Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ถอดรหัส Green Industry: เปลี่ยนโจทย์ยากสู่แผนปฏิบัติการ Net Zero

ถอดรหัส Green Industry: เปลี่ยนโจทย์ยากสู่แผนปฏิบัติการ Net Zero

ภายในงาน NAC 2026 บนเวทีเสวนา “ถอดรหัสความสำเร็จเปลี่ยนโจทย์ยาก Green Industry ให้เป็นแผนลงมือทำที่ใช้ได้จริง” กลายเป็นพื้นที่สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของภาคอุตสาหกรรมไทยที่กำลังถูกบีบด้วยต้นทุนพลังงานและกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมสากล การปรับตัวสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนหรือ Net Zero ในวันนี้จึงถูกนิยามใหม่ว่าไม่ใช่เพียงการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อภาพลักษณ์ แต่คือการบริหารจัดการข้อมูลและนวัตกรรมเพื่อลดต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ โดยหัวใจสำคัญที่ถูกเน้นย้ำตลอดการสนทนาคือการสร้างระบบประสาทดิจิทัลให้แก่โรงงาน เพื่อให้สามารถมองเห็นความสูญเสียที่เคยมองไม่เห็นมาก่อน

จัดการ “ดิน น้ำ ลม ไฟ” พื้นฐานสำคัญสู่การวัดผล

ดร.ปรอยฝน เลิศวนวัฒนา รองผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารความยั่งยืนองค์กร บริษัท ธนากรผลิตภัณฑ์น้ำมันพืช จำกัด ได้เผยให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในฐานะผู้ผลิตสินค้าเกษตรแปรรูปที่มีมูลค่าวัตถุดิบสูงถึงหนึ่งพันล้านบาทต่อลำเรือ การเดินทางตลอดห้าทศวรรษขององค์กรพิสูจน์ให้เห็นว่ากระบวนการเปลี่ยนผ่านต้องเริ่มจากการสำรวจพื้นฐานที่เรียกว่า ดิน น้ำ ลม และไฟ ตั้งแต่การจัดการขยะเพื่อลดก๊าซมีเทน การหมุนเวียนน้ำเสีย ไปจนถึงการใช้ระบบบริหารจัดการพลังงานที่ช่วยให้วิเคราะห์ข้อมูลได้แม่นยำกว่าการใช้มนุษย์จดบันทึก

ดร.ปรอยฝนได้ให้ทัศนะที่น่าสนใจถึงหัวใจของการเปลี่ยนแปลงว่า ความเป็นเจ้าของร่วมกันคือจุดเริ่มต้นของการจัดการที่แท้จริง โดยเปรียบเทียบว่าหากเราเริ่มรู้สึกเป็นเจ้าของตั้งแต่การคัดแยกขยะในบ้านจนถึงโรงงาน ย่อมส่งผลให้เกิดการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ยังได้ระบุสูตรสำเร็จไว้ว่า การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้จริงต้องอาศัยองค์ประกอบสามส่วนคือ การเปลี่ยนแปลงบุคลากร การสร้างวัฒนธรรมองค์กร และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อให้มีข้อมูลที่วัดผลได้และตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว

โครงสร้างดิจิทัลเปรียบเสมือนระบบประสาทอัจฉริยะ

ในมิติของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล นวชัย เกียรติก่อเกื้อ หัวหน้าส่วนงานการตลาดกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ได้เปรียบเทียบระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเสมือนเส้นประสาทและสมองที่จะทำงานร่วมกับกล้ามเนื้อซึ่งก็คือเครื่องจักรในโรงงาน ข้อมูลที่ถูกจัดเก็บผ่านระบบเซนเซอร์และเครือข่าย 5G จะกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่ช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น

เช่นกรณีศึกษาของสยามโตโยต้าที่คุณนวชัยระบุว่าสามารถดึงข้อมูลการใช้ไฟฟ้ามาเปรียบเทียบกับแผนการผลิตในระบบ ERP จนมองเห็นจุดที่ใช้ไฟเกินความจำเป็น โดยคุณนวชัยได้ให้ข้อแนะนำที่สำคัญว่า ภาคธุรกิจควรสำรวจตนเองว่ามีความพร้อมด้านข้อมูลแล้วหรือไม่ ผ่านสามขั้นตอนหลักคือ การเชื่อมต่อข้อมูล การนำข้อมูลมาประมวลผลเพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจใหม่ และสุดท้ายคือการสร้างสรรค์รูปแบบการทำงานที่สามารถแก้ปัญหาเชิงลึกได้จริง

นวัตกรรมหม้อแปลง AI และการจัดการพลังงานส่วนเกิน

ขณะที่มุมมองด้านวิศวกรรมไฟฟ้า ประจักษ์ กิตติรัตนวิวัฒน์ กรรมการบริหาร (นวัตกรรม) บริษัท เจริญชัยหม้อแปลงไฟฟ้า จำกัด ได้ชี้ให้เห็นถึงความสูญเสียแฝงที่เกิดขึ้นจากระบบไฟฟ้าที่ไม่เสถียร การนำนวัตกรรมหม้อแปลงไฟฟ้าที่ทำงานร่วมกับปัญญาประดิษฐ์มาใช้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้สูงสุดถึงร้อยละยี่สิบ แต่ยังช่วยบริหารจัดการพลังงานจากโซลาร์เซลล์ที่มักถูกทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ในช่วงวันหยุด

ในปัจจุบันหม้อแปลงไฟฟ้าไม่ได้เป็นเพียงต้นทุนอีกต่อไป แต่เป็นการลงทุนเพื่อความประหยัดและเสถียรภาพของระบบพลังงาน การมองเห็นพฤติกรรมความซ้ำซากของการใช้พลังงานผ่านข้อมูลที่ส่งผ่านระบบเครือข่ายไร้สายแบบทันท่วงที จะช่วยให้องค์กรสามารถบริหารจัดการตนเองได้ง่ายขึ้นและมีความมั่นคงทางการผลิตมากขึ้น

ทลายกำแพงภูเขาน้ำแข็งสู่ความยั่งยืนที่ยั่งยืน

ถอดรหัส Green Industry: เปลี่ยนโจทย์ยากสู่แผนปฏิบัติการ Net Zero

อย่างไรก็ตาม ธเนศ อิงสกุลรุ่งเรือง ผู้จัดการส่วนตลาดและขายเอนเนอร์ยี่ โซลูชั่นส์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT กล่าวว่า ปัญหาที่มองเห็นได้ง่ายมักถูกแก้ไขไปก่อนแล้วด้วยประสบการณ์ของวิศวกร แต่ปัญหาที่อยู่ใต้น้ำอย่างระบบเครื่องจักรเก่าที่ไม่สามารถสื่อสารข้อมูลถึงกันได้ เป็นสิ่งที่ต้องใช้การวางแผนเชิงกลยุทธ์เข้ามาแก้ไข

“ในยุคที่ราคาพลังงานมีความผันผวนและคาร์บอนกำลังกลายเป็นต้นทุนใหม่ การใช้ข้อมูลและขั้นตอนวิธีที่ถูกต้องคือสิ่งที่จะสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน”

พร้อมทั้งเสนอแนะว่าการตัดสินใจที่ล่าช้าเพราะขาดข้อมูลที่ชัดเจนย่อมส่งผลให้เสียโอกาสทางธุรกิจ ดังนั้นการนำข้อมูลขึ้นมาให้เห็นภาพและนำมาวิเคราะห์ร่วมกับประสบการณ์จะช่วยให้เกิดผลลัพธ์ที่ยั่งยืน การเปลี่ยนผ่านสู่โรงงานอัจฉริยะจึงควรเริ่มจากการติดตามผลในจุดสำคัญที่ใช้พลังงานสูง แล้วจึงขยับไปสู่ระบบอัตโนมัติเพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขันอย่างถาวรในเวทีโลก

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

กลยุทธ์ Copper Beyond Buffet และ Visai AI: ปรับตัวสู้ต้นทุนและคลื่นปัญญาประดิษฐ์

Net Zero: อาวุธลับเศรษฐกิจไทยบนมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar