Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Haier เปิดแผนปี 2569 เมินสงครามราคาชูนวัตกรรม-ผนึกลิเวอร์พูล ย้ำผู้นำโลก

Haier เปิดแผนปี 2569 เมินสงครามราคาชูนวัตกรรม-ผนึกลิเวอร์พูล ย้ำผู้นำโลก

Haier ประกาศยุทธศาสตร์ปี 2569 มุ่งสร้าง “คุณค่า” ด้วยนวัตกรรม ผนึกกำลัง “ลิเวอร์พูล” ในงาน Haier Global Tour ตอกย้ำผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลก

ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อในประเทศที่ยังเปราะบาง อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า (Home Appliances) ถือเป็นดัชนีชี้วัดกำลังซื้อของผู้บริโภคที่สำคัญ ล่าสุด ไฮเออร์ (Haier) ผู้ครองตำแหน่งแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอันดับ 1 ของโลก (Global Number One Major Appliances Brand) ติดต่อกัน 17 ปีซ้อน ได้ประกาศจุดยืนทางธุรกิจที่ชัดเจน

ต่ง เจี้ยนผิง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดเผยถึงทิศทางตลาดและกลยุทธ์สำคัญที่จะนำพาองค์กรเดินหน้าในปี 2569 พร้อมเน้นย้ำวิสัยทัศน์การเป็นแบรนด์ระดับโลกที่แท้จริง

ฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจด้วยกลยุทธ์คุณค่าเหนือราคา

ปี 2568 ที่ผ่านมาเป็นปีที่อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วโลกและในประเทศไทยเผชิญกับความท้าทาย โดยภาพรวมตลาดมีการหดตัว (Decrease) ลงถึง 15% ปัจจัยหลักเกิดจากสภาพอากาศที่ไม่ร้อนจัดตามการคาดการณ์ ส่งผลกระทบต่อยอดขายสินค้ากลุ่มทำความเย็น โดยเฉพาะเครื่องปรับอากาศที่หลายแบรนด์ต้องเผชิญภาวะสินค้าค้างสต็อก อย่างไรก็ตาม ไฮเออร์ ประเทศไทย สามารถรักษาอัตราการเติบโต (Growth) ไว้ได้มากกว่า 10% และส่วนแบ่งทางการตลาด (Market Share) ขยับขึ้นจาก 10% สู่ 14%

สำหรับทิศทางในปี 2569 ผู้บริหารระดับสูงของไฮเออร์ประเมินว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยน่าจะอยู่ในภาวะทรงตัว (Flat) หรืออาจติดลบเล็กน้อย (Negative Growth) โดยมีปัจจัยกดดันทางเศรษฐกิจ 3 ประการหลัก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่คาดว่าจะเติบโตเพียงระดับ 1% กว่า ๆ หนี้ครัวเรือน (Household Debt) ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการจับจ่าย และความอิ่มตัวของตลาด (Market Saturation) เนื่องจากครัวเรือนส่วนใหญ่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าพื้นฐานครบครัน

แม้ปัจจัยภายนอกจะไม่เอื้ออำนวย แต่บริษัทจะยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง โดยประกาศจุดยืนที่จะไม่ลงแข่งขันในสงครามราคา แม้จะเห็นหลายแบรนด์ใช้กลยุทธ์ดังกล่าวเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดในระยะสั้น แต่ไฮเออร์จะให้ความสำคัญกับคุณค่าของผลิตภัณฑ์และคุณภาพเป็นตัวนำ โดยชูจุดแข็งของการเป็นเจ้าของแบรนด์ชั้นนำในตลาดสำคัญทั่วโลก อาทิ GE Appliances (GEA) ในสหรัฐอเมริกา, Fisher & Paykel ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์, Candy ในยุโรป และ AQUA ในญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนความเป็นแบรนด์ระดับโลกที่แท้จริง (Real Number One Brand in the World) ไม่ใช่เพียงแบรนด์จากจีน

เปิดวิสัยทัศน์เบอร์ 1 ของโลก: จาก “More Creation” สู่ “More Possibilities”

หวัง น่า ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารแบรนด์ตลาดต่างประเทศ บริษัท ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม จำกัด กล่าวว่า ไฮเออร์ กรุ๊ป (Haier Group) ก่อตั้งขึ้นในปี 1984 และดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา “More Creation, More Possibilities” มุ่งมั่นเป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation Solutions)

ความสำเร็จเชิงประจักษ์ของไฮเออร์ในเวทีโลก ได้รับการยืนยันผ่านสถิติ และการจัดอันดับจากองค์กรชั้นนำมากมาย ได้แก่

  • Global Number One: ได้รับการรับรองให้เป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอันดับ 1 ของโลก (Global Number One Major Appliances Brand) ติดต่อกันยาวนานถึง 17 ปี (ประกาศล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มกราคม)
  • Fortune Global 500: บริษัท ไฮเออร์ สมาร์ท โฮม (Haier Smart Home) ได้รับการจัดอันดับอยู่ในลิสต์ Fortune Global 500 ติดต่อกันถึง 8 ปี
  • IoT Ecosystem Brand: เป็นแบรนด์เดียวในโลกที่ติดอันดับ Top 100 แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในกลุ่มระบบนิเวศไอโอที (IoT Ecosystem Brand) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2
  • Most International Brand: ได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 500 แบรนด์ที่มีความเป็นสากลที่สุดในโลก (World’s 500 Most International Brands) โดย World Brand Lab ติดต่อกันถึง 22 ปี
  • Digital Leadership: มีบริษัทดิจิทัลในเครือกว่า 8 แห่ง โดย Haier Smart Home รั้งอันดับที่ 31 ในกลุ่มบริษัทดิจิทัลของจีน

ในด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก ไฮเออร์มีความแข็งแกร่งด้วยเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Centers) 10 แห่ง, นิคมอุตสาหกรรม (Industrial Parks) 65 แห่ง และศูนย์การผลิต (Manufacturing Centers) 163 แห่ง ให้บริการครอบคลุมกว่า 1 พันล้านครัวเรือนในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก

สำหรับตลาดประเทศไทย ไฮเออร์เริ่มต้นเข้ามาทำตลาดตั้งแต่ปี 2002 โดยยึดมั่นในกลยุทธ์ “ความเป็นสากลสู่ท้องถิ่น” (Globalization through Localization) พัฒนาสินค้าและบริการที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยโดยเฉพาะ จนสามารถก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (White Goods) ในประเทศไทย และได้ขยายฐานแฟนคลับผ่าน “Haier Fans Club” รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมกีฬาระดับประเทศอย่างการแข่งขันแบดมินตัน Thailand Open 2025 และ Thailand Masters

“ไฮเออร์มุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนผ่านจากแบรนด์ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า สู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก (Global Lifestyle Brand) และผู้นำด้านโซลูชันเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นและการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation Solutions) ภายใต้ปรัชญา “More Creation, More Possibilities” โดยมีเครือข่ายศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Centers) 10 แห่ง และศูนย์การผลิต 163 แห่งทั่วโลก เป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อผู้บริโภค”

เจาะลึกนวัตกรรมแก้ปัญหาผู้บริโภค: จากแอร์สั่งงานด้วยเสียง สู่เครื่องซักผ้า 3 ถัง

กุญแจสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่ม คือการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาการใช้งานจริง (Pain Point) ของผู้บริโภค ตัวอย่างเช่น เครื่องปรับอากาศ AI Voice Control ที่อนุญาตให้ผู้ใช้สั่งการปิดเครื่องด้วยเสียงได้ทันที แก้ปัญหาการหารีโมตคอนโทรลไม่เจอในเวลากลางคืน และล่าสุดกับการเปิดตัว เครื่องซักผ้า 3 ถัง (3-Drum Washing Machine) ซึ่งออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาความกังวลเรื่องสีตกเมื่อซักผ้าสีรวมกับผ้าขาว (Color Bleeding) และสุขอนามัยในการซักถุงเท้ารวมกับเสื้อผ้าปกติ หรือเสื้อผ้าเด็ก

ธราธร มุกดาอาพัทธ์กุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องซักผ้า บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นวัตกรรมนี้ใช้การแบ่งโซนการซัก (Kingdom Zoning) ที่ประกอบด้วยถังซักหลัก (Main Drum) ขนาด 12 กิโลกรัม ที่มีความกว้างปากถังถึง 525 มิลลิเมตร (mm) ช่วยให้ใส่ผ้าได้ง่าย และถังซักรอง (Sub Drums) ขนาด 1 กิโลกรัม จำนวน 2 ถัง ปากถังกว้าง 216 มิลลิเมตร (mm) สำหรับแยกซักผ้าเฉพาะทาง พร้อมเทคโนโลยีการทำความสะอาด (Essence Wash) ที่ฉีดน้ำผสมฟองละเอียดเข้าสู่เนื้อผ้า และระบบสเปรย์คู่ (Duo Spray) เพื่อชำระล้างคราบสกปรกบริเวณขอบยาง

