สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA แถลงเปิดตัวโครงการ “Global Startup Hub 2026” เร่งยกระดับสตาร์ตอัปไทยสู่ศูนย์กลางนวัตกรรมภูมิภาค เชื่อมต่อเครือข่ายนักลงทุนและพันธมิตรต่างประเทศ มุ่งเน้นผลลัพธ์เชิงพาณิชย์ผ่านการทดสอบตลาดจริงในอาเซียน
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA เผยผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมาว่า โครงการ Global Startup Hub 2025 มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 680 ราย เกิดการจับคู่ธุรกิจกว่า 300 ครั้ง และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวม 94.5 ล้านบาท โดยมีสตาร์ตอัป 20 รายที่สามารถสร้างรายได้หรือได้รับการลงทุนสำเร็จ
“ในโลกที่เทคโนโลยีหมุนเร็ว การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ไอเดียอย่างเดียว แต่อยู่ที่ความเร็วในการทำให้เทคโนโลยี ‘ไปถึงตลาด’ และสร้างรายได้หรือความร่วมมือได้จริง โครงการ Global Startup Hub 2026 จึงถูกออกแบบภายใต้กลไก 4G (Groom–Grant–Growth–Global) เพื่อเร่งการเติบโตสตาร์ตอัปไทยที่วัดผลได้และขยายตลาดได้จริงในภูมิภาคอาเซียน” ดร.กริชผกา กล่าว
เฟ้นหา 30 สตาร์ตอัปกลุ่ม Deep Tech
ในปีนี้ NIA มุ่งคัดเลือกสตาร์ตอัปที่มีความพร้อมรวม 30 ราย ในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่เป็นเมกะเทรนด์ระดับภูมิภาค ได้แก่:
- AI & IoT (Artificial Intelligence และ Internet of Things)
- Semiconductor
- EV & Mobility Technology
- Energy Tech
- Climate Tech & Sustainability
ผู้ที่ผ่านการคัดเลือกจะเข้าสู่โปรแกรมเร่งความพร้อมตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน – 31 สิงหาคม 2569 ครอบคลุมทั้งด้านแหล่งเงินทุน กฎหมายระเบียบข้อบังคับ และการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตร
Thailand: Gateway to ASEAN เส้นทางเร่งสปีดธุรกิจ
ไฮไลต์ของปีนี้เน้นแนวคิด “Thailand: Gateway to ASEAN” ผ่านกิจกรรมเชิงลึก ดังนี้:
- OKR & One-on-One Consultation: วางเป้าหมายธุรกิจอย่างเป็นระบบรวม 60 ชั่วโมง
- One-on-One Mentorship: คำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ 20 ราย รวม 300 ชั่วโมง
- Business Matching & PoC: การจับคู่ธุรกิจ 60 ครั้ง และการทดสอบโซลูชันจริง (Proof of Concept) ร่วมกับองค์กรขนาดใหญ่
- Demo Day: นำเสนอผลงานต่อผู้บริหารและนักลงทุนชั้นนำในอาเซียน
“ปีนี้มุ่งเน้นการผลักดันสตาร์ตอัปสู่โอกาสในตลาดอาเซียน และทำให้เกิดการต่อยอดเชิงพาณิชย์ที่จับต้องได้จริง… โอกาสครั้งนี้จะพาสตาร์ตอัปไปเจอตลาดจริง พาร์ตเนอร์จริง และดีลจริง เพื่อเร่งการเติบโตให้เร็วขึ้น ชัดขึ้น และแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค” ดร.กริชผกา กล่าวปิดท้าย
สตาร์ตอัปไทยและต่างชาติที่จดทะเบียนนิติบุคคลแล้ว มีผลิตภัณฑ์พร้อมจำหน่าย และต้องการขยายตลาดสู่ภูมิภาคอาเซียน สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 มีนาคม 2569
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Sukishi เปิดยุทธศาสตร์ 2569 รุก Retail ดันสัดส่วนยอดขายเป็น 20% รับสงครามราคาสุกี้
SHA’HAL ยกระดับ ‘น้ำมันเทียนดำ’ สู่นวัตกรรมคุมน้ำตาล-เสริมภูมิคุ้มกัน สู้ภัยเบาหวาน



