Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

เบื้องหลังยุทธศาสตร์ดุสิตธานี ปั้น ‘ดุสิต อจรา หัวหิน’ รุกอสังหาฯภูมิภาค

เบื้องหลังยุทธศาสตร์ดุสิตธานีปั้น ‘ดุสิต อจรา หัวหิน’ รุกอสังหาฯภูมิภาค

การดำเนินธุรกิจของกลุ่มดุสิตธานี ขับเคลื่อนเข้าสู่ทิศทางใหม่เพื่อสร้างความสมดุล และความหลากหลายทางธุรกิจ โดยใช้รากฐานความเชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการบริการที่ดำเนินมาเป็นระยะเวลา 75 ปี เป็นกลไกใน การขยายพอร์ตโฟลิโอสู่ภาคอสังหาริมทรัพย์ 

ละเอียด โควาวิสารัช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดุสิต เอสเตท จำกัด กล่าวว่า หลังจากบริษัทประสบผลสำเร็จใน การพัฒนาโครงการระดับอัลตร้าลักชัวรีอย่างเดอะ เรสซิเดนเซส แอท ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ในกรุงเทพมหานคร องค์กรได้ขยายแผนการลงทุนสู่โครงการที่พักอาศัยระดับภูมิภาคเป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อโครงการ ดุสิต อจรา หัวหิน ผ่านแคมเปญ “Behind Dusit Ajara: Commitment in Action” ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นในการลงมือทำ จริง  

โครงการนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็น Branded Residences หรือที่อยู่อาศัยระดับลักซ์ชัวรี่ที่ร่วมมือกับแบรนด์โรงแรมชั้นนำระดับโลก เพียงแห่งเดียวในทำเลดังกล่าว โดยใช้ความได้เปรียบจากฐานลูกค้าที่มีความผูกพันกับแบรนด์โรงแรมดุสิตธานีต่อเนื่องมา 3 ถึง 4 เจเนอเรชัน ผสานกับแนวคิดการพัฒนาที่พักอาศัยแบบส่งเสริมสุขภาวะที่ยั่งยืน เพื่อ รองรับการอยู่อาศัยของคนทุกวัยและการอยู่อาศัยร่วมกับสัตว์เลี้ยง

วิเคราะห์ศักยภาพทำเล และโอกาสของตลาด Branded Residences

กระบวนการเลือกทำเลหัวหินเป็นผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่และทิศทางเศรษฐกิจมหภาค พิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการระดับภูมิภาค โรงแรม ดุสิตธานี หัวหิน กล่าวว่า หัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิง ประวัติศาสตร์ที่มีอัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำเนื่องจากเป็นที่ตั้งของวังไกลกังวล พื้นที่นี้มีลักษณะทาง ภูมิศาสตร์ที่ขนาบด้วยภูเขาและทะเลซึ่งตรงตามหลักฮวงจุ้ย  

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ทั้งโครงการ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสาย M82 ที่จะลดระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพมหานครระยะทาง 200 กิโลเมตร ให้เหลือต่ำกว่า 2 ชั่วโมง โครงการรถไฟทางคู่ โครงการรถไฟความเร็วสูง และการพัฒนาสนามบินหัวหินเพื่อ รองรับเที่ยวบินนานาชาติ  

ในด้านข้อมูลการตลาด อาทิตยา เกษมลาวัณย์ หัวหน้าแผนกซื้อขายโครงการที่พักอาศัย บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ประเทศไทยถูกจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการ เกษียณอายุในอันดับที่ 9 ของโลกจาก 24 ประเทศ หัวหินจึงเป็น 1 ใน 3 เมืองหลักร่วมกับพัทยาและ เชียงใหม่ที่กลุ่มชาวต่างชาติจากทวีปยุโรปและสแกนดิเนเวียเลือกเป็นสถานที่พำนักระยะยาว 

คุณอาทิตยา กล่าวเสริมว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังเป็นศูนย์กลางของ Branded Residences โดยประเทศไทยมี โครงการประเภทนี้มากที่สุด ข้อมูลการสำรวจตลาด ณ สิ้นปี 2568 บ่งชี้ว่าไม่มีโครงการคอนโดมิเนียมเปิดตัว ใหม่ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และเพชรบุรี ส่งผลให้ปริมาณอุปทานของ Branded Residences มีจำกัด ในขณะที่ อุปสงค์ยังคงเติบโต โดยสามารถสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า (Gross Yield) ได้ในระดับร้อยละ 7 ถึง 9 ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับการลงทุนในระยะยาว 

ต่อยอดบริการระดับ 5 ดาวสู่พื้นที่พักอาศัยภายใต้แนวคิด อจรา

การกำหนดรูปแบบผลิตภัณฑ์ของโครงการเริ่มต้นจากการจัดสรรที่ดินขนาด 117 ไร่ของโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน โดยแบ่งพื้นที่บริเวณสนามโปโลคลับเดิม หรือดุสิต รีสอร์ท แอนด์ โปโลคลับ ขนาด 20 ไร่มาพัฒนา พื้นที่มิกซ์ยูสแห่งนี้มีหน้าหาดส่วนตัวยาว 400 เมตร 

คุณพิพัฒน์ อธิบายว่า  คำว่า “อจรา” มีความหมายว่า “ความไม่แก่” ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการผสานความคลาสสิก ของหัวหินเข้ากับรูปแบบการใช้ชีวิตร่วมสมัย โครงการขับเคลื่อนด้วยเสาหลัก 4 ด้าน ได้แก่ การบริการ สุข ภาวะ ความยั่งยืน และชุมชนท้องถิ่น การออกแบบมุ่งเน้นการเชื่อมโยงบริการของโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ที่เปิดดำเนินการมา 30 ปี เข้าสู่พื้นที่พักอาศัย ประกอบด้วยบริการคอนเซียร์จ 24 ชั่วโมง รูมเซอร์วิส บริการรถ กอล์ฟ และการให้ผู้อยู่อาศัยเข้าใช้พื้นที่ฟาร์มออร์แกนิกที่ผลิตข้าวกล้องได้ปีละ 1,000 กิโลกรัม รวมทั้งการจัด ทำบันทึกข้อตกลงร่วมกับโรงพยาบาลชั้นนำเพื่อรองรับการดูแลสุขภาวะ สถาปัตยกรรมและภูมิทัศน์เพื่อความเป็นส่วนตัวและเชื่อมโยงธรรมชาติ

การวางผังแม่บททางสถาปัตยกรรมดำเนินการโดยบริษัท สถาปนิก 49 จำกัด สมเกียรติ โล่ห์จินดาพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า โจทย์หลักคือการสร้างสถาปัตยกรรมที่ตอบสนองวิถีชีวิตของพื้นที่ซึ่งต่างจากบริบท ของเมืองใหญ่ โครงการถูกออกแบบเป็นกลุ่มอาคารแนวราบจำนวน 7 อาคาร รวม 96 ยูนิต บนพื้นที่ 20 ไร่ เพื่อลดความหนาแน่นและสร้างความเป็นส่วนตัว วิธีการจัดการเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดรถยนต์คือการกำหนดพื้นที่ จอดรถไว้บริเวณขอบรอบนอกโครงการทั้งหมด เพื่อลดมลพิษทางอากาศและมลพิษทางเสียงในพื้นที่อยู่อาศัย ส่วนกลาง อาคารใช้รูปแบบโถงทางเดินฝั่งเดียว ยูนิตพักอาศัยจัดวางหน้าต่างสองด้านเพื่อรองรับระบบระบาย อากาศตามธรรมชาติ เพดานห้องมีระยะพื้นถึงพื้น 4 เมตร นอกจากนี้ ยังมีการออกแบบแปลนให้สามารถเชื่อม ยูนิตเข้าด้วยกันเพื่อรองรับครอบครัวขนาดใหญ่ 

กระบวนการออกแบบภูมิทัศน์ดำเนินการโดยบริษัท พี แลนด์สเคป จำกัด หทัยรจนา ศรีไพโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ อธิบายว่า พื้นที่โครงการมากกว่าร้อยละ 60 ถูกจัดสรรให้เป็นพื้นที่สีเขียวภายใต้แนวคิดโอเอซิส ที่เชื่อมโยงธรรมชาติเข้ากับการอยู่อาศัย (Bridging Oasis) โครงการเก็บรักษาต้นไม้ใหญ่เดิมเพื่อใช้เป็นแนว กันชนจากถนนภายนอก การวางผังพื้นที่ส่วนกลางครอบคลุมการใช้งานของทุกเจเนอเรชัน ประกอบด้วยลาน คอร์ตยาร์ด สนามหญ้าอเนกประสงค์พร้อมมินิแอมฟิเธียเตอร์ ลู่วิ่งจ็อกกิ้ง สระว่ายน้ำรูปแบบลูปพูลที่รองรับการ ออกกำลังกายและการพักผ่อน พื้นที่เสริมสร้างพัฒนาการสำหรับเด็กแบบเปียกและแห้ง และพื้นที่สำหรับสัตว์ เลี้ยง ทางเดินในโครงการได้รับการออกแบบตามหลักอารยสถาปัตย์ โดยไม่มีการทำขั้นบันได ใช้วัสดุกันลื่น และมีหลังคาคลุมทางเดินเชื่อมต่อทุกอาคาร

ยกระดับการอยู่อาศัย ด้วยมาตรฐานสุขภาวะสากล และการตกแต่ง Relaxed Luxury

การพัฒนายกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิตดำเนินการร่วมกับบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) วชิระ ชัยคูนำวัฒนา Chief Sustainability Officer กล่าวว่า บริษัททำหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษาในการนำมาตรฐาน Fitwel ซึ่งพัฒนาโดยกรมควบคุมโรคแห่งสหรัฐอเมริกามาใช้เป็นแนวทางตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ โครงการตั้งเป้า หมายเป็นอาคารพักอาศัยแนวราบแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการประเมินอาคาร ระดับโลกนี้ หลักเกณฑ์ของ Fitwel ครอบคลุมการออกแบบเพื่อคนทั้งมวล การสร้างปฏิสัมพันธ์ในชุมชน การส่ง เสริมไลฟ์สไตล์ที่มีการเคลื่อนไหว ความปลอดภัย และสุขอนามัยด้านอาหาร การก่อสร้างใช้วัสดุในกลุ่มเอสซีจี กรีน ชอยส์ เพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และสนับสนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน 

สำหรับการตกแต่งภายใน สมชัย อัครวิทยาภูมิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์คิเทค ทูรา จำกัด กำหนดรูปแบบ การขายแบบตกแต่งครบพร้อมเข้าอยู่ (Fully Furnished) ซึ่งเป็นโครงการที่พักอาศัยแห่งเดียวในหัวหินที่ ดำเนินการในรูปแบบนี้ โครงการได้ร่วมมือกับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์ระดับลักชัวรีจากสหรัฐอเมริกา ได้แก่ แบรนด์ คาร์ราโคล (Caracole) ภายใต้แนวคิดการออกแบบ “Relaxed Luxury” ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เรียบหรู และประณีต เพื่อลดความซับซ้อนให้กับผู้ซื้อและพร้อมสำหรับการเริ่มต้นใช้ชีวิตได้ทันที 

สถานะการดำเนินการและเป้าหมายเชิงพาณิชย์ 

ปัจจุบันโครงการดุสิต อจรา หัวหิน ได้รับการอนุมัติรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) จาก สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นที่เรียบร้อย และได้เริ่มดำเนินการก่อสร้าง ตามแผนงาน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมส่งมอบประมาณปี พ.ศ. 2571 ทั้งนี้ คณะผู้บริหารกำหนดเป้าหมาย ยอดขายไว้ที่ร้อยละ 20 ถึง 30 ภายในสิ้นปีนี้ 

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ไทยพัฒน์เปิด 6 ทิศทาง ESG ปี 2569 ชูแนวคิด ‘Resilience’ รับมือกระแสตีกลับด้านความยั่งยืน

เคทีซีชู ‘Because of Love’ ชวนวางแผนชีวิตเชิงรุก โดยไม่ทิ้งภาระให้คนข้างหลัง

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar