บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (GULF) เตรียมเสนอขายหุ้นกู้และหุ้นกู้ดิจิทัล รวม 4 ชุด อายุ 4-10 ปี ให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรและหุ้นกู้ที่ระดับ “AA-” แนวโน้ม “Stable” จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 สะท้อนถึงกระแสเงินสดจากธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงรายได้เงินปันผลจากการลงทุน โดยเฉพาะในบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) ทั้งนี้ บริษัทได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหุ้นกู้และร่างหนังสือชี้ชวน (Filing) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. แล้ว
ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน GULF เปิดเผยว่า หุ้นกู้ที่จะเสนอขายเป็นชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ กำหนดจ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ตลอดอายุหุ้นกู้ ประกอบด้วย
- หุ้นกู้ชุดที่ 1 อายุ 4 ปี
- หุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี
- หุ้นกู้ชุดที่ 3 (หุ้นกู้ดิจิทัล) อายุ 7 ปี
- หุ้นกู้ชุดที่ 4 อายุ 10 ปี
สำหรับรายละเอียดอัตราดอกเบี้ยจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง โดยคาดว่าจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปจองซื้อระหว่างวันที่ 19-21 ตุลาคม 2569
ทั้งนี้ “หุ้นกู้ชุดที่ 1, 2 และ 4” จะเสนอขายผ่านสถาบันการเงินชั้นนำ 8 แห่ง ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย (รวมถึง บล.กสิกรไทย ในฐานะหน่วยงานขาย) ธนาคารไทยพาณิชย์ (รวมถึง บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ในฐานะหน่วยงานขาย) ธนาคารยูโอบี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย และ บล.เอเซีย พลัส กำหนดราคาเสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท จองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท
ขณะที่ “หุ้นกู้ชุดที่ 3” (หุ้นกู้ดิจิทัล) มีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ โดยจะเสนอขายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่ราคาเสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท จองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาทต่อการทํารายการ 1 ครั้ง
วางแผนนำเงินระดมทุนชำระคืนหุ้นกู้เดิมและขยายธุรกิจระยะยาว
คุณยุพาพิน กล่าวเพิ่มเติมว่า การเสนอขายหุ้นกู้ดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ด้วยมูลค่าจองซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท จะช่วยให้ผู้ลงทุนรายย่อยเข้าถึงการลงทุนได้สะดวกยิ่งขึ้น สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุน บริษัทมีแผนนำไปชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอน และรองรับการขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม รวมถึงธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (Digital Infrastructure) ได้แก่ Data Center, Cloud และ AI เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว
ไตรมาส 2/2569 กำไร Core Profit ทำสถิติสูงสุดใหม่
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 GULF มีกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 12,332 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีรายได้รวม 50,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของกลุ่มโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ธุรกิจจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก AIS
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ซีพี ผนึก AWS ปั้นทักษะ AI คนไทย 3 ล้านคน ดันไทยสู่ Digital Hub
ARAYA Industrial and Logistics Hub เฟสแรกเต็ม 100% ก่อนเปิดตัว ลุยเฟส 2 อีก 20,000 ตร.ม.



