ในยุคที่นิยามของคำว่า “สุขภาพดี” ไม่ได้หมายถึงเพียงการไร้โรค แต่คือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดในการดำเนินชีวิต พฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยได้ก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญจากการรักษาเมื่อยามเจ็บป่วย สู่การสร้างภูมิคุ้มกันเชิงรุกแบบองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งร่างกายและจิตใจ
ข้อมูลจากเวทีเสวนา KTC FIT Talk 23: “สุขภาพในยุคที่ค่ารักษาแพงขึ้นแต่การป้องกันยังคุ้มค่าเสมอ” ให้ภาพการเติบโตของเศรษฐกิจสุขภาพ (Wellness Economy) ที่กลายเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยมียอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดสุขภาพและความงามพุ่งสูงขึ้นถึง 81% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด สะท้อนให้เห็นว่าในวันที่ค่าครองชีพและค่ารักษาพยาบาลปรับตัวสูงขึ้น การลงทุนใน “การป้องกัน” กลายเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุดสำหรับการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
สุขภาพไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่คือทรัพย์สิน
สิรีรัตน์ คอวนิช ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือบริษัทบัตรกรุงไทยจำกัด (มหาชน) เผยข้อมูลที่น่าสนใจจากการใช้จ่ายของสมาชิกว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา ยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในหมวดสุขภาพและความงาม (Wellness, Beauty & Hospital) มียอดรวมสูงถึง 27,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นหมวดการใช้จ่ายที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 5 ของพอร์ตเคทีซี ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคไทยให้ความสำคัญกับสุขภาพเหนือกว่าความกังวลด้านเศรษฐกิจ
การใช้จ่ายในหมวดโรงพยาบาล ความงามและฟิตเนสเติบโตขึ้นถึง 81% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิดในปี 2562 นอกจากนี้ กลุ่มที่น่าจับตามองคือกลุ่ม Gen Z และกลุ่มเริ่มทำงาน (อายุ 20-29 ปี) ที่มียอดใช้จ่ายด้านสุขภาพเติบโตสูงที่สุดเกือบ 40% ซึ่งแสดงให้เห็นว่ากลุ่ม First Jobber เริ่มลงทุนในสุขภาพเร็วขึ้น ในขณะที่กลุ่มวัยทำงานยังคงให้ความสำคัญกับความมั่นใจและรูปลักษณ์ ส่วนกลุ่มผู้สูงวัยจะมีสัดส่วนการใช้จ่ายในหมวดโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นตามลำดับ
ข้อมูลเชิงลึกระบุว่า หมวดฟิตเนสมีการเติบโตที่โดดเด่นที่สุด โดยมียอดเติบโตเฉลี่ย 20% ต่อเนื่องมาตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสถิติที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับสภาวะเศรษฐกิจที่มีปัจจัยลบทั้งราคาน้ำมันและความไม่แน่นอนทางการเมือง
เคทีซีตั้งเป้ายอดการใช้จ่ายในหมวด Wellness สำหรับปี 2569 นี้ว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% แม้จะเห็นสัญญาณการชะลอตัวในหมวดโรงพยาบาลจากการเข้ารักษาโรคทั่วไป แต่เคทีซีเชื่อมั่นว่าหมวดความงาม ฟิตเนส และการตรวจสุขภาพเชิงป้องกันจะยังคงเป็นหัวหอกสำคัญที่ผลักดันการเติบโต
เคทีซีสร้าง Ecosystem สุขภาพครบวงจร
จากข้อมูลดังกล่าว เคทีซีจึงปรับบทบาทจากการเป็นเพียงผู้มอบส่วนลดค่ารักษาพยาบาลมาเป็นการสร้างระบบนิเวศสุขภาพภายใต้แนวคิด “KTC Wellness: The Journey to Well-being” โดยผนึกกำลังกับพันธมิตรด้านสุขภาพกว่า 5,700 แห่งทั่วประเทศเพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพของผู้บริโภคทุกเจเนอเรชัน
“ในฐานะนักการตลาด เรามองเห็นว่าสุขภาพไม่ใช่เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่คือการดูแลแบบองค์รวม หากเราออกกำลังกายอย่างเดียวแต่ไม่ดูแลอาหาร หรือขาดการพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมไม่คุ้มค่า การลงทุนในสุขภาพจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด และที่สำคัญคือไม่มีใครสามารถทำแทนกันได้” คุณสิรีรัตน์กล่าว
การขับเคลื่อน Wellness Ecosystem ของเคทีซีครอบคลุมตั้งแต่การสร้าง Wellness Hub ที่ดูแลสมาชิกในทุกช่วงเวลาของชีวิต ตั้งแต่โรงพยาบาล คลินิกความงาม ฟิตเนส สตูดิโอพิลาทิส อาหารสุขภาพ ไปจนถึงอุปกรณ์ติดตามสุขภาพ และการร่วมมือกับแพลตฟอร์มอย่าง HD Mall หรือ Gowabi เพื่อมอบสิทธิประโยชน์ที่คุ้มค่าที่สุด