นอกจากนี้ ยังเน้นเรื่องสุขอนามัยขั้นสูงด้วยเทคโนโลยียับยั้งแบคทีเรีย (ABT – Anti-Bacterial Technology) บริเวณขอบยางประตูและถาดใส่น้ำยาที่ยับยั้งแบคทีเรียได้ถึง 99% รวมถึงระบบการฆ่าเชื้อด้วยรังสียูวี (UV Sterilization) และโปรแกรมล้างถังซักด้วยน้ำร้อนอุณหภูมิสูงถึง 95 องศาเซลเซียส ทั้งหมดนี้ทำงานภายใต้ระบบอัจฉริยะ (AI Smart Features) ที่ช่วยควบคุมสมดุลของการหมุนเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน (Vibration) และฟังก์ชันการซักด่วน (Quick Wash Together) ที่สั่งการให้ทั้ง 3 ถังทำงานพร้อมกัน ช่วยประหยัดเวลาได้กว่าเท่าตัว

ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยรางวัลระดับโลกและพันธมิตร “ลิเวอร์พูล”

ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยรางวัลระดับโลกและพันธมิตร “ลิเวอร์พูล”

นอกเหนือจากการพัฒนานวัตกรรม ไฮเออร์ยังเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นในเวทีโลก โดยได้รับการจัดอันดับอยู่ในทำเนียบ Fortune Global 500 ติดต่อกันถึง 8 ปี และเป็นแบรนด์เดียวในโลกที่ติดอันดับ Top 100 แบรนด์ที่มีมูลค่าสูงสุดในกลุ่มระบบนิเวศไอโอที (IoT Ecosystem Brand) ติดต่อกันเป็นปีที่ 2 รวมถึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 500 แบรนด์ที่มีความเป็นสากลที่สุดในโลก (World’s 500 Most International Brands) ติดต่อกันถึง 22 ปี

ในส่วนของกลยุทธ์สปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง (Sport Marketing) ไฮเออร์ได้จัดงาน Haier Global Tour ภายใต้แนวคิด Champion Your Haier Life โดย ปีเตอร์ แฮร์รอด ผู้อำนวยการฝ่ายขายพันธมิตรระดับโลก (Director Global Partnership Sales) สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล (Liverpool Football Club) มาร่วมยืนยันความสำเร็จของพันธมิตร  ความร่วมมือกับไฮเออร์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา และประสบความสำเร็จอย่างสูงในแง่การสร้างการรับรู้  โดยระบุว่าการเปิดตัวพันธมิตรในสหราชอาณาจักรมียอดการเข้าถึง (Impressions) สูงถึง 7.2 ล้านครั้ง และช่วยสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ในกลุ่มแฟนบอลเพิ่มขึ้นถึง 87% ซึ่งถือเป็นสถิติที่น่าสนใจสำหรับการขยายฐานแฟนคลับในประเทศไทยที่เป็นฐานแฟนคลับลิเวอร์พูลที่ใหญ่ที่สุดในพรีเมียร์ลีก

มีการจัดกิจกรรมร่วมกันทั่วโลก ทั้งงาน IFA ที่เยอรมนีซึ่งได้รับเกียรติจาก ไมเคิล โอเวน (Michael Owen) รวมถึงกิจกรรมในมาเลเซีย ซาอุดีอาระเบีย และไทย โดยเตรียมจะมีการเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา (TV Commercial) ตัวใหม่ในเร็ว ๆ นี้

งาน “Haier Global Tour” ครั้งนี้ จึงถือเป็นการประกาศความพร้อมของไฮเออร์ในการนำเสนอนวัตกรรมและกิจกรรมระดับโลกสู่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างเต็มรูปแบบ ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์และกิจกรรม “Champion Your Haier Life” ได้ที่ลาน Square B ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ตั้งแต่วันนี้ – 1 กุมภาพันธ์นี้

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

NT กางแผนสู้ศึกปี 2569: เดิมพัน Data & Space Economy กู้วิกฤติขาดทุน

บลูบิคเผยยุทธศาสตร์ปี 2569 ชู AI ดันรายได้ทุบสถิติ-เตรียมส่งบริษัทลูกเข้าตลาด

Gulf Edge ผนึก Google Cloud รุกตลาด Sovereign–Agentic AI

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar