มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมขับเคลื่อน Bangkok Climate Action Week 2026 (BKKCAW 2026) ด้วยการจัดกิจกรรมด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน ระหว่างวันที่ 3–11 ตุลาคม 2569 ครอบคลุมการจัดการขยะ ความหลากหลายทางชีวภาพ พื้นที่สีเขียวในเมือง และการใช้ทรัพยากรอย่างหมุนเวียน เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างสภาพภูมิอากาศ เมือง การทำงาน และการใช้ชีวิต พร้อมสนับสนุนคาร์บอนเครดิตภาคป่าไม้จากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกส่วนที่เหลือจากการจัดงาน มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero
มูลนิธิฯ ได้จัดกิจกรรม “ขยะไปต่อ: ไม่มีขยะสู่บ่อฝังกลบเกิดขึ้นได้จริง” ประกอบด้วยเวิร์กช็อปและเสวนาถ่ายทอดองค์ความรู้การจัดการขยะอย่างครบวงจร โดยเชื่อมโยงแนวทางของกรุงเทพมหานครกับบทเรียนจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ตั้งแต่การลดและจัดการ ณ ต้นทาง การเก็บรวบรวม ไปจนถึงการส่งต่อปลายทาง โ
ภาพพิมพ์ พิมมะรัตน์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า การลดขยะสู่บ่อฝังกลบต้องเริ่มจากการทำให้ระบบต้นทาง กลางทาง และปลายทางเชื่อมต่อกันอย่างจริงจัง กทม. ให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับประชาชน ชุมชน อาคารสำนักงาน และผู้ประกอบการ เพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน และสร้างความมั่นใจว่าเมื่อคัดแยกแล้วขยะจะไม่ถูกนำไปเทรวม
“กรุงเทพมหานครมุ่งมั่นเดินหน้าโครงการ Bangkok Reduce – Bangkok Reuse ซึ่งตั้งเป้าลดขยะพลาสติก 100 ล้านชิ้น ผ่านการลดใช้บรรจุภัณฑ์ใช้แล้วทิ้ง ส่งเสริมการใช้ซ้ำ และผลักดันมาตรการจัดงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” ภาพพิมพ์ กล่าว
ด้าน ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี ผู้อำนวยการด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ถ่ายทอดประสบการณ์จากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ซึ่งดำเนินงานโดยไม่มีขยะไปสู่บ่อฝังกลบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2561 โดยเริ่มจากการสำรวจชนิด ปริมาณ และแหล่งกำเนิด ก่อนนำข้อมูลมาวางระบบ กำหนดผู้รับผิดชอบ และเชื่อมต่อปลายทาง ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับอาคารสำนักงานในกรุงเทพฯ ที่มีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย
ดร.ธนพงศ์ ยกตัวอย่าง WHA Tower ชั้น 20–25 เป็นกรณีศึกษาจากการดำเนินงาน 8 เดือน (มกราคม–สิงหาคม 2569) ที่มูลนิธิฯ ได้เข้าวางระบบรองรับขยะ 4 กลุ่ม ได้แก่ ขยะย่อยสลายได้ ขยะรีไซเคิล ขยะพลังงาน RDF และขยะอันตราย ผลการดำเนินงานพบว่าไม่มีขยะจากพื้นที่โครงการถูกส่งไปยังบ่อฝังกลบ อัตราการรีไซเคิลเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 66.96 (สูงกว่าเป้าหมายร้อยละ 50) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 7.7 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
ภายในงานยังจัดเวิร์กช็อปฝึกจำแนกขยะ 6 ประเภท ได้แก่ วัสดุรีไซเคิล ขยะย่อยสลายได้ ขยะเปื้อน ขยะพลังงาน RDF ขยะจากห้องน้ำ และขยะอันตราย เพื่อให้ผู้เข้าร่วมนำไปจัดทำแผนการจัดการขยะที่เหมาะสมกับองค์กรของตน
ขยายผลสู่พื้นที่สีเขียวในเมืองและอุตสาหกรรมแฟชั่น
นอกจากประเด็นการจัดการขยะ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ยังได้จัดกิจกรรมเชื่อมโยงความยั่งยืนในมิติอื่น ได้แก่:
- Microforests in the City: กิจกรรมเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการออกแบบและวัดผลป่าขนาดเล็กในเมือง ผ่านกรณีศึกษา CDL MicroForest ประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก National University of Singapore (NUS), City Developments Limited (CDL) และ Wewilding พร้อมเปิดเวิร์กช็อปออกแบบป่าขนาดเล็กบนพื้นที่จำลอง 500 ตารางเมตรในกรุงเทพฯ
- Every Shade of Fashion: เวทีสนทนาด้านแฟชั่นหมุนเวียน นำโดย กมลนาถ องค์วรรณดี จากแบรนด์ DOITUNG EVERYDAY ร่วมกับ อมรพล หวานันท์ ซีอีโอ Moreloop และ Cavina Willson ผู้แทน Sustainable Fashion Week UK ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแฟชั่นให้ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดวัสดุเหลือทิ้ง
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
Water Heroes ถอดบทเรียน 4 ชุมชน จัดการน้ำจากต้นน้ำถึงปลายน้ำ