นอกจากนี้ยังมีการสร้างคอมมูนิตี้ผ่าน KTC Sport ที่มีสมาชิกกว่า 10,000 คนเพื่อส่งเสริมการสร้างวินัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งวางแผนรองรับสังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบด้วยบริการเฉพาะด้าน เช่น รถรับส่งผู้สูงอายุ อาหารเพื่อสุขภาพเฉพาะบุคคล และการดูแลผู้สูงอายุถึงที่บ้าน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของทั้งผู้สูงอายุและกลุ่มลูกหลานในปัจจุบัน
แพทย์เตือน ป้องกันภาวะเสียชีวิตเฉียบพลัน
ทางด้านการแพทย์เชิงป้องกัน แพทย์หญิงปิยนาฏ ปรียานนท์ อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือดผู้ชำนาญการด้านการสวนหัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาล MedPark ได้ให้คำเตือนว่าปัจจุบันคนอายุน้อยในช่วง 25-35 ปีเริ่มเป็นโรคเรื้อรังเร็วขึ้นจากปัจจัยสิ่งแวดล้อมและพฤติกรรม โดยเฉพาะภาวะการเสียชีวิตเฉียบพลันหรือ Sudden Death ที่มักเกิดขึ้นกับผู้ที่ดูแข็งแรงแต่มีโรคหัวใจซ่อนอยู่
คุณหมอปิยนาฏได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบสุขภาพว่า “ต้นทุนที่ใช้ในการป้องกันนั้นต่ำกว่าการรักษาอย่างแน่นอน ที่ผ่านมาเราใช้ทรัพยากรมหาศาลไปกับการรักษาในระยะที่โรคลุกลามแล้ว ซึ่งบ่อยครั้งแม้จะใช้เงินจำนวนมากเพียงใดก็อาจไม่สามารถซื้อชีวิตกลับคืนมาได้ การตรวจพบความเสียมตั้งแต่วันที่ร่างกายยังดูปกติจึงเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด”
ดังนั้นการตรวจสุขภาพเชิงลึก เช่น คลื่นไฟฟ้าหัวใจหรืออัลตราซาวด์หัวใจ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายหนักเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่มองไม่เห็น
พิลาทิส: พื้นฐานสำคัญเพื่อร่างกายที่ยั่งยืน

สำหรับการปรับโครงสร้างร่างกาย ธัญวษกาน วัตธามกุล (ครูแก้ว) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Kaew Pilates Studio ชี้ให้เห็นว่าพิลาทิสได้กลายเป็นไลฟ์สไตล์สำคัญที่ช่วยสร้างความแข็งแรงจากแกนกลางลำตัวและซัพพอร์ตทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน
“พิลาทิสเปรียบเสมือนพื้นฐานสำคัญที่ช่วยซัพพอร์ตทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เมื่อแกนกลางลำตัวแข็งแรง เราจะสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การเริ่มดูแลตัวเองก่อนเกิดการบาดเจ็บย่อมดีกว่า เพราะหากบาดเจ็บไปแล้ว เราไม่สามารถต่อรองกับการรักษาในอนาคตได้เลย”
พิลาทิสยังช่วยให้ผู้สูงอายุวัย 70-90 ปีสามารถเดินและทรงตัวได้มั่นคงโดยไม่ต้องพึ่งพาไม้เท้า สำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดสามารถเริ่มต้นได้ง่าย ๆ ที่บ้านผ่าน YouTube เพียงวันละ 5-20 นาที แต่ควรพิจารณาลงทุนกับอุปกรณ์ที่ส่งผลต่อสรีระโดยตรง เช่น หมอนที่รองรับการนอนหรือรองเท้าสุขภาพเพื่อป้องกันปัญหาปวดหลังและเข่าในระยะยาว
การฟื้นฟูร่างกาย
ในส่วนของการฟื้นฟูร่างกาย นพมน สามารถ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ออนเซ็นรีทรีต แอนด์ สปากรุ๊ป จำกัด (มหาชน) Yunomori Onsen ได้ปรับมุมมองว่าออนเซ็นไม่ใช่เพียงเรื่องของความหรูหราแต่คือความจำเป็นในการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ
“การพักผ่อนที่แท้จริงคือการฟื้นฟู (Recovery) เพื่อให้ร่างกายกลับมามีศักยภาพในการทำงานอีกครั้ง ลูกค้าในปัจจุบันไม่ได้ถามหาเพียงความคุ้มค่าด้านราคา แต่ถามหาผลลัพธ์ว่าบริการจะช่วยให้การนอนดีขึ้นหรือฟื้นฟูกล้ามเนื้อได้จริงไหม เพราะการมีสุขภาพดีคือการสร้างภูมิคุ้มกันและความมั่นใจในการดำเนินชีวิต”
การแช่ออนเซ็นช่วยส่งเสริมการนอนหลับที่มีคุณภาพซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานในวันถัดไป ทั้งนี้ การพักผ่อนที่แท้จริงยังรวมถึงการมีวินัยในการวางโทรศัพท์ และหลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าก่อนนอน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของการฟื้นฟูร่างกายที่ทุกคนสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
กู้ชีพกฎหมายอากาศสะอาด เดิมพัน ‘สิทธิในการหายใจ’ ของคนเมือง
ฝุ่นเชียงใหม่ใหญ่กว่า ‘ห้องปลอดฝุ่น’: ดร.พันธุ์อาจ จี้ อว. งัด Deep Tech แก้ปมคน-ป่า
ขับเคลื่อน Health Span ด้วยเทคโนโลยีและการป้องกัน



