Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Net Zero: อาวุธลับเศรษฐกิจไทยบนมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก

Net Zero: อาวุธลับเศรษฐกิจไทยบนมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก

ในวันที่โครงสร้างเศรษฐกิจโลกถูกขับเคลื่อนด้วยมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด ประเทศไทยกำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคคาร์บอนต่ำ ดร.ธันยพร กริชติทายาวุธ ผู้อำนวยการ สมาคมเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กแห่งประเทศไทย ได้สะท้อนมุมมองต่อโอกาสทางเศรษฐกิจชุดใหม่บนมาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก โดยชี้ให้เห็นว่าหัวใจสำคัญของการปรับตัวในภาคธุรกิจไทยตามกรอบสหประชาชาติไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่มิติของสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงสิทธิมนุษยชน มาตรฐานแรงงาน และธรรมาภิบาล ซึ่งสิ่งเหล่านี้กำลังจะกลายเป็นเครื่องมือหลักในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน

ข้อมูลโปร่งใส: ใบเบิกทางสู่ตลาดโลก

สถานการณ์ปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีคืออาวุธลับที่จะช่วยให้ภาคธุรกิจไทยก้าวข้ามกำแพงการค้าโลกได้ โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการจัดการข้อมูลที่ต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้จริง ดร.ธันยพรระบุว่าตลาดโลกโดยเฉพาะในยุโรปไม่ได้ต้องการเพียงข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรในภาพรวมอีกต่อไป แต่มีความต้องการข้อมูลเชิงลึกรายสินค้าเพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจซื้ออย่างเฉพาะเจาะจง

“หากเราต้องการเข้าสู่ตลาดโลก ข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ในระดับองค์กรนั้นยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้ซื้อ เพราะสิ่งที่เขาแสวงหาคือข้อมูลเชิงลึกเป็นรายสินค้าเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ถึงแหล่งที่มาอย่างแท้จริง”

หากผู้ประกอบการไทยยังคงใช้ข้อมูลชุดเดิมที่ไม่ได้รับการปรับปรุงให้เป็นปัจจุบันหรือไม่มีความชัดเจนในการตรวจสอบย้อนกลับ ก็จะสูญเสียโอกาสทางการค้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เร่งแผน NDC 3.0 รับมือมาตรการกีดกันการค้า

การประกาศใช้แผนปฏิบัติการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ หรือ NDC 3.0 ได้กำหนดเป้าหมายที่เข้มงวดขึ้น โดยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ร้อยละ 40 ภายในปี 2035 เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งแผนการดำเนินงานดังกล่าวส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องเร่งปรับตัวเร็วกว่าเดิมถึง 15 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของคู่ค้าสำคัญอย่างจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่มีการขยับตัวในเรื่องนี้ไปก่อนหน้าแล้ว โดยเฉพาะมาตรการปรับคาร์บอนก่อนเข้าพรมแดนที่เริ่มส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าบางประเภททันทีในปีนี้

ซึ่ง ดร.ธันยพร ให้ความเห็นต่อความเร่งด่วนนี้ว่า “เรากำลังเผชิญกับช่องว่างของเวลาที่โลกต้องการความเป็นกลางทางคาร์บอนเร็วกว่าเป้าหมายเดิมของไทยถึง 15 ปี แผนปฏิบัติการใหม่จึงเป็นโจทย์วิจัยที่ภาคธุรกิจต้องเร่งดำเนินการเพื่อรักษาขีดความสามารถในการส่งออกไปทั่วโลก”

ปั้นไทยสู่มหาอำนาจด้านอาหารและสุขภาพ

ในมิติของทรัพยากรไทยมีต้นทุนความหลากหลายทางชีวภาพที่อุดมสมบูรณ์เป็นฐานรากสำคัญ โดยเฉพาะในภาคการเกษตรที่ ดร.ธันยพร มองว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจด้านอาหารในอนาคต อย่างไรก็ตามความท้าทายสำคัญคือการนำงานวิจัยไปต่อยอดเป็นสินค้าและบริการที่ขายได้จริง

บทเรียนจากกรณีการส่งออกทุเรียนและข้าวลดคาร์บอนของประเทศเพื่อนบ้านที่สามารถนำเทคโนโลยีการขนส่งแบบกรีนโลจิสติกส์และการจัดการระบบน้ำที่มีประสิทธิภาพมาใช้จนสร้างมูลค่ามหาศาลได้สำเร็จ เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนว่าไทยจำเป็นต้องเร่งบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับฐานทรัพยากรเดิมที่มีอยู่

“ในวันที่ศึกแย่งชิงพลังงานสิ้นสุดลง โลกจะก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการชิงชัยในระบบอาหาร และประเทศไทยคือหนึ่งในผู้ที่มีทรัพยากรด้านอาหารมากที่สุด หากเราจัดการตนเองได้ดี เราจะก้าวขึ้นเป็นมหาอำนาจในยุคถัดไป”

นวัตกรรม Zero Waste เพิ่มมูลค่าจากวัสดุเหลือทิ้ง

นอกเหนือจากภาคการเกษตรแล้ว แนวคิดเรื่องการสร้างสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืนหรือการส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ไม่มีสภาวะเจ็บป่วยจนวาระสุดท้ายของชีวิต เป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ที่สามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้มหาศาล โดยการใช้นวัตกรรมอาหารเป็นยาและการงดใช้สารพิษในระบบการผลิต

ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางขององค์กรต้นแบบในเครือข่ายโกลบอลคอมแพ็กที่เริ่มนำความยั่งยืนมาสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น การพัฒนาซีเมนต์คาร์บอนต่ำ และการนำเปลือกไข่จากวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรมาพัฒนาเป็นวัสดุเคลือบสุขภัณฑ์ที่แข็งแรงกว่าเดิม รวมถึงการแปรรูปเกล็ดปลาและก้างปลาให้กลายเป็นคอลลาเจนและแคลเซียมที่เพิ่มมูลค่าได้หลายร้อยเท่า

ดร.ธันยพรให้มุมมองเชิงบวกต่อการจัดการสิ่งเหลือทิ้งว่า “การจัดการขยะให้เป็นศูนย์ไม่ได้เป็นเพียงหน้าที่เพื่อสิ่งแวดล้อม แต่คือการค้นพบวัตถุดิบใหม่ที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านนวัตกรรม ซึ่งจะเปลี่ยนต้นทุนในการกำจัดขยะให้กลายเป็นผลกำไรที่ยั่งยืน”

พลิกวิกฤติเศรษฐกิจด้วยท่าความยั่งยืน

ดร.ธันยพรทิ้งท้ายด้วยความเชื่อมั่นว่าแม้เศรษฐกิจไทยจะเผชิญกับสภาวะถดถอยที่สุดในรอบสามสิบปี แต่ความยืดหยุ่นและการฉลาดเลือกใช้เทคโนโลยีจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูประเทศ

“ในยามที่เราเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่หนักหน่วงที่สุด ท่าไม้ตายที่เราควรใช้ในการกอบกู้สถานการณ์คือความยั่งยืน เพราะนี่คือกติการ่วมของโลกที่จะทำให้สินค้าและบริการของเราเฉิดฉายและแข่งขันได้อย่างสมศักดิ์ศรีในเวทีสากล”

การใช้เป้าหมายสุทธิเป็นศูนย์เป็นเครื่องมือในการแข่งขันโดยเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลเดิมของตนเอง จะช่วยให้ธุรกิจไทยไม่เพียงแค่รอดพ้นจากวิกฤตแต่ยังสามารถเติบโตได้อย่างสง่างามในเวทีโลก โดยอาศัยการเปลี่ยนผ่านจากความรู้ในห้องวิจัยไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของมนุษยชาติอย่างแท้จริง

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

‘ยศชนัน’ ดันนวัตกรรมปลดล็อกเศรษฐกิจเขียวทางรอดไทยสู่ประเทศรายได้สูง

Bangkok Cable ซื้อ ION Energy รุก Ecosystem โซลาร์ครบวงจร

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar