Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

KAMU KAMU กางแผน 3 ปี ปักธงรายได้พันล้าน ชู ‘ชา’ เป็นแกนหลักรุกตลาด Gen Z

KAMU KAMU กางแผน 3 ปี ปักธงรายได้พันล้าน ชู 'ชา' เป็นแกนหลักรุกตลาด Gen Z

ย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีก่อน บนพื้นที่ขนาดเล็กเพียง 4 ตารางเมตร ณ อาคารอินเตอร์เชนจ์ อโศก คือจุดเริ่มต้นของ KAMU KAMU แบรนด์เครื่องดื่มที่ต้องเผชิญกับอุปสรรคตั้งแต่ก้าวแรก ไม่ว่าจะเป็นการตอบคำถามผู้บริโภคที่เข้าใจผิดว่าแบรนด์ขาย “ข้าวขาหมู” หรือความท้าทายในการให้ความรู้แก่ลูกค้าเรื่องตะกอนชาในมัทฉะแท้ซึ่งเป็นมาตรฐานของคุณภาพ จากวันนั้นถึงวันนี้ แบรนด์เครื่องดื่มสัญชาติไทยได้พิสูจน์ศักยภาพผ่านทิศทางธุรกิจใหม่ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 15 โดยเผยผลการดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2569 ที่มียอดขายเติบโตถึง 30% ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายและการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดเครื่องดื่ม 

เป้าหมายพันล้านบนยุทธศาสตร์ขยายสาขา 300 แห่ง

การเติบโตตลอด 15 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ KAMU KAMU ขยายเครือข่ายสู่สาขากว่า 200 แห่ง ทั้งในประเทศไทย สปป.ลาว และกัมพูชา แบรนด์ได้ประกาศจุดยืนในการก้าวสู่ทศวรรษที่สองด้วยเป้าหมายสร้างรายได้ 1,000 ล้านบาท ภายในปี 2572 ผ่านกลยุทธ์การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องสู่ 300 แห่ง โดยเน้นรูปแบบร้านที่มีความคล่องตัว ขนาดเฉลี่ยราว 23 ตารางเมตร เพื่อรองรับทำเลที่หลากหลาย ขณะเดียวกันบริษัทยังคงรักษาสัดส่วนสาขาที่บริหารเองไว้ที่ 150 แห่ง เพื่อเป็นรากฐานในการควบคุมคุณภาพและนำร่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ก่อนส่งต่อสู่ระบบแฟรนไชส์ 

ทินกฤต สินทัตตโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คามุ คามุ จำกัด กล่าวว่า “ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกสะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ยังสามารถรักษาการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น เราเชื่อว่าปัจจัยสำคัญมาจากทั้งการยกระดับแบรนด์ ความเข้าใจผู้บริโภคไทย และการนำเสนอเครื่องดื่มที่ตอบโจทย์ทั้งรสชาติ ประสบการณ์ และราคาที่เข้าถึงได้” 

ยกระดับ “ชา” สู่แกนหลักและนวัตกรรมผลิตภัณฑ์

โครงสร้างรายได้ของแบรนด์สะท้อนบทบาทสำคัญของ “ชา” ในฐานะแกนหลักของธุรกิจ แม้กลุ่มชานมไข่มุกจะยังครองส่วนแบ่งยอดขายหลักที่ 60% แต่กลุ่มเครื่องดื่มชา เช่น ชาไทย มัตจะ และชาดอกไม้ กลับมีอัตราการเติบโตสูงถึง 40% ในไตรมาสแรก ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของหมวดเครื่องดื่มโดยรวมของแบรนด์ที่ 10% สะท้อนให้เห็นว่าชาไม่ได้เป็นเพียงรากฐาน แต่คือโอกาสสำคัญในการต่อยอดพอร์ตสินค้าในระยะยาว 

“การก้าวเข้าสู่ปีที่ 15 ไม่ใช่เพียงการเฉลิมฉลองความสำเร็จที่ผ่านมา แต่เป็นการประกาศจุดยืนในการยกระดับแบรนด์อย่างจริงจัง โดยมี ‘ชา’ เป็นแกนหลักของการเติบโต ผ่านการพัฒนาคุณภาพ ผลิตภัณฑ์ และประสบการณ์ผู้บริโภคในทุกมิติ” นายทินกฤต กล่าว 

