การเปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นธุรกิจที่สร้างรายได้จริงถือเป็นโจทย์ใหญ่ของผู้ประกอบการเทคโนโลยีเชิงลึก หรือดีปเทค เพราะระหว่างการพัฒนาเทคโนโลยีกับการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ยังมีข้อจำกัดทั้งด้านเงินทุน บุคลากร มาตรฐานการผลิต และการขยายกำลังการผลิต อุปสรรคในช่วงนี้เรียกว่า “หุบเขาแห่งความตาย” (Valley of Death) และเป็นจุดที่ทำให้สตาร์ตอัปจำนวนมากไม่สามารถเดินหน้าต่อได้
บริษัท โมริน่า โซลูชั่นส์ จำกัด (Morena Solutions) ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 2563 เป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมไทยที่พยายามก้าวข้ามข้อจำกัดดังกล่าว ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีด้านนาโนและชีวภาพให้เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับภาคการเกษตรและสุขภาพสัตว์เลี้ยง พร้อมสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน
บริษัทเตรียมระดมทุนรอบ Series A ประมาณ 500 ล้านบาทภายในไตรมาส 3 ปี 2569 ถึงต้นปี 2570 เพื่อขยายกำลังการผลิตและตลาดต่างประเทศ โดยวางเป้าหมายระยะยาวนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ สหรัฐอเมริกา ภายใน 5-10 ปีข้างหน้า
วิกฤติปี 2540 จุดเริ่มต้นของธุรกิจเทคโนโลยี
ก่อนก่อตั้ง Morena Solutions น.สพ.ดร.กษิดิ์เดช ธีรนิตยาธาร ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เริ่มต้นทำงานเป็นผู้แทนยาในเครือกลุ่มธุรกิจซีพีประมาณ 2 ปี ก่อนเปลี่ยนมาทำธุรกิจนำเข้าสินค้าทั่วไป
วิกฤติการเงินปี 2540 ทำให้เขาเห็นข้อจำกัดของธุรกิจที่พึ่งพาการซื้อมาขายไป และตระหนักว่าการสร้างความมั่นคงในระยะยาวจำเป็นต้องมีผลิตภัณฑ์ องค์ความรู้ ทรัพย์สินทางปัญญา และเทคโนโลยีเป็นของตนเอง จึงหันมาพัฒนาสารเสริมประสิทธิภาพสำหรับพืชและสัตว์
อย่างไรก็ตาม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ในระยะแรกยังติดข้อจำกัดด้านองค์ความรู้เฉพาะทาง สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จึงเข้ามาช่วยเชื่อมโยงบริษัทกับอาจารย์และนักวิจัย ก่อนนำไปสู่ความร่วมมือด้านงานวิจัยกับคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยพันธมิตร และการขอรับทุนจาก NIA เพื่อพัฒนางานวิจัยให้เป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์
ผลิตภัณฑ์ชิ้นแรก คือสารเสริมประสิทธิภาพสำหรับพืชภายใต้รหัสพัฒนา C4 แม้การเริ่มต้นจากพื้นฐานด้านสัตวแพทย์แล้วข้ามมาพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับพืชจะถูกตั้งคำถามจากนักวิชาการโรคพืช แต่ข้อสังเกตที่ได้รับช่วยให้ทีมงานมองเห็นช่องว่างทางเทคนิคและนำไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์
งานวิจัยดังกล่าวได้รับการต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์รุ่นที่สองภายใต้แบรนด์ BIG ซึ่งใช้สารสกัดจากธรรมชาติเพื่อเสริมประสิทธิภาพและกระตุ้นภูมิคุ้มกันของพืช โดยมีเป้าหมายลดการใช้สารเคมี
ผลงานของบริษัทได้รับรางวัลนวัตกรรมระดับประเทศมากกว่า 20 รางวัล และรางวัลระดับนานาชาติอีก 43 รางวัล จากเวทีในต่างประเทศ เช่น นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม และนครบาร์เซโลนา ประเทศสเปน นอกจากนี้ บริษัทยังมีส่วนร่วมในการพัฒนาแนวทางการทดสอบเชิงวิเคราะห์และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว
ประสบการณ์ต่างประเทศ สู่การก่อตั้ง Morena Solutions
NIA และหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ยังสนับสนุนให้ทีมงานเข้าร่วมโครงการพัฒนาธุรกิจในต่างประเทศ
โครงการเหล่านี้ครอบคลุม Leaders in Innovation Fellowships (LIF) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Newton Fund และ Royal Academy of Engineering สหราชอาณาจักร รวมถึงการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความรู้กับ University of Oxford, University of Cambridge และ UCLA
ทีมงานยังได้นำเสนอแผนธุรกิจในโครงการ Fish 2.0 ที่ Stanford University พร้อมศึกษาดูงานที่ Penn Innovation ของ University of Pennsylvania และ University of Nottingham ประเทศมาเลเซีย ประสบการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การก่อตั้ง Morena Solutions ในปี 2563 และการวางโครงสร้างธุรกิจให้รองรับมาตรฐานสากล
สร้างแพลตฟอร์มเทคโนโลยี ต่อยอดได้หลายผลิตภัณฑ์
Morena Solutions วางตัวเป็นบริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยี โดยมุ่งสร้างเทคโนโลยีแกนกลางที่สามารถนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลายประเภท ปัจจุบันบริษัทมีสิทธิบัตรและอนุสิทธิบัตรรวมมากกว่า 10 ใบ
เทคโนโลยีสำคัญของบริษัทประกอบด้วย NANOSS™ ระบบนำส่งสารสำคัญระดับนาโน ซึ่งทำหน้าที่ห่อหุ้มสารออกฤทธิ์หรือสารชีวภาพ เพื่อป้องกันผลกระทบจากแสงแดด ความร้อน ความชื้น และน้ำฝน พร้อมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมเข้าสู่เซลล์เป้าหมาย ทำให้สามารถลดปริมาณการใช้สารโดยยังคงประสิทธิภาพไว้ได้
อีกเทคโนโลยีคือ Li-SOS™ หรือ Lipo-Synoligosaccharide เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมรุ่นที่ 3 ซึ่งเป็นนวัตกรรมซินไบโอติกและระบบนำส่งสารสำคัญระดับเซลล์ พัฒนาขึ้นเพื่อปรับสมดุลระบบทางเดินอาหาร ส่งเสริมการทำงานของจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ และกระตุ้นภูมิคุ้มกันในสัตว์
จากเทคโนโลยีแกนกลางเหล่านี้ บริษัทแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็นสองกลุ่ม ได้แก่ ผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรปลอดภัย และผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง
ลดสารเคมี ยกระดับสินค้าเกษตรส่งออก
ผลิตภัณฑ์เพื่อการเกษตรปลอดภัยได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาสารเคมีตกค้าง และลดความเสี่ยงที่สินค้าเกษตรส่งออกจะเผชิญมาตรการกีดกันทางการค้า
Nano-Synoligosaccharide หรือ Nano-SOS เป็นนวัตกรรมที่ผสานนาโนเทคโนโลยีกับชีววิทยาศาสตร์ เพื่อเสริมความแข็งแรงและกระตุ้นกลไกภูมิคุ้มกันของพืช โดยเฉพาะยางพารา ผลิตภัณฑ์นี้ได้รับรางวัลเหรียญทองจากเวที Prix Eiffel International Invention and Innovation Contest ประเทศฝรั่งเศส
ส่วน SymBioSoil Enhancer เป็นสารปรับปรุงดินที่ใช้จุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์เข้ามาช่วยปรับสมดุล ลดความเสี่ยงจากเชื้อราและแบคทีเรียก่อโรค พร้อมส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช และได้รับรางวัลเหรียญเงินจากเวที Prix Eiffel
บริษัทยังพัฒนา Nano Encapsulation และ Bio-COS หรือ Nano-COS สำหรับห่อหุ้มสารชีวภาพระดับนาโน เพื่อเพิ่มความเสถียรและประสิทธิภาพในการนำส่งสารไปยังส่วนเป้าหมายของพืช
เทคโนโลยีดังกล่าวถูกนำมาใช้กับทุเรียนส่งออก โดยบริษัทใช้โมเลกุลชีวภาพจากธรรมชาติ NanoPhyto-COS™ ร่วมกับระบบนำส่ง NANOSS™ ฉีดพ่นเพื่อควบคุมเชื้อราและแบคทีเรียหลังการเก็บเกี่ยว ทดแทนการใช้สารเคมี และช่วยให้ผู้ส่งออกสามารถส่งทุเรียนไปยังจีน ญี่ปุ่น และยุโรป ภายใต้ข้อกำหนดด้านสารตกค้างของแต่ละตลาด
ขยายเทคโนโลยีสู่ตลาดสัตว์เลี้ยง
สำหรับธุรกิจดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง Morena Solutions พัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ MEWRE (มิวเร่) โดยมีผลิตภัณฑ์เด่นคือ MEWRE Health Water น้ำดื่มเพื่อสุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยง ซึ่งใช้เทคโนโลยีกักเก็บสารสกัดที่มีกลิ่นเฉพาะเพื่อช่วยเพิ่มความน่าสนใจของน้ำดื่ม
ผลิตภัณฑ์นี้มุ่งแก้ปัญหาสุนัขและแมวดื่มน้ำน้อย ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคทางเดินปัสสาวะและโรคไต พร้อมออกแบบให้ผลิตภัณฑ์มีความคงตัวและทนต่ออุณหภูมิ ปัจจุบันจำหน่ายผ่านโรงพยาบาลสัตว์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร้านขายสินค้าสัตว์เลี้ยง คลินิก ตู้อัตโนมัติ และช่องทางออนไลน์
บริษัทยังมี Glyco-SOS™ และ NMG™ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์สำหรับสนับสนุนสุขภาพทางเดินอาหาร ปรับสมดุลไมโครไบโอม และเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมอาหารในลำไส้ของสัตว์เลี้ยง
นอกจากการจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเอง Morena Solutions ยังใช้รูปแบบธุรกิจที่เรียกว่า Intel Inside หรือ ARM Inside ด้วยการร่วมวิจัย พัฒนา และผลิตสารออกฤทธิ์สำคัญที่ได้รับการคุ้มครองสิทธิบัตร เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ของแบรนด์พันธมิตรภายใต้รูปแบบ ODM และ OEM
ตัวอย่างคือการลงนามบันทึกความเข้าใจกับบริษัท 88 (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) และบริษัท มอนสเตอร์ แล็บ จำกัด เพื่อนำ Glyco-SOS™ ซึ่งมีอนุภาคขนาดประมาณ 100 นาโนเมตร และระบบนำส่ง NMG™ ไปใช้ในผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม
กลไกภาครัฐช่วยปลดล็อกเงินทุนและกฎระเบียบ
ในปี 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 และธนาคารชะลอการปล่อยสินเชื่อ Morena Solutions ต้องเผชิญข้อจำกัดด้านเงินทุนสำหรับขยายธุรกิจ ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือผ่านกลไกสนับสนุนนวัตกรรมของภาครัฐและพันธมิตร
โครงการ “นวัตกรรมดี…ไม่มีดอกเบี้ย” ซึ่งดำเนินการโดย NIA ร่วมกับธนาคารกรุงเทพและบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม เสนอสินเชื่อวงเงิน 20 ล้านบาท ขณะที่ NIA สนับสนุนงบประมาณชดเชยดอกเบี้ยสูงสุด 5 ล้านบาทในช่วง 3 ปีแรก ทำให้บริษัทสามารถก่อสร้างโรงงานที่ผ่านมาตรฐาน ISO 9001, GHP และ HACCP ได้ตามแผน
บริษัทยังได้รับเงินร่วมลงทุนรวม 40 ล้านบาทจาก NASTDA Holding ของ สวทช. บริษัท ยิบอินซอย จำกัด และ Chanwanich Group เพื่อนำมาเพิ่มทุนจดทะเบียนและขยายกำลังการผลิต
ด้านสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ บริษัทได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับกิจการเทคโนโลยีชีวภาพระดับ A1 Plus รวม 13 ปี จากเกณฑ์เดิม 8 ปี และได้รับเพิ่มอีก 5 ปี ขณะเดียวกัน โครงการ AgTech Connext ของ NIA ช่วยเชื่อมโยงบริษัทกับเกษตรกรเพื่อนำเทคโนโลยีไปทดลองใช้ในพื้นที่จริง และเก็บข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพผลผลิตและการลดต้นทุน
และในปี 2569 NIA ยังขยายบทบาทจากผู้ให้ทุนไปสู่ผู้ร่วมลงทุนผ่าน NIA Venture เพื่อลดความเสี่ยงของการลงทุนในเทคโนโลยีเชิงลึก และจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในธุรกิจนวัตกรรมมากขึ้น พร้อมทั้งจะเป็นผู้รับผิดชอบดูและบัญชีนวัตกรรม เพื่อช่วยผลักดันผลิตภัณฑ์ไทยเข้าสู่ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ แก้ข้อจำกัดของสินค้าดีปเทคที่ยังไม่มีพิกัดประเภทสินค้าชัดเจน และช่วยให้บริษัทสร้างประวัติการใช้งานจริงเพื่อนำไปใช้ประกอบการเจรจากับตลาดต่างประเทศ
ระดมทุน 500 ล้านบาท ขยายโรงงานและตลาดโลก

กำลังการผลิตของ Morena Solutions ที่ระดับ 10 ตันต่อวันเริ่มไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด บริษัทจึงเตรียมระดมทุนรอบ Series A ประมาณ 500 ล้านบาทภายในไตรมาส 3 ปี 2569 ถึงต้นปี 2570
การระดมทุนครั้งนี้มุ่งเปิดรับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ เช่น Yip In Tsoi, Chanwanich Group และ NSTDA ซึ่งสามารถสนับสนุนเครือข่ายและการบริหารตลาดในต่างประเทศ เงินทุนที่ได้รับจะนำไปใช้ขยายฐานการผลิต จัดตั้งโรงงานแห่งใหม่ที่แยกกระบวนการผลิตตามกลุ่มเทคโนโลยี และเสริมทีมการตลาด
บริษัทมีแผนนำองค์ความรู้ด้านนาโนเทคโนโลยีไปต่อยอดสู่ตลาดสุขภาพเชิงป้องกัน การดูแลสุขภาพตามแนวคิดชะลอวัยและชะลอความเสื่อมตามอายุ รวมถึงการดูแลไมโครไบโอม ภายใต้แนวคิด “One World, One Health” ที่มองว่าสุขภาพของพืช สัตว์ มนุษย์ และสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงถึงกัน
เป้าหมายระยะยาวของ Morena Solutions คือการนำบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติไทยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ NASDAQ ภายใน 5-10 ปี โดยอาศัยความร่วมมือภายใต้แนวคิด “Team Thailand” ที่เชื่อมโยงนักวิจัย หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา เกษตรกร และภาคการตลาด เพื่อผลักดันนวัตกรรมไทยไปสู่ตลาดสากลอย่างเป็นระบบ
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Amity Robotics คว้าทุน Seed Round 7 ล้านดอลลาร์ ปั้น Physical AI ไทยบุกตลาดโลก
KTSC ดัน Deep Tech เกาหลีบุกท่องเที่ยวไทย ชี้ยุค AI ต้องพิสูจน์ด้วยผลลัพธ์จริง


