Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

GWM เปิดตัว ORA 5 ครั้งแรกในโลกที่ไทย ชู HEV-EV วิ่ง 1,000 กม.

GWM เปิดตัว ORA 5 ครั้งแรกของโลกที่ไทย ชูขุมพลัง HEV–EV วิ่งไกล 1,000 กม.

เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) หรือ GWM ประกาศเปิดตัว GWM ORA 5 อย่างเป็นทางการภายในงาน “ORA 5 Global Debut” เผยโฉมรุ่นขุมพลังไฮบริด (HEV) ครั้งแรกของโลก และรุ่น EV ที่เปิดตัวในต่างประเทศเป็นครั้งแรกต่อจากประเทศจีน ตอบสนองกลยุทธ์ “Multi-Powertrain” ของบริษัท ที่ต้องการนำเสนอทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลาย ให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน บนตัวถังรถยนต์อเนกประสงค์เจเนอเรชันใหม่ที่ถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์มล่าสุด รองรับทั้งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าและไฮบริด มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ ADAS จำนวน 18 ระบบ ระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0 และดีไซน์ที่ได้รับรางวัลด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ยานยนต์ระดับโลก

ก้าวใหม่ของ GWM ORA

ปัจจุบัน GWM ORA เข้าทำตลาดแล้วกว่า 50 ประเทศทั่วโลก มียอดผู้ใช้งานสะสมกว่า 600,000 คน โดยในประเทศไทยมีผู้ใช้งานแล้วกว่า 20,000 คน พร้อมประกาศยกระดับแบรนด์สู่การเป็น “Global Fashionable Premium Car” อย่างเป็นทางการ

สำหรับ GWM ORA 5 ใช้แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด ที่รองรับขุมพลังได้หลากหลาย ทั้ง EV HEV และ PHEV เพื่อให้อิสระในการเลือกใช้งานแก่ผู้บริโภคทั่วโลก โดยบริษัทเตรียมส่งออกรุ่นดังกล่าวไปยังยุโรป ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง ละตินอเมริกา และแอฟริกา ภายในปีนี้

มิติตัวรถและการออกแบบ

GWM ORA 5 ทั้งรุ่น HEV และ EV มาพร้อมมิติตัวรถที่มีความยาว 4,471 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,833 มิลลิเมตร ความสูง 1,641 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,720 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารให้กว้างขวางและนั่งสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมระยะความสูงใต้ท้องรถ 175 มิลลิเมตร ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่บนหลากหลายสภาพถนน

รุ่น HEV มาพร้อมถังน้ำมันเชื้อเพลิงความจุ 55 ลิตร ขณะที่รุ่น EV ติดตั้ง Active Grille Shutter และย้ายช่องชาร์จไปไว้ด้านหน้าด้านขวา

ดีไซน์ภายนอกได้รับแรงบันดาลใจจากคอนเซปต์ “Do Not Disturb” และ “Leaving Space” ซึ่งออกแบบให้รถเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย  ซึ่ง GWM ได้รับรางวัลด้านการออกแบบผลิตภัณฑ์ยานยนต์หรือ Vehicle Product Design เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

ไฟหน้า LED อัจฉริยะได้แรงบันดาลใจจากหยดน้ำบนใบไม้ ให้ความสว่างไกลถึง 170 เมตร มาพร้อมฟังก์ชันเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับไฟสูง-ต่ำอัตโนมัติ และระบบหน่วงเวลาไฟส่องทางหลังดับเครื่องยนต์ Follow Me Home ไฟท้าย LED แบบซ่อนในกระจกหลังได้รับแรงบันดาลใจจากแสงแรกของวัน ขณะที่ที่ปัดน้ำฝนหลังถูกซ่อนไว้ใต้สปอยเลอร์เพื่อความสะอาดตา ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/60 R18 และหลังคากระจกพาโนรามิกซันรูฟสำหรับรุ่น Ultra

ORA 5 HEV: ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่

GWM ORA 5 HEV ใช้ระบบ DHT-HEV 2-Speed Direct Drive ซึ่งเป็นเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ที่พัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานรถยนต์ไฮบริด ระบบดังกล่าวทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิด 240 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิด 236 นิวตันเมตร ส่งผลให้กำลังรวมทั้งระบบอยู่ที่ 223 แรงม้า แรงบิดรวม 476 นิวตันเมตร

โครงสร้างไฮบริดของ GWM ORA 5 ใช้ระบบเกียร์ 2 จังหวะ หรือ 2-Speed DHT ซึ่งแตกต่างจากโครงสร้างไฮบริดทั่วไปในไทยที่มักเป็นแบบเกียร์เดียวหรือแบบ Power Split โดยระบบดังกล่าวสามารถปรับโหมดการทำงานได้ 6 รูปแบบอัจฉริยะ อาทิ โหมด Series Mode สำหรับการขับขี่ในเมืองที่ความเร็ว 0-50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลักให้ความเงียบและประหยัด โหมด Power Gear สำหรับการขับขี่ที่ความเร็วมากกว่า 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และโหมด Economic Gear สำหรับการขับขี่ทางไกลบนมอเตอร์เวย์ที่ความเร็วมากกว่า 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเพื่อประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันสูงสุด

ระบบ DHT-HEV 2-Speed Direct Drive มีจุดเด่น 4 ด้าน

  1. ประสิทธิภาพด้านการจัดการพลังงานอัจฉริยะขั้นสูง: โมดูลขับเคลื่อนล้อหน้าทำงานร่วมกับเกียร์ DHT แบบ 2 จังหวะ ช่วยให้สามารถกระจายพลังงานจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสมในทุกสภาวะการขับขี่ พร้อมระบบ Intelligent Energy Management ที่ควบคุมสมดุลการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและพลังงานไฟฟ้าอย่างแม่นยำ เพื่อลดการสูญเสียพลังงานและเพิ่มความประหยัดในการใช้งานจริง อีกทั้งยังเสริมประสิทธิภาพด้วยระบบ Regenerative Energy Recovery ที่สามารถนำพลังงานจากช่วงชะลอความเร็วกลับมาเก็บและนำมาใช้ใหม่
  2. สมรรถนะการเร่งที่ตอบสนองฉับไว: ด้วยการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์ 1.5T และแบตเตอรี่ไฮบริดกำลังสูง พร้อมโครงสร้างระบบขับเคลื่อนแบบ Dual-Motor + 2-Gear Series-Parallel ที่ช่วยประสานแรงบิดระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องการพละกำลังสูง
  3. ระบบแบตเตอรี่ที่ออกแบบเพื่อความทนทาน: GWM ORA 5 HEV มีโครงสร้างป้องกันด้านล่างที่ช่วยปกป้องแบตเตอรี่จากแรงกระแทกใต้ท้องรถ การป้องกันน้ำในสภาพแวดล้อมการใช้งานที่หลากหลายระดับ IP68 และระบบระบายความร้อนด้วยระบบน้ำยาแอร์หรือ Liquid Cooling System นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังได้รับการพัฒนาให้มีความทนทานสูง เสื่อมสภาพช้า สามารถรองรับการใช้งานตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์
  4. ประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลใกล้เคียงรถ EV: ด้วยการทำงานประสานกันของมอเตอร์คู่ที่ช่วยควบคุมและส่งแรงบิดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงออกตัว การเร่งความเร็ว ไปจนถึงระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ พร้อมแรงบิดเสริมแบบเรียลไทม์ที่ช่วยให้การตอบสนองเป็นไปอย่างลื่นไหล ขณะเดียวกัน ระบบส่งกำลังยังได้รับการติดตั้งฉนวนและวัสดุป้องกันเสียงรบกวนหรือ NVH ช่วยลดระดับเสียงรบกวนได้ประมาณ 3-5 เดซิเบล

รุ่น HEV มาพร้อมอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.7 วินาที อัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน ECO Sticker อยู่ที่ 4.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือคิดเป็น 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร และสามารถเดินทางได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง จากถังน้ำมันเชื้อเพลิงความจุ 55 ลิตร

ORA 5 EV: ไฟฟ้าล้วน วิ่งไกล ชาร์จไว

GWM ORA 5 EV มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุด 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ความจุ 58.3 kWh รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 520 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC

ระบบชาร์จรองรับการชาร์จไฟแบบ DC สูงสุด 120 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 30-80% ได้ภายในเวลา 20 นาที และรองรับการชาร์จแบบ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบ Vehicle to Load หรือ V2L กำลังไฟ 6 กิโลวัตต์ ที่สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้

แบตเตอรี่ของรุ่น EV เป็นแบตเตอรี่เจเนอเรชันที่ 2 ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง สามารถทนความร้อนได้ถึง 1,300 องศาเซลเซียส

Coffee OS 3.0 และดีไซน์ภายใน

GWM เปิดตัว ORA 5 ครั้งแรกของโลกที่ไทย ชูขุมพลัง HEV–EV วิ่งไกล 1,000 กม.

GWM ORA 5 ทั้งรุ่น HEV และ EV ติดตั้งระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการใหม่ที่อยู่ในรถยนต์ระดับพรีเมียมของ GWM เท่านั้น ทำงานร่วมกับชิปประมวลผลรุ่นใหม่ที่ช่วยให้การใช้งานรวดเร็วและตอบสนองได้ฉับไว

ระบบความบันเทิงมาพร้อมหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย ระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และระบบนำทางอัจฉริยะออนไลน์ Petal Maps รุ่น Ultra ติดตั้งลำโพง Amor 9 ตำแหน่ง ขณะที่รุ่น Pro มาพร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง

ภายในห้องโดยสารมีพื้นที่เหนือศีรษะเพิ่มขึ้น 3 เซนติเมตร เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์คุณภาพสูงผ่านการทดสอบ 61 รายการจนได้รับใบรับรอง “Comfort Star” ระดับ A พร้อมระบบระบายอากาศที่เบาะสำหรับรุ่น Ultra เบาะหลังสามารถพับได้แบบ 60:40 เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน

หลังคากระจกพาโนรามิกซันรูฟขนาด 1.65 ตารางเมตรที่กันรังสี UV ได้ 99 เปอร์เซ็นต์ ช่องเก็บของภายใน 33 จุด ประกอบด้วยช่องเก็บความเย็นขนาด 3.2 ลิตร ช่องเก็บร่ม และช่องเก็บลิปสติก กระจกแต่งหน้าบานใหญ่ 8.8 นิ้ว พร้อมไฟ LED ทั้งฝั่งคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า แท่นชาร์จไร้สาย 50 วัตต์สำหรับรุ่น Ultra และไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร 64 สี ที่ปรับกะพริบตามจังหวะเพลงได้สำหรับรุ่น Ultra

อุปกรณ์ภายในอื่นๆ ประกอบด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันปรับได้ 4 ทิศทาง ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง กุญแจ Smart Key พร้อมระบบ Push Start หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว ช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและหลัง และกระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติสำหรับรุ่น Ultra

ระบบความปลอดภัย และ ADAS 18 ระบบ

GWM ORA 5 ติดตั้งระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบครัน อาทิ ระบบติดต่อฉุกเฉิน E-Call, ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลม, เข็มขัดนิรภัยพร้อมระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย, ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS), ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD), ระบบควบคุมการลื่นไถล (TCS), ระบบช่วยออกตัวบนทางชันและลงทางลาดชัน (HSA/HDC) และจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กแบบ ISOFIX

นอกจากนี้ยังมีระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อถึงความเร็วที่กำหนด, สัญญาณเตือนกะระยะ 4 จุด, ระบบตรวจจับแรงดันลมยาง (TPMS) และชุดปะยางฉุกเฉิน

ด้านเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ GWM ORA 5 ติดตั้งระบบ ADAS จำนวน 18 ระบบ

กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ทำงานร่วมกับระบบแสดงภาพใต้ท้องรถแบบโปร่งใส (Body Transparent) ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวรถได้อย่างชัดเจน ลดความเสี่ยงจากจุดอับสายตา

รุ่นย่อยและสีสัน

GWM ORA 5 แบ่งรุ่นย่อยเป็น Pro และ Ultra สำหรับทั้งรุ่น HEV และ EV รุ่น HEV มีสีภายนอกให้เลือก 3 สี ได้แก่ Onyx Black (สีดำ) Ivory White (สีขาว) และ Mountain Grey (สีเทา) ภายในเป็นสี Dark Grey (ดำ-เทา) โดยสี Mountain Grey ได้แรงบันดาลใจจากแร่ธาตุใต้ดิน มีประกายเรืองแสงแม้รถจะเปื้อนฝุ่น

