำเข้า

คุณสุทธิสาร ย้ำถึงการให้ความสำคัญกับการบริหารการเงินอย่างมีวินัย โดยล่าสุดได้ดำเนินการขายกิจการห้างสรรพสินค้ารีนาเชนเต ในประเทศอิตาลี เสร็จสมบูรณ์ไปเมื่อช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา เพื่อให้บริษัทสามารถโฟกัสกับตลาดยุทธศาสตร์หลักได้อย่างเต็มที่ พร้อมเปิดรับโอกาสในการควบรวมกิจการในอนาคต และเดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืนไปกับทุกภาคส่วนต่อไป

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar