HER HYNESS แบรนด์คลีนบิวตี้สัญชาติไทย เปิดตัว Marshmallow Sunscreen กันแดดรุ่นใหม่ 2 สูตร ภายใต้แนวคิด “ดีพอและพอดีสำหรับ Young Skin” เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคอายุน้อยซึ่งเป็นกำลังสำคัญของตลาด หลังจากพบว่าดัชนีรังสี UV ในไทยมีแนวโน้มพุ่งสูงถึงระดับ “Extreme” ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) และข้อมูลจาก Euromonitor ปี 2568 ระบุว่าตลาด Sun Care ในไทยมีมูลค่า 6,560 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตเป็นมากกว่า 8,400 ล้านบาทภายในปี 2572 โดยแรงขับเคลื่อนส่วนหนึ่งมาจากผู้บริโภคที่เริ่มดูแลผิวตั้งแต่อายุน้อยลง
การพัฒนาผลิตภัณฑ์ครั้งนี้ HER HYNESS ถอดรหัสพฤติกรรมจาก 4 อินไซต์ของกลุ่ม Young Generation ตั้งแต่สภาพอากาศที่ร้อนขึ้น กระแสความงามบนโซเชียลมีเดียที่คนรุ่นใหม่ต้องการผิวที่ดูสว่าง เนียน เหมือนผ่านฟิลเตอร์ในชีวิตจริง ไปจนถึงพฤติกรรมการเข้าถึงหัตถการความงามเร็วขึ้น และการเลือกซื้อแบรนด์ที่สะท้อนคุณค่าส่วนตัว ขณะเดียวกันแบรนด์ยังยกระดับมาตรฐานการทดสอบด้วยการใช้หุ่นยนต์ตามมาตรฐาน ISO 23675 เป็นแบรนด์ไทยรายแรก หลังลงทุนส่งทดสอบกว่า 40 ครั้งในรอบ 2 ปี โดยตั้งเป้ายอดขาย Marshmallow Sunscreen ไว้ที่ 1 ล้านขวดภายในปี 2569 และตั้งเป้าหมายให้หมวดกันแดดเติบโตเพิ่มขึ้น 2 เท่า
ถอดรหัส 4 อินไซต์ Young Generation สู่การพัฒนากันแดดรุ่นใหม่
กัญญฉัชฌ์ เลิศธนไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ HER HYNESS กล่าวว่า การเปิดตัว Marshmallow Sunscreen ในครั้งนี้เกิดจากการถอดรหัสพฤติกรรมของกลุ่ม Young Generation ผ่าน 4 อินไซต์หลักที่แบรนด์พบ
อินไซต์แรก คือ สภาพอากาศที่ร้อนขึ้นส่งผลให้ความต้องการใช้กันแดดเพิ่มขึ้นในกลุ่มอายุน้อย โดยข้อมูลจากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่าช่วงฤดูร้อนปี 2569 ในภูมิภาคอาเซียน ระดับดัชนีรังสี UV มีแนวโน้มอยู่ในระดับ “สูงจัด” (Very High) ถึง “อันตรายอย่างยิ่ง” (Extreme) โดยเฉพาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ขณะที่ดัชนีรังสี UV ในไทยมีแนวโน้มพุ่งสูงถึงระดับ 11 ขึ้นไป ซึ่งอยู่ในระดับ “Extreme” ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) สอดคล้องกับข้อมูลจาก TikTok Trends : March 2569 ที่ระบุว่า #กันแดด เป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในหมวด Beauty&Personal Care โดยผู้สนใจที่อยู่ในช่วงอายุ 18-34 ปี คิดเป็นสัดส่วนราว 72% ขณะเดียวกัน Euromonitor ปี 2568 ชี้ว่าตลาด Sun Care ในไทยมีมูลค่า 6,560 ล้านบาทในปี 2568 และคาดว่าจะขยับขึ้นเป็นมากกว่า 8,400 ล้านบาทภายในปี 2572 โดยรายงานระบุว่าแรงเติบโตส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้บริโภคเริ่มหันมาดูแลผิวตั้งแต่อายุน้อยลงมากขึ้น
อินไซต์ที่สอง คือ พฤติกรรม “Beauty for Social” โดยข้อมูลจาก TikTok Trends : March 2569 ชี้ว่าความต้องการของผู้บริโภครุ่นใหม่ในหมวดความงามไม่ได้หยุดอยู่ที่การดูแลผิวให้สุขภาพดี แต่ขยับไปสู่การมองหาผลลัพธ์ที่มองเห็นได้ทันทีมากขึ้น โดยเฉพาะเทรนด์ที่เกี่ยวข้องกับความขาวและการปรับผิวให้สว่างขึ้น เช่น #โชว์ผิวขาว 90,000 โพสต์ #โทนอัพ 64,000 โพสต์ #ครีมพอกผิวขาว 31,000 โพสต์ และ #พอกผิวขาว 27,000 โพสต์ ซึ่งมีฐานผู้สนใจหลักอยู่ในกลุ่มอายุ 18-24 ปี และ 25-34 ปี เป็นสัดส่วนสูง สะท้อนว่า Young Generation ไม่ได้คาดหวังให้ผลิตภัณฑ์ทำหน้าที่เพียงปกป้องผิว แต่ยังต้องช่วยยกระดับผิวให้ดูสว่าง เนียน ขึ้นทันทีด้วย ขณะเดียวกันกระแส Douyin Makeup ที่ยังคงเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจสำคัญของการแต่งหน้าบน TikTok และโซเชียลในช่วงปี 2568-2569 โดยเฉพาะในมิติของผิวที่ดูสว่าง เนียน และองค์ประกอบของลุคที่ถูกออกแบบมาให้ขึ้นกล้องเป็นพิเศษ ก็ยิ่งตอกย้ำความต้องการนี้
อินไซต์ที่สาม คือ การเข้าถึงหัตถการความงามเร็วขึ้น โดยข้อมูลจาก ISAPS Global Survey 2567 ชี้ว่าในกลุ่มอายุตั้งแต่ 17 ปีลงไปเริ่มมีการทำหัตถการความงามแล้ว ขณะที่ในกลุ่มอายุ 18-34 ปี ซึ่งเป็นฐานใหญ่ของตลาด หัตถการที่พบบ่อยที่สุดคือการฉีดโบทูลินัม ท็อกซิน จำนวน 1,798,454 ครั้ง สะท้อนว่ากลุ่มคนอายุน้อยเข้าสู่วงการหัตถการเร็วขึ้น
อินไซต์ที่สี่ คือ คาแรกเตอร์ของแบรนด์ที่สะท้อนตัวตน โดยรายงาน “Consumers Embrace Valuespending: Intentionality and Brand Values Now Central to Purchasing Decisions” โดย Lightspeed Commerce ปี 2568 ระบุว่า Young Generation กว่า 66% เชื่อว่าสิ่งที่เลือกซื้อควรสะท้อนถึงคุณค่าส่วนตัว (Personal Values) ขณะที่กว่า 96% ยืนยันว่าตนเองเลือกซื้อสินค้าอย่างมีเจตนา (Intentionality) ไม่ได้ซื้อตามกระแส โดยมีปัจจัยสำคัญที่ใช้ตัดสินใจคือ ความยั่งยืน 37% ความภูมิใจในท้องถิ่นหรือชาติ 29% และความสอดคล้องทางวัฒนธรรม 26%
คุณกัญญฉัชฌ์กล่าวว่า การที่แบรนด์เข้าใจกลุ่ม Young Generation อย่างลึกซึ้ง ไม่ได้มาจากการทำรีเสิร์ชทั่วไปเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการที่เธอได้มีโอกาสไปเป็นเมนเทอร์ (Mentor) ให้กับโครงการของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งโครงการ TSA 2 รุ่น และโครงการ CEO 2 รุ่น ทำให้ได้คลุกคลีและพูดคุยเรื่องมุมมองชีวิตกับนักศึกษาอย่างใกล้ชิดมาถึง 4 ปี จึงสามารถรับรู้ความเครียดและความต้องการของเด็กรุ่นใหม่ได้จริง
จาก 4 อินไซต์ดังกล่าว HER HYNESS จึงตั้งใจสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกันแดด ผ่านการพัฒนา Marshmallow Sunscreen ภายใต้แนวคิด “ดีพอและพอดีสำหรับ Young Skin” โดย “ดีพอ” ในเรื่องคุณภาพและประสิทธิภาพการปกป้องผิว พร้อมเสริมการบำรุงด้วยสารสกัด Upcycled ทั้งรักผิวและรักษ์โลก และ “พอดี” สำหรับ Young Skin ที่สภาพผิวยังคงแข็งแรงและสามารถฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติได้ดี เพียงดูแลอย่างเหมาะสมและพอดี
“Young Skin” ไม่ได้จำกัดแค่อายุ แต่หมายถึงผิวที่แข็งแรงและฟื้นตัวได้ดี
คุณกัญญฉัชฌ์กล่าวเพิ่มเติมถึงนิยามคำว่า “Young Skin” ว่าไม่ได้หมายถึงอายุที่น้อยเสมอไป แต่หมายถึงผิวที่เกราะป้องกันยังแข็งแรง ไม่ถูกทำร้าย และมีพลังในการฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติ ดังนั้นผู้ที่มีอายุ 40 ปีแต่ดูแลตัวเองดี ทากันแดดสม่ำเสมอ ก็ถือว่ามี Young Skin และสามารถใช้ผลิตภัณฑ์นี้ได้ ขณะที่วัยรุ่นบางคนที่ใช้ชีวิตสมบุกสมบัน ไม่ทากันแดด กินเหล้า นอนดึก ก็อาจไม่มี Young Skin แล้ว
กันแดดพรีเมียม 3 สูตรเดิม กับ Marshmallow Sunscreen ที่เปลี่ยนโฟกัส
HER HYNESS มีกันแดดซีรีส์พรีเมียมที่วางจำหน่ายก่อนหน้านี้ 3 สูตรหลัก ได้แก่ สูตร Royal Fern ซึ่งเป็นกันแดดตัวแรกของแบรนด์ที่ออกในปี 2563 พัฒนาขึ้นสำหรับผู้ที่เกลียดการทากันแดดโดยเฉพาะ มีเนื้อเป็นน้ำบางเบา สูตร UV Adapt ที่ใช้เทคโนโลยีปรับตัวตามแสง เหมาะสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และสูตร Sport ที่กันน้ำกันเหงื่อ 80 นาที เนื้อไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะสำหรับนักกีฬา
กันแดดซีรีส์ Marshmallow ที่เปิดตัวใหม่นี้ถูกออกแบบมาเพื่อวัยรุ่นโดยเฉพาะ จึงเปลี่ยนจุดโฟกัสจากกันแดดซีรีส์พรีเมียมเดิมที่เน้นเรื่อง Anti-Aging มาเป็น Brightening และ Anti-pollution แทน
Marshmallow Sunscreen 2 สูตร เน้น Brightening และ Anti-pollution

Marshmallow Sunscreen ประกอบด้วย 2 สูตร สูตรแรกคือ สูตรเบลอผิวใส (Glowing Tinted) เนื้อทินท์บางเบา ช่วยเบลอผิวทันที ใช้เป็นโทนอัพได้ พร้อมคุมมัน 12 ชั่วโมง และบำรุงผิวฟูด้วยสารสกัดจากเปลือกแอปเปิ้ล Upcycled Apple Peel สูตรที่สองคือ สูตรผิวไบร์ท (Radiance C) กันแดดเนื้อน้ำบางเบาที่ช่วยบำรุงผิวให้กระจ่างใสขึ้นใน 7 วัน ด้วยสารสกัดจากเปลือกส้ม Upcycled Citrus Peel
ผลิตภัณฑ์ทั้ง 2 สูตรมีคุณสมบัติ SPF50+ PA++++ ปกป้องผิวสูงสุด ประกอบด้วย 6X Hybrid UV Filters ที่ช่วยปกป้องครบทั้ง UVA1, UVA2, UVB และ Blue Light พร้อม Marshmallow Film Technology ที่ช่วยลดการเกาะติดของฝุ่น PM2.5 ต้านอนุมูลอิสระ และปลอบประโลมผิว สูตรคลีนอ่อนโยนเพื่อผิวแพ้ง่าย ปราศจากสารที่อาจก่อการระคายเคือง 18 ชนิด และสารเคมีอันตราย 2,100 ชนิด ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนัง ไม่อุดตัน ไม่ก่อสิว และ Cruelty-free ขนาด 40 มิลลิลิตร ราคา 950 บาท
ยกระดับอุตสาหกรรมไทยด้วยมาตรฐานทดสอบหุ่นยนต์ ISO 23675
การพัฒนากันแดดรุ่นใหม่นี้ HER HYNESS ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพการกันแดดที่ได้ผลจริง โดยเลือกใช้มาตรฐานการทดสอบสากล ISO 23675 (Robot-Tested) ซึ่งใช้หุ่นยนต์ทากันแดดแทนมนุษย์เพื่อควบคุมน้ำหนักและทิศทางการทาให้แม่นยำ ควบคู่กับการทดสอบ In Vivo ตามมาตรฐาน ISO 24444
คุณกัญญฉัชฌ์กล่าวว่า การทดสอบด้วยหุ่นยนต์มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า 40,000 บาทต่อครั้ง และการทดสอบในคนจริงสูงถึง 100,000 บาทต่อครั้ง ซึ่งสูงกว่าการทดสอบทั่วไปหลักสิบเท่า แม้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ไทยยังไม่บังคับใช้มาตรฐานนี้ แต่แบรนด์เลือกที่จะลงทุนส่งผลิตภัณฑ์ทดสอบกว่า 40 ครั้งในรอบ 2 ปี เนื่องจากต้องการยกระดับอุตสาหกรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค
ยอดขาย 1,500 ล้านบาท เติบโต 30% สวนทางตลาด
HER HYNESS ครองอันดับ 1 ในหมวดกันแดดบน Shopee ช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2568 และเป็นแบรนด์ไทยเพียงแบรนด์เดียวที่ติด Top 5 แบรนด์ขายดีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้บน Lazada พร้อมกวาดรางวัล The Best Sunscreen รวม 9 รางวัล ต่อเนื่อง 6 ปี
ในปี 2568 แบรนด์มียอดขายรวม 1,500 ล้านบาท เติบโต 30% จากปีก่อนหน้าที่ 1,100 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวมตลาดเติบโตเฉลี่ย 6% สัดส่วนรายได้ของแบรนด์กระจายตัวใน 3 หมวดฮีโร่โปรดักส์ ได้แก่ มาสก์ กันแดด และผลิตภัณฑ์รักษาสิว
สำหรับ Marshmallow Sunscreen HER HYNESS ตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 1 ล้านขวดภายในปี 2569 และตั้งเป้าหมายให้หมวดกันแดดเติบโตเพิ่มขึ้น 2 เท่า
3 ปัจจัยที่ผู้บริโภคใช้เลือกซื้อกันแดด: เนื้อสัมผัสอันดับ 1
