Google ประกาศก้าวสำคัญของแอปพลิเคชัน Gemini ในการยกระดับสู่การเป็นผู้ช่วย AI ที่มีประโยชน์และทรงพลังยิ่งขึ้น ด้วยการปรับโฉมอินเทอร์เฟซ (UI) ใหม่ให้ใช้งานง่าย พร้อมระบบสรุปข้อมูลรายวันเชิงรุก และการเปิดตัว Gemini Spark ซึ่งเป็น AI Agent ส่วนตัวที่พร้อมช่วยเหลือและจัดการสิ่งต่าง ๆ แทนผู้ใช้ได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ ในงาน Google I/O ปีที่ผ่านมา Google ได้เผยตัวเลขผู้ใช้งาน Gemini อยู่ที่ 400 ล้านคน ขณะที่ปัจจุบันมียอดผู้ใช้เติบโตอย่างก้าวกระโดดทะลุร้อยละ 125 สู่จำนวนกว่า 900 ล้านคนใน 230 ประเทศ และรองรับมากกว่า 70 ภาษาทั่วโลกที่เลือกใช้ Gemini เป็นผู้ช่วยสำคัญในทุกๆ เดือน
สำหรับการอัปเดตครั้งใหญ่ภายในงาน Google I/O 2026 มีรายละเอียดสำคัญดังต่อไปนี้
- Gemini 3.5 Flash: โมเดลแรกในกลุ่มโมเดล AI รุ่นใหม่ที่ผสานความชาญฉลาดระดับแนวหน้าเข้ากับการทำงานที่รวดเร็ว
- Neural Expressive: ภาษาการออกแบบ (Design Language) สำหรับ Gemini ที่ถูกพลิกโฉมให้มีความสดใส มีชีวิตชีวา และถูกออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมด
- Gemini Omni: โมเดลใหม่ที่สามารถเปลี่ยนพรอมต์ข้อความ รูปภาพ และวิดีโอ ให้กลายเป็นวิดีโอแนวซีเนมาติกคุณภาพสูงได้อย่างไร้รอยต่อ
- Daily Brief: AI Agent ใหม่ที่จะสรุปข้อมูลสำคัญเฉพาะบุคคลในทุกเช้า และจัดระเบียบข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการเริ่มต้นวันใหม่อย่างมีประสิทธิภาพ
- Gemini Spark: AI Agent ส่วนตัวที่พร้อมทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ออกแบบมาเพื่อจัดการงานต่างๆ แบบเชิงรุกและช่วยบริหารจัดการชีวิตดิจิทัลภายใต้การควบคุมของผู้ใช้
- แอปพลิเคชันสำหรับ macOS: แอปบนเดสก์ท็อปที่จะผสานรวม Gemini Spark เข้ามาทำงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง พร้อมเพิ่มฟีเจอร์การสั่งการด้วยเสียงใหม่ที่ทรงพลัง
Neural Expressive: ภาษาการออกแบบใหม่สำหรับยุค AI
Google ได้ดีไซน์ประสบการณ์การใช้งาน Gemini ใหม่ทั้งหมดด้วยภาษาการออกแบบ “Neural Expressive” ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซที่มาพร้อมแอนิเมชันที่ลื่นไหล สีสันสดใส รูปแบบตัวอักษรใหม่ และการตอบสนองแบบสัมผัส (Haptic Feedback) นอกจากนี้ ยังได้ผสานรวมประสบการณ์การสนทนาของ Gemini Live เข้ากับ Gemini โดยตรง ช่วยให้ผู้ใช้สลับระหว่างการพิมพ์คำถามสั้น ๆ กับการพูดคุยโต้ตอบอย่างเป็นธรรมชาติได้อย่างราบรื่น รวมถึงการออกแบบระบบไมโครโฟนใหม่ที่รองรับการแตะและพูดคุยเพื่ออธิบายไอเดียซับซ้อนตามจังหวะของผู้ใช้โดยไม่ถูกตัดบท และในอนาคตอันใกล้จะเริ่มให้บริการเสียงในสำเนียงท้องถิ่นเพิ่มเติม
ในส่วนของคำตอบนั้น โมเดล Gemini ได้รับการปรับปรุงให้มีความน่าสนใจและเข้าใจง่ายยิ่งขึ้น โดยระบบจะออกแบบคำตอบที่ปรับแต่งเฉพาะบุคคลแบบเรียลไทม์ ซึ่งประกอบด้วยรูปภาพคุณภาพสูง ไทม์ไลน์แบบอินเทอร์แอกทีฟ วิดีโอพร้อมเสียงบรรยาย และกราฟิกแบบไดนามิก แทนการแสดงข้อความยาวเหยียด โดยภาษาการออกแบบ Neural Expressive นี้เริ่มเปิดให้ใช้งานสำหรับผู้ใช้ทุกคนทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันนี้ ทั้งบนเว็บไซต์ ระบบปฏิบัติการ Android และ iOS
Gemini Omni: เปลี่ยนไอเดียสู่ภาพยนตร์แนวซีเนมาติก
โมเดล “Gemini Omni” ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อปลดล็อกพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ โดยช่วยให้ผู้ใช้สร้างสรรค์ผลลัพธ์วิดีโอคุณภาพสูงได้อย่างง่ายดาย ผ่านการผสมผสานข้อมูลนำเข้า (Input) ทั้งข้อความ รูปภาพ และวิดีโอเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ส่งผลให้การตัดต่อวิดีโอกลายเป็นการพูดคุยที่ลื่นไหล เช่น การสั่งซูมแบบซีเนมาติก หรือการเปลี่ยนภาพพื้นหลังด้วยพรอมต์ง่ายๆ เพียงอัปโหลดฟุตเทจจากคลังภาพและใช้เทมเพลตที่มีให้ด้วยการแตะเพียงครั้งเดียว ก็สามารถสร้างคอนเทนต์ระดับมืออาชีพได้โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ราคาสูง ยิ่งไปกว่านั้น ผู้ใช้ยังสามารถสร้างอวาตาร์ AI แบบปรับแต่งเองที่มีหน้าตาและเสียงเหมือนกับตนเองเพื่อใส่ลงในวิดีโอได้อีกด้วย โดยฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานแล้ววันนี้สำหรับสมาชิก Google AI Plus, Pro และ Ultra ทั่วโลก
Daily Brief: จัดระเบียบการเริ่มต้นวันใหม่อย่างราบรื่น
“Daily Brief” คือ AI Agent ที่ทำหน้าที่สรุปข้อมูลเฉพาะบุคคลในยามเช้า ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจาก CC ซึ่งเป็นโครงการทดลองด้าน Agentic AI ใน Google Labs โดยเมื่อเปิดใช้งาน Daily Brief ระบบ Gemini จะทำงานร่วมกับแอปพลิเคชันต่างๆ ที่เชื่อมต่ออยู่เบื้องหลัง เพื่อรวบรวมการอัปเดตเร่งด่วนจากกล่องจดหมาย Gmail ติดตามกิจกรรมจาก Google Calendar และสรุปรายละเอียดสำคัญที่ต้องติดตามผล นำมาจัดทำเป็นสรุปย่อที่อ่านได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ Daily Brief ยังสามารถจัดระเบียบและลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ตามเป้าหมายที่ผู้ใช้ตั้งไว้ พร้อมเสนอแนะขั้นตอนต่อไปที่ควรทำทันที โดยผู้ใช้สามารถกดถูกใจหรือไม่ถูกใจเพื่อพัฒนาการทำงานของระบบได้ ทั้งนี้ Daily Brief เริ่มเปิดให้ใช้งานแล้ววันนี้สำหรับสมาชิก Google AI Plus, Pro และ Ultra โดยเริ่มนำร่องที่สหรัฐอเมริกาเป็นแห่งแรก
Gemini Spark: ยกระดับจากผู้ช่วยสู่การลงมือทำงานแทน
“Gemini Spark” ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ยกระดับ Gemini จากผู้ช่วยตอบคำถามไปสู่พาร์ทเนอร์ที่สามารถลงมือทำสิ่งต่างๆ แทนผู้ใช้ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Gemini 3.5 และ Google Antigravity พร้อมผสานการทำงานเข้ากับเครื่องมือ Google Workspace อาทิ Gmail, Google Docs และ Google Slides โดย Gemini Spark เป็น AI Agent บนระบบคลาวด์ จึงสามารถทำงานอยู่เบื้องหลังได้ตลอดเวลาแม้ผู้ใช้จะพับหน้าจอแล็ปท็อปหรือล็อกโทรศัพท์ก็ตาม
ตัวอย่างฟังก์ชันที่ผู้ใช้สามารถสั่งการ Gemini Spark ได้แก่:
- ตั้งค่างานประจำหรือทริกเกอร์: สแกนใบแจ้งยอดบัตรเครดิตรายเดือนโดยอัตโนมัติ เพื่อแจ้งเตือนค่าธรรมเนียมการสมัครสมาชิกใหม่หรือค่าธรรมเนียมแอบแฝง
- สอนทักษะใหม่ ๆ: ตรวจสอบกล่องข้อความเพื่อดูการอัปเดตจากโรงเรียนของบุตรหลาน ดึงข้อมูลกำหนดการสำคัญ และส่งอีเมลสรุปข้อมูลรายวันให้แก่ผู้ใช้และคู่รัก
- สร้างเวิร์กโฟลว์ที่สมบูรณ์: สั่งให้ระบบสร้างบันทึกการประชุมจากอีเมลและแชทต่างๆ จัดทำเอกสารใน Google Docs และร่างอีเมลส่งออกเพื่อเริ่มโปรเจกต์ต่อได้ทันที
นอกจากนี้ Google มีแผนที่จะขยายรายชื่อแอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อกับ Gemini ผ่าน Model Context Protocol (MCP) แบบใหม่ร่วมกับพันธมิตรอย่าง Canva, OpenTable และ Instacart ซึ่งเปิดตัวแล้ววันนี้ และเตรียมเพิ่มความสามารถอื่นๆ เช่น การส่งข้อความและอีเมลหา Gemini Spark, การสร้าง Subagent แบบปรับแต่งเอง รวมถึงการสั่งงานเบราว์เซอร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์ในช่วงซัมเมอร์นี้ ทั้งนี้ Gemini Spark ได้รับการออกแบบให้ทำงานภายใต้ความยินยอมและการควบคุมของผู้ใช้ โดยจะถามความเห็นชอบก่อนเสมอเมื่อต้องทำธุรกรรมสำคัญ เช่น เรื่องการเงินหรือการส่งอีเมล โดยจะเริ่มทยอยให้กลุ่มผู้ทดสอบที่เชื่อถือได้ทดลองใช้งานในสัปดาห์นี้ ก่อนเปิดตัวเวอร์ชันเบต้าสำหรับสมาชิก Google AI Ultra ในสหรัฐอเมริกาในสัปดาห์หน้า
แอปพลิเคชัน Gemini สำหรับ macOS: ควบคุมเดสก์ท็อปเต็มรูปแบบ
Google เตรียมอัปเดตครั้งใหญ่ให้กับแอปพลิเคชัน Gemini สำหรับ macOS ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยจะนำ Gemini Spark เข้ามาช่วยจัดการงานที่เกี่ยวข้องกับไฟล์ในเครื่องและสร้างเวิร์กโฟลว์อัตโนมัติบนเดสก์ท็อป พร้อมทั้งพัฒนานวัตกรรมสั่งการด้วยเสียงใหม่ที่จะใช้บริบทบนหน้าจอเพื่อเปลี่ยนคำพูดธรรมชาติให้กลายเป็นฉบับร่างที่แม่นยำ พร้อมจัดรูปแบบข้อความใหม่ตรงตำแหน่งเคอร์เซอร์ทันที โดยระบบจะขจัดคำอุทานระว่างคิด เช่น “เอ่อ” หรือ “แล้วก็” ออกให้อัตโนมัติ ปัจจุบันแอป Gemini สำหรับ macOS เปิดให้ผู้ใช้ทุกคนดาวน์โหลดได้แล้ว ส่วนฟีเจอร์ Gemini Spark และระบบสั่งงานด้วยเสียงใหม่จะตามมาในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งการอัปเดตทั้งหมดนี้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ Google ในการสร้างผู้ช่วยอัจฉริยะที่รอบด้าน รู้ใจ ทำงานเชิงรุก และทรงพลังสำหรับผู้ใช้ทุกกลุ่ม
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
เมื่อ Google ทำให้ ‘โฆษณา’ กลายเป็น ‘คำตอบ’
ทีเส็บ เปิดแบรนด์ใหม่ ‘MaxiMICE Thailand’ ดันไทยหมุดหมายจัดงาน