รุ่น EV มีสีภายนอกให้เลือก 4 สี ได้แก่ Ivory White (สีขาว) Mountain Grey (สีเทา) Emerald Green (สีเขียว) และ So Blue (สีฟ้า) พร้อมดีไซน์หลังคาสีดำ ภายในมีให้เลือก 2 โทนสี ได้แก่ Brown Beige (น้ำตาล-เบจ) และ Dark Grey (ดำ-เทา) โดยสี Emerald Green ได้แรงบันดาลใจจากเม็ดสีแร่โบราณในประติมากรรมจีน และสี Ivory White สะท้อนวิถีชีวิตที่อบอุ่นและเรียบง่ายของประเทศไทย

รุ่น Ultra มีอุปกรณ์เพิ่มเติมจากรุ่น Pro อาทิ หลังคากระจกพาโนรามิกซันรูฟ ประตูท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบกันหนีบ กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า เบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ แท่นชาร์จไร้สาย 50 วัตต์ ระบบระบายอากาศที่เบาะ ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร 64 สี และลำโพง Amor 9 ตำแหน่ง

การควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน

GWM ORA 5 รองรับการเชื่อมต่อและควบคุมรถจากระยะไกลผ่านแอปพลิเคชัน GWM ผู้ใช้งานสามารถสตาร์ทและดับเครื่องยนต์สำหรับรุ่น HEV ล็อกและปลดล็อกรถ เปิด-ปิดระบบปรับอากาศและระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร เปิดโหมดไล่ฝ้า รวมถึงค้นหาตำแหน่งรถพร้อมไฟกระพริบและเสียงแตร

สำหรับรุ่น EV มีฟังก์ชันจองการชาร์จไฟล่วงหน้า ขณะที่รุ่น Ultra สามารถสั่งการเปิด-ปิดประตูท้ายและปิดกระจกข้างได้ผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมระบบตรวจสอบสถานะรถแบบเรียลไทม์

กลยุทธ์สู้ศึก SUV: ชูจุดขาย HEV เจเนอเรชันใหม่ ควบคู่ EV

กลยุทธ์สู้ศึก SUV: ชูจุดขาย HEV เจเนอเรชันใหม่ ควบคู่ EV สุดล้ำ

กลุ่มรถ SUV เป็นเซกเมนต์หลักของไทยครองสัดส่วนเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ของตลาดรวม โดยกลุ่ม SUV-B เติบโตต่อเนื่องจนมีสัดส่วนถึง 60 เปอร์เซ็นต์ของตลาด SUV ขณะที่สัดส่วนความนิยมรถ Hybrid และ EV รวมกันสูงกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของตลาด SUV โดยคนไทยนิยมรถ Hybrid เป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วยรถ EV

GWM ORA 5 HEV ถูกนำเสนอในฐานะรถ SUV Hybrid เจเนอเรชันใหม่ที่ออกแบบระบบไฮบริดทั้งหมดใหม่ โดดเด่นด้านการจัดการพลังงาน มอบพละกำลังที่ตอบสนองทันใจ แต่ยังคงความประหยัดและความทนทาน ขณะที่รุ่น EV ตอบโจทย์คนรักษ์โลกและชอบความล้ำสมัย

แคมเปญสำหรับลูกค้า ORA Good Cat

GWM จัดแคมเปญ “Good Cat Good Memory” เพื่อตอบแทนลูกค้า ORA Good Cat เดิม โดยให้เจ้าของรถ ORA Good Cat โพสต์บอกเล่าเรื่องราวความประทับใจที่มีต่อรถผ่านโซเชียลมีเดีย

รางวัลที่ 1 คือสิทธิ์นำรถ GWM ORA 5 ไปขับฟรีเป็นระยะเวลา 5 ปี รางวัลที่ 2 คือ iPhone 17 Pro Max มูลค่า 48,900 บาท และรางวัลที่ 3 คือกล้อง Insta360 X5 มูลค่า 18,900 บาท

แคมเปญดังกล่าวเปิดรับร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม ถึง 31 มีนาคม 2569 และประกาศผลผู้โชคดีในวันที่ 8 เมษายน 2569

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

The CrestHaus ชูความเท่าเทียม ดัน Women Leadership ไทยสู่เอเชีย

Bath & Bloom ทุ่ม 100 ล้านรีแบรนด์ใหญ่ ชู ‘กลิ่น’ กำหนดจังหวะชีวิต

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar