กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม (DIPROM) เดินหน้ายกระดับ “DIPROM PAY” ตามนโยบาย DIPROM FLEXi สู่ “Smart Financing” ปรับกระบวนการบริหารเงินทุนหมุนเวียนสู่ระบบดิจิทัล 100% ครอบคลุม 5 แนวทาง ตั้งแต่การวิเคราะห์สินเชื่อ การอนุมัติ การเบิกจ่าย การติดตาม และการทวงถามหนี้ โดยนำ Big Data และ AI มาเพิ่มประสิทธิภาพการพิจารณาและบริหารความเสี่ยงควบคู่กับการพัฒนาบุคลากร พร้อมตั้งเป้าเพิ่มวงเงินสินเชื่อจากระดับ 20–40 ล้านบาท เป็น 70 ล้านบาท ในปี 2569 และ 100 ล้านบาท ในปี 2570 เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเงินทุนที่เหมาะสม ควบคุมความเสี่ยง ลดโอกาสการเกิด NPL และให้เงินทุนหมุนเวียนกลับมาสร้างโอกาสแก่ผู้ประกอบการรายอื่นได้อย่างต่อเนื่อง
ณัฏฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการ SMEs โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อย เผชิญความท้าทายด้านต้นทุน การบริหารสภาพคล่อง และการเข้าถึงเงินทุน ซึ่งข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า หนี้เสีย (NPL) ของกลุ่ม SMEs อยู่ที่ร้อยละ 9.5 เทียบกับลูกค้าธุรกิจรายใหญ่ที่ร้อยละ 1.5 สะท้อนถึงความเปราะบางของธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องได้รับการสนับสนุนทั้งด้านเงินทุนและการบริหารจัดการ
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรายย่อยมีความต้องการใช้เงินทุนแตกต่างกัน เช่น เสริมสภาพคล่อง ซื้อวัตถุดิบ พัฒนาสินค้า หรือปรับปรุงการผลิต กลไกของ “DIPROM PAY เงินทุนหมุนเวียนเพื่อการส่งเสริมอาชีพอุตสาหกรรมในครอบครัวและหัตถกรรมไทย” จึงมุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย กลุ่มอาชีพ วิสาหกิจชุมชน และอุตสาหกรรมในครอบครัวที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
คุณณัฏฐิญา กล่าวต่อว่า ดีพร้อมเตรียมปรับรูปแบบการบริหาร DIPROM PAY สู่ “Smart Financing” ผ่านระบบดิจิทัล 100% ใน 5 แนวทางสำคัญ ได้แก่ การวิเคราะห์สินเชื่อ การพิจารณาและอนุมัติ การเบิกจ่าย การติดตามลูกหนี้ และการทวงถามหนี้ เพื่อลดขั้นตอนเอกสารและเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ พร้อมนำ Big Data และข้อมูลทางเลือก เช่น ข้อมูลการดำเนินธุรกิจ กระแสเงินสด ประวัติการเข้าร่วมโครงการของดีพร้อม และข้อมูลจากหน่วยงานพันธมิตร มาใช้ร่วมกับข้อมูลทางการเงิน เพื่อให้เห็นศักยภาพของ Micro SMEs วิสาหกิจชุมชน และธุรกิจครอบครัว ที่อาจมีหลักประกันหรือข้อมูลทางการเงินไม่มาก
นอกจากนี้ ดีพร้อมนำระบบ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินความเสี่ยงผ่านระบบ Credit Scoring เพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในการพิจารณาสินเชื่อให้รวดเร็วขึ้น โดยการตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงอยู่ในการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ สำหรับการดูแลหลังได้รับเงินทุน ได้นำระบบ Early Warning มาใช้ติดตามสัญญาณความเสี่ยงของลูกหนี้ เพื่อเข้าไปแนะนำได้เร็วขึ้นก่อนเกิดปัญหาการชำระหนี้ ซึ่งข้อมูลจากการติดตามจะนำกลับมาใช้บริหารความเสี่ยงและรักษาคุณภาพสินเชื่อของ DIPROM PAY
คุณณัฏฐิญา ระบุเพิ่มเติมว่า การใช้ข้อมูลแบบ Data-driven Financing ช่วยยกระดับจากการพิจารณาแบบเดิมที่เน้นประวัติสินเชื่อหรือหลักประกัน ไปสู่การมองเห็นศักยภาพและการเติบโตของกิจการ โดย AI และเทคโนโลยีจะช่วยให้ภาครัฐเห็นศักยภาพของผู้ประกอบการได้รอบด้านขึ้น และช่วยสร้างสมดุลระหว่างการเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนกับการบริหารความเสี่ยงของกองทุน
สำหรับเป้าหมายการดำเนินงาน ดีพร้อมตั้งเป้าเพิ่มวงเงินสินเชื่อ DIPROM PAY จาก 20–40 ล้านบาท เป็น 70 ล้านบาท ภายในปี 2569 และ 100 ล้านบาท ในปี 2570 ควบคู่กับการคัดกรองและติดตามลูกหนี้เพื่อควบคุม NPL พร้อมทั้งจะดำเนินการ Upskill และ Reskill บุคลากรให้มีทักษะด้านการวิเคราะห์ธุรกิจ การใช้ข้อมูล และเทคโนโลยี เพื่อให้บุคลากร ข้อมูล และเทคโนโลยี ทำงานร่วมกันในการบริหารกองทุนอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
AWS แจกแพ็กเกจเรียนคลาวด์-AI ฟรี มอบสิทธิ์สอบเซอร์-เครดิตใช้งาน มหาลัยทั่วโลก
ยศชนัน ชู Financial Literacy พางานวิจัยสู่ทุนสร้าง Job Creator