คุณกัญญฉัชฌ์ กล่าวว่า ปัจจัยในการเลือกซื้อกันแดดของผู้บริโภคยุคนี้ คือเนื้อสัมผัส (Texture) เนื่องจากอากาศเมืองไทยร้อน หากเนื้อไม่สบายผิว คนก็ไม่อยากใช้ ปัจจัยต่อมาคือ ประสิทธิภาพและมาตรฐาน เนื่องจากคนรุ่นใหม่มีความรู้เรื่องค่า SPF และการทดสอบมากขึ้น จึงเลือกแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ และปัจจัยสุดท้ายคือขั้นตอนที่รวบรัด (Minimal step) ต้องการกันแดดที่บำรุงผิวไปด้วยในตัว หรือช่วยปรับสีผิวได้เลย เพื่อลดขั้นตอนการบำรุง
ฐานลูกค้าผู้ชายเกือบ 20% และกลุ่มเด็กเล็กที่ใช้ได้
แม้ลูกค้าหลักของ HER HYNESS จะเป็นผู้หญิง แต่คุณกัญญฉัชฌ์เปิดเผยว่ามีลูกค้าผู้ชายซื้อผ่านช่องทางออนไลน์เกือบ 20% รวมถึงมีกลุ่ม No gender ด้วย สาเหตุที่ผู้ชายชื่นชอบเพราะเนื้อกันแดดบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ ส่วนหนึ่งมาจากผู้หญิงที่เป็นคนซื้อให้ผู้ชายใช้
สำหรับกลุ่มเด็กเล็ก คุณกัญญฉัชฌ์กล่าวว่ากันแดดของแบรนด์สามารถใช้ได้ เนื่องจากเป็นสูตรคลีนบิวตี้ที่ไม่ใส่สารเคมีอันตราย โดยลูกของเธอเองก็ใช้ แต่ควรอยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง และเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและไลฟ์สไตล์
กลยุทธ์รับเศรษฐกิจฝืดเคือง: ไม่ขึ้นราคา โฟกัส TikTok หนีทีวี
คุณกัญญฉัชฌ์ กล่าวว่า แม้ภาวะเศรษฐกิจในปีนี้จะท้าทายและต้นทุนการผลิตสูงขึ้น แต่แบรนด์ยังไม่ปรับขึ้นราคาสินค้า เนื่องจากบริหารจัดการผ่านโมเดลธุรกิจที่มีพาร์ทเนอร์อดีตวาณิชธนกิจช่วยดูแลกระแสเงินสด ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป คนยังคงอยากดูแลตัวเองแต่ลดขั้นตอนลง ซึ่ง Marshmallow Sunscreen ตอบโจทย์ด้วยการเป็นกันแดดที่บำรุงและปรับสีผิวได้ในตัวเดียว
ด้านกลยุทธ์สื่อสารการตลาด แบรนด์เลือกใช้ “หลิงหลิง ศิริลักษณ์ คอง” ในบทบาท “Sis หลิง” เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ เพื่อสะท้อนวิธีคิดของการดูแลตัวเองอย่างมั่นใจ ไม่ต้องทำตามใคร และเลือกสิ่งที่ดีพอและพอดีกับความต้องการของตัวเอง โดยคุณกัญญัชณ์กล่าวว่าแบรนด์ไม่มีแผนลงโฆษณาทางโทรทัศน์ เนื่องจากพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะวัยรุ่นหันไปเสพสื่อผ่าน TikTok, YouTube และ Netflix แทน
HER HYNESS Marshmallow Sunscreen วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ผ่าน Watsons, Her Hyness Beauty Bar และช่องทางออนไลน์ ได้แก่ Shopee, Lazada, TikTok และ www.herhynessbeauty.com
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
กสทช. ชี้ตลาดสื่อสารปี 69 ทะลุ 8 แสนล้าน กาง 5 ภารกิจรับ Data Center โตแรง
UD Town ปรับทัพรุก Gen Z ทุ่ม 30 ล้านจัดงานสงกรานต์ ปั้นอุดรฯสู่เมืองเฟสติวัล
สถาปนิก’69: พื้นที่รวมไอเดียจาก 1,000 แบรนด์ชั้นนำ ที่จะพาดีไซน์ไทยไปไกลกว่าเดิม