กลยุทธ์สำคัญเพื่อรักษาความสดใหม่ของแบรนด์คือการเปิดตัวเมนูใหม่เฉลี่ยทุก 2 เดือน เช่น เมนู “Oolong Peach” ที่เน้นการผสมผสานชาอู่หลงกับความหวานสดชื่นของพีช ซึ่งส่งผลให้ยอดการใช้จ่ายต่อบิลของลูกค้าเพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 70 บาท เป็น 80 บาท ตอกย้ำภาพลักษณ์เครื่องดื่มคุณภาพที่เข้าถึงได้และเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ประจำวัน 

กลยุทธ์มัดใจคนรุ่นใหม่-รุกตลาดด้วยซับแบรนด์

KAMU KAMU กางแผน 3 ปี ปักธงรายได้พันล้าน ชู 'ชา' เป็นแกนหลักรุกตลาด Gen Z

จากฐานข้อมูลลูกค้าพบว่า กลุ่มวัยทำงานและคนรุ่นใหม่มีสัดส่วนรวมกันกว่า 80% ของฐานลูกค้าทั้งหมด แบรนด์จึงได้สร้างเอกลักษณ์ผ่าน “Kamu & Friends” คาแรกเตอร์ทั้ง 6 ตัว เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมผ่านบรรจุภัณฑ์และสินค้า Merchandise ควบคู่กับการสื่อสารบนช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok ผ่านกลยุทธ์ “No Brief” ที่ให้อิสระแก่ KOL และ KOC ในการรีวิวจากความรู้สึกจริงจนมียอดวิวกว่า 14 ล้านวิว 

สุดารัตน์ มหัทธนเมธานนท์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท คามุ คามุ จำกัด กล่าวว่า “เราเตรียมเปิดตัวซับแบรนด์ใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 3 หรือ 4 ของปีนี้ โดยจะพุ่งเป้าไปที่กลุ่ม Gen Z เป็นหลัก คาแรกเตอร์ของแบรนด์ใหม่จะเน้นความสนุกสนานและความเท่ เพื่อลดความสับสนของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์คามุซึ่งมีภาพลักษณ์เป็นร้านชา”

มาตรฐานความสดใหม่หน้าร้าน

ในภาวะที่ต้นทุนวัตถุดิบมีความผันผวน แบรนด์เลือกที่จะบริหารจัดการภายในและยังไม่มีการปรับขึ้นราคาในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปีนี้ โดยยังคงยึดมั่นในแนวคิด “Affordable Indulgence” หรือความสุขเล็ก ๆ ที่เข้าถึงได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งจุดแข็งสำคัญคือการทำสดใหม่หน้าร้านในทุกสาขา ตั้งแต่การต้มใบชาสดใหม่ทุกวัน ไปจนถึงการกวน “วาราบิโมจิ” สด ๆ ทุกเช้าโดยไม่ใช้การรับจ้างผลิต กระบวนการเหล่านี้ส่งผลให้ยอดขายสาขาเดิมเติบโตถึง 24% และรักษาอัตราข้อร้องเรียนไว้ได้ต่ำเพียง 0.001% 

คุณทินกฤตกล่าวว่า “แม้ผู้บริโภคจะระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น แต่เครื่องดื่มไม่ใช่เพียงสินค้าเพื่อดับกระหาย แต่เป็นโมเมนต์ของการพักและสร้างความสุขระหว่างวัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่แบรนด์ให้ความสำคัญมาโดยตลอด” 

วิสัยทัศน์ศูนย์กลางนวัตกรรมชาในระดับสากล

ก้าวต่อไปของ KAMU KAMU ภายใต้แนวคิด “Station of Happiness” คือการตอกย้ำศักยภาพของแบรนด์ไทยในการมุ่งสู่ระดับสากล แบรนด์ไม่ได้มองเพียงแค่ความต้องการด้านรสชาติ แต่ให้ความสำคัญกับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและโอกาสในการบริโภคที่เปลี่ยนไป 

ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้นำด้าน “Chewable Tea Place” แบรนด์พร้อมมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่านการวิจัยและนวัตกรรม รวมถึงการผลักดันประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางของชาผ่านการสนับสนุนผลผลิตในประเทศ เพื่อส่งมอบรสชาติแห่งความสุขให้แก่ผู้คนทั่วโลกอย่างยั่งยืน

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

บราเดอร์คว้า ‘อิ้งค์ วรันธร’ พลิกโฉมแบรนด์สู่ไลฟ์สไตล์ ชู AI ดูแลหัวพิมพ์ ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่

ThaiLLM: รากฐาน AI สัญชาติไทย สู่อธิปไตยดิจิทัลที่ยั่งยืน

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar