Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Disrupt ลงทุน ‘Osteoboost’ อุปกรณ์สวมใส่ชะลอกระดูกบางรายแรกที่ FDA รับรอง

Disrupt ลงทุน 'Osteoboost' อุปกรณ์สวมใส่ชะลอกระดูกบางรายแรกที่ FDA รับรอง

กองทุน Disrupt Health Impact Fund ประกาศลงทุนใน Osteoboost สตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีสุขภาพสำหรับผู้หญิง (Women’s Health Tech) จากประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้พัฒนาอุปกรณ์สวมใส่ (wearable) เพื่อการชะลอภาวะกระดูกบาง อุปกรณ์ประเภทดังกล่าวเป็นตัวแรกและตัวเดียวที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) โดยมีแผนเตรียมนำนวัตกรรมนี้เข้าสู่ตลาดประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อรองรับแนวโน้มกลุ่มผู้สูงวัยที่เพิ่มจำนวนขึ้น

กระทิง – เรืองโรจน์ พูนผล ประธานกองทุน Disrupt Health Impact Fund กองทุน 500 TukTuks Fund และ ORZON Ventures เปิดเผยว่า ข้อมูลจากองค์การโรคกระดูกพรุนสากล (IOF) ระบุว่า ปัจจุบันผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไปทั่วโลกมีอัตราการเป็นโรคกระดูกพรุนสูงถึง 21.2% หรือคิดเป็นจำนวนผู้ได้รับผลกระทบรวมทั้งชายและหญิงประมาณ 500 ล้านคนทั่วโลก โดยกลุ่มผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนมีความเสี่ยงสูงสุดเนื่องจากการลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจน ส่งผลให้สูญเสียมวลกระดูกได้สูงถึง 20% ภายในช่วงเวลา 5 – 7 ปี ก่อนและหลังหมดประจำเดือน

นอกจากนี้ สถิติระบุว่า 75% ของผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักเป็นผู้หญิง ซึ่งมีอัตราการเสียชีวิตภายในปีแรกหลังจากเกิดอาการหักสูงถึง 20 – 24% ขณะที่กลุ่มผู้รอดชีวิตกว่า 40% ไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง และอีก 60% จำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ IOF คาดการณ์ว่าภายในปี 2593 จำนวนผู้หญิงที่กระดูกสะโพกหักทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นถึง 240% เมื่อเทียบกับปี 2533 ตามแนวโน้มสังคมสูงวัยโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย

“การลงทุนใน Osteoboost ครั้งนี้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกองทุน Disrupt Health Impact Fund ที่มุ่งเฟ้นหานวัตกรรม DeepTech ระดับโลกที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน ตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพที่ยังไม่มีทางออกที่มีประสิทธิภาพ และสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกในวงกว้าง โดยเฉพาะกับประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียที่กำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย” คุณเรืองโรจน์ กล่าว

นวัตกรรมคลื่นสั่นสะเทือนอิงงานวิจัย NASA อุดช่องว่างการรักษาแบบเดิม

ณรัณภัสสร์ ฐิติพัทธกุล ผู้บริหารกองทุน Disrupt Health Impact Fund กล่าวว่า ปัจจุบันทางเลือกการรักษาสำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะกระดูกบางยังจำกัดเพียงการรับประทานวิตามินดี แคลเซียม และการออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก ขณะที่ยารักษาส่วนใหญ่ถูกกำหนดให้ใช้กับผู้ป่วยกระดูกพรุนและกลุ่มเสี่ยงสูงเท่านั้น ทำให้ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่อยู่ในช่วงรอยต่อของภาวะกระดูกบางขาดทางเลือกในการดูแลและป้องกัน ก่อนที่จะลุกลามไปสู่กระดูกพรุนและความเสี่ยงในการเกิดกระดูกหัก Osteoboost จึงเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ช่องว่างของการรักษานี้โดยตรง

“การลงทุนใน Osteoboost ครั้งนี้สะท้อนทิศทางของกองทุน Disrupt Health Impact Fund ในการเฟ้นหานวัตกรรมระดับโลกที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจน และตอบโจทย์ปัญหาสุขภาพที่ยังไม่มีทางออก”

สำหรับ จุดแข็งของ Osteoboost คือการเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ตัวเดียวที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ FDA รับรอง เครื่องมือดังกล่าวทำงานผ่านการบำบัดด้วยคลื่นสั่นสะเทือนแบบแม่นยำ(Precision Vibration Therapy) ที่บริเวณสะโพกและกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ได้แรงบันดาลใจจากงานวิจัยของ NASA ที่ใช้คลื่นการสั่นสะเทือนช่วยชะลอการสูญเสียมวลกระดูกของนักบินอวกาศในสภาวะไร้แรงโน้มถ่วง พร้อมเซ็นเซอร์อัจฉริยะที่ช่วยให้แน่ใจว่ามีการส่งคลื่นการสั่นสะเทือนในระดับที่เหมาะสมต่อการรักษาในทุกการใช้งาน นอกจากนี้ Osteoboost ยังใช้งานง่าย เพียงสวมใส่อุปกรณ์อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที โดยไม่จำเป็นต้องหยุดทำกิจกรรมประจำวัน ที่สำคัญคือไม่มีผลข้างเคียงอะไรที่ร้ายแรง

เผยผลวิจัยทางคลินิกและยอดขายในตลาดสหรัฐฯ

ลอร่า ยีซี (Laura Yecies) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Osteoboost เปิดเผยผลการศึกษาวิจัยทางคลินิกแบบ Randomized Double-Blinded Sham-Controlled Trial โดยคณะนักวิจัยจาก University of Nebraska Medical Center ในกลุ่มผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน 126 ราย พบว่า กลุ่มที่ใช้งานอุปกรณ์อย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 12 เดือน มีสถิติดังนี้:

  • ลดอัตราการสูญเสียความแข็งแรงของกระดูกบริเวณกระดูกสันหลังได้ 83%
  • ลดอัตราการสูญเสียมวลกระดูก (BMD) บริเวณกระดูกสันหลังได้ 85%
  • ลดอัตราการสูญเสียมวลกระดูกบริเวณสะโพกได้ 55% เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมโดยไม่พบผลข้างเคียงร้ายแรง
  • ผู้ใช้งานให้คะแนนความสะดวกในการใช้งานเฉลี่ย 3.9 จาก 5 คะแนน

ปัจจุบันอุปกรณ์ดังกล่าวจัดจำหน่ายตามใบสั่งแพทย์ในสหรัฐฯ และทำยอดขายได้กว่า 2,000 เครื่องในช่วงไม่กี่เดือนแรกหลังจากเปิดตัว ซึ่งการระดมทุนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อขยายกำลังการผลิตและเตรียมขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

“ความร่วมมือกับกองทุน Disrupt Health Impact Fund ในครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญสำหรับ Osteoboost ในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะประเทศไทย… ภารกิจของ Osteoboost คือการสร้างทางเลือกใหม่สำหรับการดูแลสุขภาพกระดูกที่ปลอดภัย เข้าถึงได้ และไม่ต้องพึ่งยาอย่างเดียว” นางลอร่า กล่าว

กางแผนลงทุนขั้นต้น 15 บริษัท ด้าน DeepTech Healthcare

สำหรับทิศทางการดำเนินงานของกองทุน Disrupt Health Impact Fund มีเป้าหมายวางวงเงินลงทุนระยะแรกราว 17 – 50 ล้านบาทต่อบริษัท และตั้งเป้าลงทุนรวม 15 บริษัทภายในระยะเวลา 3 – 5 ปี มุ่งเน้นไปที่นวัตกรรม DeepTech ด้าน Healthcare ทั้งในไทยและต่างประเทศ ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุน 5 ด้านหลัก ได้แก่ การดูแลสุขภาพด้วยตนเอง (Self Care), เวชศาสตร์ป้องกันโรค (Preventive Care), การดูแลผู้สูงวัย (Silver Age), การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) และโรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital) โดยผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกองทุน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Disrupt Health Impact Fund ชี้ ‘การดูแลเชิงป้องกัน-Longevity-AI’ ขับเคลื่อนระบบสุขภาพโลก

เมื่อ AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar