Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Women Made: Girl in STEM เปิดโลก 21 อาชีพ จุดประกายเด็กผู้หญิงสู่สาย STEM

Women Made: Girl in STEM เปิดโลก 21 อาชีพ จุดประกายเด็กผู้หญิงสู่สาย STEM

อาชีพด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ หรือ STEM กำลังมีบทบาทมากขึ้นต่อเศรษฐกิจและโลกการทำงาน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผู้หญิงยังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อยในสายอาชีพเหล่านี้ รายงาน Global Gender Gap Report 2024 ของ World Economic Forum ระบุว่า แรงงาน STEM ทั่วโลกมีผู้หญิงเพียง 28.2% และมีเพียง 1 ใน 10 คนที่มีโอกาสก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งบริหารระดับสูง ขณะที่งานวิจัยด้านการศึกษาหลายชิ้นพบว่า เด็กผู้หญิงในช่วงประถมศึกษาตอนปลายมีความสนใจด้าน STEM ใกล้เคียงกับเด็กผู้ชาย แต่ความสนใจกลับค่อย ๆ ลดลงเมื่อเข้าสู่ระดับมัธยมศึกษา

ตัวเลขดังกล่าวทำให้โจทย์เรื่องผู้หญิงใน STEM ไม่ได้อยู่เพียงปลายทางว่า จะทำอย่างไรให้มีผู้หญิงเข้าสู่อาชีพเหล่านี้มากขึ้น แต่อาจต้องย้อนกลับไปตั้งคำถามตั้งแต่ช่วงที่เด็กกำลังค้นหาตัวเองว่า พวกเธอมีโอกาสได้เห็นหรือไม่ว่า STEM เชื่อมโยงกับชีวิตและอาชีพจริงอย่างไร และมีพื้นที่มากพอหรือไม่ที่จะได้ทดลอง ค้นหาความถนัด รวมถึงพบกับคนที่ทำให้เห็นว่าเส้นทางเหล่านี้ไม่ได้ไกลเกินเอื้อม

นี่เป็นโจทย์ที่ Sea (ประเทศไทย) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) insKru และ a-chieve นำมาพัฒนาเป็นโครงการ Women Made: Girl in STEM 2026 ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดยปีนี้มีนักเรียนระดับมัธยมศึกษา 144 คน พร้อมครูผู้สอนและครูแนะแนว 48 คน เข้าร่วมกิจกรรมเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี เป้าหมายไม่ได้มีเพียงการทำให้เด็กสนใจ STEM มากขึ้น แต่พยายามเชื่อมสิ่งที่เรียนในห้องเรียนเข้ากับโลกการทำงาน เปิดโอกาสให้ได้ทดลองลงมือทำ และพบกับคนทำงานจริงจาก 21 อาชีพในสาย STEM

จุดที่ความสนใจใน STEM เริ่มหายไป

วัยมัธยมศึกษาเป็นช่วงที่เด็กเริ่มมองหาเส้นทางการเรียนต่อและอาชีพในอนาคต ขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่ความสนใจด้าน STEM ของเด็กผู้หญิงมีแนวโน้มลดลง ปัญหาจึงอาจไม่ได้เกิดจากความสามารถเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับภาพที่เด็กได้รับจากสังคม โอกาสในการเรียนรู้ และการมีต้นแบบที่ทำให้พวกเธอเห็นว่า ผู้หญิงสามารถทำงานในสายเหล่านี้ได้จริง

พุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย)
พุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย)

พุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย) กล่าวว่า แม้ปัจจุบันผู้หญิงจะเข้ามามีส่วนร่วมในสาย STEM มากขึ้น แต่ความเหลื่อมล้ำทางเพศยังปรากฏชัดในบางสาขา โดยข้อมูลจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ที่โครงการนำมาอ้างอิง ระบุว่า ประเทศไทยมีผู้หญิงในสาขาวิศวกรรมศาสตร์เพียง 16.8% ขณะที่สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) มีสัดส่วนผู้หญิง 47.9% นอกจากนี้ การขาดแรงบันดาลใจและต้นแบบผู้หญิงในสาย STEM ยังถูกมองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญประการหนึ่ง

การเปิดพื้นที่ให้เด็กได้พบคนทำงานจริงจึงมีความหมายมากกว่าการแนะแนวอาชีพ เพราะทำให้คำว่า “นักวิทยาศาสตร์” “วิศวกร” หรือ “นักพัฒนาเทคโนโลยี” ซึ่งอาจดูเป็นเรื่องไกลตัว กลายเป็นคนจริง ๆ ที่สามารถพูดคุย ถามเส้นทางการเรียน รู้จักลักษณะงาน และเห็นว่ากว่าจะมาถึงอาชีพนั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง

เปิดโลก STEM ให้กว้างกว่าเดิม

ท่ามกลางบทบาทของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับโลกการทำงานมากขึ้น Women Made: Girl in STEM ปีนี้จึงให้น้ำหนักกับแกน “T – Technology” และพยายามพาเด็กออกจากภาพจำว่าเทคโนโลยีหมายถึงการเขียนโปรแกรมหรือการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว

กิจกรรมเริ่มจากการพบกับต้นแบบผู้หญิงที่ทำงานอยู่ในโลกเทคโนโลยีจริง ทั้งผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิรดา เตชะวิจิตร์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมการบิน วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และหญิงไทยคนแรกที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ AXE Global Space Camp ในสหรัฐอเมริกา มนทิรา ฉายะบรรจงเลิศ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการ Android และผู้ก่อตั้งเพจ MikkiPastel รวมถึง ฐิติรัตน์ สายบัว นักออกแบบกราฟิกสื่อเสมือนจริง บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งทำงานเบื้องหลังกราฟิกเสมือนจริงในการแข่งขันอีสปอร์ตระดับนานาชาติ

ความหลากหลายของคนทำงานเหล่านี้ช่วยขยายภาพของ STEM ออกไปจากอาชีพที่เด็กคุ้นเคย และทำให้เห็นว่าองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสามารถนำไปใช้กับงานได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่วิศวกรรมการบิน การพัฒนาซอฟต์แวร์ ไปจนถึงการออกแบบกราฟิกสำหรับโลกเสมือนจริง

กิจกรรม “Driverless Car สนุกคิด พิชิตยานยนต์ไร้คนขับ”
กิจกรรม “Driverless Car สนุกคิด พิชิตยานยนต์ไร้คนขับ”

แต่การเห็นเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอ เด็กต้องได้ลองทำด้วย สวทช. จึงนำกิจกรรม “Driverless Car สนุกคิด พิชิตยานยนต์ไร้คนขับ” มาให้นักเรียนเรียนรู้หลักการด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี ฝึกการคิดเชิงตรรกะ และลงมือสร้างของเล่นยานยนต์ไร้คนขับด้วยตัวเอง กระบวนการนี้ทำให้ความรู้ที่เคยอยู่ในบทเรียนกลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้ เด็กต้องทดลอง แก้ปัญหา และเห็นผลจากสิ่งที่ตัวเองทำ

ไม่ได้เปลี่ยนแค่เด็ก แต่ต้องพาครูไปด้วย อีกด้านที่โครงการให้ความสำคัญคือ “ครู” เพราะต่อให้กิจกรรมหนึ่งวันสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กได้มากเพียงใด การเรียนรู้ส่วนใหญ่ของเด็กยังเกิดขึ้นในโรงเรียน การเปลี่ยนมุมมองของครูและเพิ่มเครื่องมือในการสอนจึงเป็นส่วนสำคัญของการขยายผล

อติพร สุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารภาพลักษณ์และกิจกรรมด้านพัฒนากำลังคนของบ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร สวทช. มองว่า ความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชนช่วยให้ครูมีเครื่องมือและมุมมองใหม่ พร้อมนำประสบการณ์กลับไปส่งต่อสู่นักเรียน โดยเฉพาะการทำให้เด็กผู้หญิงกล้าคิด กล้าลอง และเห็นศักยภาพของตัวเองในโลก STEM

โครงการจึงจัด Demo Class “City Builder การออกแบบผังเมืองยั่งยืน” โดยครูในเครือข่าย insKru ให้ครูเปลี่ยนบทบาทจากผู้สอนมาเป็นผู้เรียน ทดลองกระบวนการเรียนรู้ด้วยตัวเอง และแลกเปลี่ยนแนวคิดเพื่อนำกลับไปปรับใช้ให้เหมาะกับบริบทของแต่ละโรงเรียน

ชลิพา ดุลยากร ผู้ร่วมก่อตั้ง insKru อธิบายว่า สิ่งที่ต้องการให้เกิดขึ้นคือการที่ครูสามารถส่งเสริมนักเรียนหญิงในสาย STEM ได้มากขึ้น พร้อมเปิดพื้นที่ออนไลน์ “ห้องพักครูของหัวใจ” บนเว็บไซต์ insKru.com เพื่อให้ครูแลกเปลี่ยนความคิดและคำปรึกษาเกี่ยวกับการเรียนการสอน STEM และเรื่องอื่น ๆ ระหว่างกันต่อไป

มุมมองของครูหลังผ่านกิจกรรมยังสะท้อนให้เห็นอีกด้านของปัญหา พัชราภรณ์ เจริญผล และ ปวีณ์นุช สงัด ตัวแทนครูจากโรงเรียนสตรีนนทบุรี ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยกังวลว่าเด็กผู้หญิงอาจไม่ถนัดด้านการคำนวณ วิศวกรรม หรือการออกแบบ แต่เมื่อได้เห็นนักเรียนลงมือทำและทำได้ดี จึงต้องการนำประสบการณ์กลับไปต่อยอดในห้องเรียน และเปิดโลกอาชีพให้นักเรียนได้ค้นหาสิ่งที่ตัวเองชอบมากขึ้น

21 อาชีพ กับคำถามง่าย ๆ ว่า “โตขึ้นเราเป็นอะไรได้บ้าง”

หากกิจกรรมทดลองทำให้ STEM จับต้องได้ กิจกรรม “Human Library” โดย a-chieve ก็พาเด็กไปอีกขั้น ด้วยการเปิดพื้นที่ให้พูดคุยกับคนทำงานจาก 21 อาชีพ ครอบคลุมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ตั้งแต่นักระบาดวิทยา ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน นักวิจัยเทคโนโลยีอวกาศ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล วิศวกรปัญญาประดิษฐ์ วิศวกรหุ่นยนต์ นักคณิตศาสตร์ประกันภัย ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรอัจฉริยะ

แทนที่จะบอกเด็กเพียงว่าอาชีพใดน่าสนใจ กิจกรรมเปิดให้ถามคนทำงานโดยตรง ตั้งแต่ต้องเรียนอะไร งานจริงเป็นอย่างไร ไปจนถึงต้องใช้ทักษะอะไร ทำให้การเลือกอาชีพไม่ใช่การตัดสินใจจากชื่อคณะหรือชื่อสาขาเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการเข้าใจว่าโลกการทำงานจริงเป็นแบบไหน และตัวเองสนใจอะไร

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนผ่านมุมมองของ ภัทรธร แสงเอี่ยม และ อารยา ชัยชนะสีพลี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนสตรีนนทบุรี ซึ่งก่อนเข้าร่วมกิจกรรมมองว่า STEM เป็นเรื่องยากและค่อนข้างไกลตัว แต่หลังจากได้พูดคุยกับคนทำงานจริงใน Human Library และทดลองกิจกรรม Driverless Car ทำให้เห็นว่า STEM มีเส้นทางอาชีพมากกว่าที่คิด ได้รู้จักตัวเองมากขึ้น และเริ่มมองเห็นว่าตัวเองอาจเดินไปบนเส้นทางใดได้ในอนาคต

“ก่อนมาร่วมกิจกรรม เรามองว่า STEM เป็นเรื่องยากและค่อนข้างไกลตัว แต่วันนี้ทำให้เห็นว่า STEM มีเส้นทางอาชีพให้เลือกมากกว่าที่คิด…งานวันนี้จึงทำให้เรารู้สึกมั่นใจขึ้นว่าเรามีโอกาสเติบโตในสาย STEM ได้เหมือนกัน”

ให้เด็กผู้หญิงเห็นว่า STEM มีพื้นที่สำหรับเธอ

Women Made: Girl in STEM 2026 จึงไม่ได้ตอบโจทย์เพียงเรื่องการเพิ่มจำนวนเด็กผู้หญิงที่สนใจวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี แต่กำลังทำงานกับช่วงเวลาสำคัญก่อนที่เด็กจะเลือกเส้นทางการศึกษาและอาชีพ ผ่านการทำให้ STEM จากเรื่องที่ดูยากและไกลตัว กลายเป็นประสบการณ์ที่ได้ทดลองด้วยตัวเอง ได้พบคนทำงานจริง และได้เห็นความหลากหลายของอาชีพที่อาจไม่เคยรู้จักมาก่อน

ขณะเดียวกัน การดึงครูเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการ ทำให้การสร้างแรงบันดาลใจไม่ได้จบลงพร้อมกิจกรรม Day Camp เพราะสิ่งที่ครูได้เรียนรู้สามารถกลับไปอยู่ในห้องเรียน และส่งต่อไปยังนักเรียนอีกจำนวนมากได้

ท้ายที่สุด ช่องว่างของผู้หญิงในสาย STEM อาจไม่สามารถลดลงได้ด้วยกิจกรรมครั้งเดียว และไม่ได้ขึ้นอยู่กับการบอกเด็กผู้หญิงเพียงว่า “พวกเธอทำได้” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่เล็ก ๆ แห่งนี้กำลังทำให้ประโยคนั้นมีสิ่งที่จับต้องได้รองรับ ตั้งแต่การได้ลงมือสร้าง ได้ตั้งคำถามกับคนทำงานจริง ไปจนถึงการเห็นผู้หญิงที่กำลังทำงานอยู่ในโลกวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และเทคโนโลยีตรงหน้า

เพราะก่อนที่เด็กคนหนึ่งจะเลือกเดินเข้าสู่โลก STEM สิ่งสำคัญอาจเริ่มต้นง่าย ๆ จากการทำให้เธอได้เห็นก่อนว่า โลกนั้นมีพื้นที่สำหรับเธอจริง ๆ

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

Sea (ประเทศไทย) จับมือ พม. ติวเข้มทักษะอีคอมเมิร์ซ-ความปลอดภัยดิจิทัลแก่วัยเก๋า

สวทช. เปิด 3 บริการใหม่ ต่อยอด FoodSERP หลังสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 8,900 ล้านบาทในรอบ 2 ปี

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar