Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

Meta เปิดตัว Business AI ช่วย SME ตอบแชต Messenger 24 ชม.

Meta เปิดตัว Business AI บน Messenger ในไทย ช่วย SME ตอบแชต 24 ชม.

Meta ประกาศเปิดตัว Business AI บน Messenger ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นำเสนอโซลูชันผู้ช่วยอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อให้ธุรกิจทุกขนาดสามารถโต้ตอบกับลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคในการตั้งค่า

การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเทรนด์การซื้อขายผ่านการแชต (conversational commerce) ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยข้อมูลจากการศึกษาของกันตาร์ (Kantar) ในปี 2568 พบว่า 81% ของผู้บริโภคชาวไทยที่เป็นผู้ใหญ่ส่งข้อความหาธุรกิจอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และ 80% ระบุว่าการส่งข้อความเป็นช่องทางหลักที่ใช้สื่อสารกับธุรกิจ ขณะที่ 68% ของผู้บริโภคชาวไทยเห็นว่าการตอบกลับจาก AI หรือแชตบอตที่ขับเคลื่อนด้วย AI เป็นประโยชน์

เมื่อธุรกิจเติบโต คำถามก็ท่วมท้น

ข้อมูลจาก Meta ระบุว่าปัจจุบันมีธุรกิจกว่า 200 ล้านรายทั่วโลกที่ใช้งานแพลตฟอร์มของ Meta และมีบทสนทนาระหว่างผู้คนกับธุรกิจเกิดขึ้นถึง 600 ล้านครั้งต่อวัน เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น ปริมาณข้อความที่เพิ่มสูงขึ้นกลายเป็นความท้าทายที่ทีมงานต้องเผชิญ โดยเฉพาะในช่วงนอกเวลาทำการที่ลูกค้าจำนวนมากมักเลือกซื้อสินค้าออนไลน์ในช่วงหลังสี่ทุ่มถึงเที่ยงคืน แต่กลับไม่มีแอดมินคอยตอบข้อความ

ระบบตอบกลับอัตโนมัติแบบเดิมที่ตั้งค่าเพื่อแจ้งเวลาทำการ มักไม่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในขณะนั้นได้ การตอบกลับที่ล่าช้าหรือไม่ตรงประเด็นส่งผลให้ธุรกิจสูญเสียโอกาสทางการขาย และอาจกระทบต่อการรับรู้แบรนด์ในระยะยาว

Business AI: ผู้ช่วยที่เรียนรู้จากข้อมูลที่มีอยู่แล้ว

Meta ออกแบบ Business AI ให้เป็นเอเจนต์ AI ที่ทำหน้าที่เสมือนส่วนหนึ่งของทีมงาน สามารถตอบคำถามลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่การช่วยค้นหาสินค้าไปจนถึงการสนับสนุนการตัดสินใจซื้อ โดย AI จะเรียนรู้ข้อมูลจากการใช้งานของธุรกิจที่มีอยู่แล้วบนแพลตฟอร์มของ Meta ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ แคมเปญโฆษณา แคตตาล็อกสินค้า หรือเนื้อหาบนเว็บไซต์ เพื่อเริ่มต้นทำงานได้ภายในไม่กี่นาที

แพร ดำรงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย จาก Meta กล่าวว่า “Meta มุ่งขับเคลื่อนธุรกิจไทยด้วยพลังของ AI เช่นเดียวกับที่ธุรกิจไทยแทบทุกแห่งมีหน้าร้านดิจิทัลบน Facebook Page และโปรไฟล์บน Instagram เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าทุกธุรกิจไทยและผู้ประกอบการควรมีผู้ช่วย AI ของตัวเอง”

Business AI ถูกพัฒนาขึ้นให้สามารถสะท้อนความรู้เฉพาะของธุรกิจ และน้ำเสียงของแบรนด์ช่วยให้ธุรกิจไม่พลาดโอกาสในการขายและให้บริการกับลูกค้า ขณะที่ทีมงานมีเวลามากขึ้นในการโฟกัสกับการเติบโตของกิจการ

ความเป็นธรรมชาติที่ควบคุมได้

Business AI: ผู้ช่วยที่เรียนรู้จากข้อมูลที่มีอยู่แล้ว

Business AI มีความแตกต่างจากระบบแชตบอตทั่วไปตรงที่สามารถโต้ตอบกับลูกค้าได้อย่างเป็นธรรมชาติ กระชับ และลงรายละเอียดได้ ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังคุยกับผู้ช่วยคนหนึ่ง ไม่ใช่หุ่นยนต์ นอกจากนี้ ธุรกิจยังสามารถควบคุมการทำงานของ AI ได้ตามต้องการ กำหนดว่าหัวข้อไหนจะให้ AI ตอบ เช่น การแนะนำสินค้าหรือข้อมูลทั่วไป และหัวข้อไหนจะให้ทีมงานมนุษย์เข้ามาดูแล

เมื่อลูกค้าเริ่มสนทนาจากโฆษณา โพสต์ หรือการค้นพบแบรนด์ Business AI จะตอบสนองทันที บทสนทนาสามารถดำเนินไปอย่างต่อเนื่องไม่ว่าช่วงเวลาใดของวัน ทำให้ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลและก้าวไปสู่การตัดสินใจซื้อได้ตามจังหวะของตนเอง

สำหรับคำถามที่ซับซ้อนหรือบทสนทนาที่มีโอกาสปิดการขายสูง ธุรกิจสามารถตั้งค่าให้ AI ส่งต่อให้ทีมงานเข้ามาสานต่อได้อย่างราบรื่น โดยการเปลี่ยนผ่านระหว่าง AI และมนุษย์เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

ตั้งค่าง่ายในไม่กี่นาที ผ่านแอปพลิเคชันที่ใช้งานอยู่แล้ว

Business AI ถูกออกแบบให้ตั้งค่าได้อย่างง่ายดายโดยไม่จำเป็นต้องมีความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค ธุรกิจสามารถเริ่มต้นใช้งานได้ผ่านแอปพลิเคชัน Meta Business Suite ที่มีอยู่แล้ว ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป

ขั้นตอนการตั้งค่าประกอบด้วย การตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของธุรกิจ ข้อมูลผลิตภัณฑ์และนโยบาย รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระเงินและการจัดส่ง ซึ่ง AI จะนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการตอบคำถามลูกค้า หลังจากให้ข้อมูลครบถ้วน ธุรกิจสามารถทดสอบผู้ช่วย AI เพื่อให้แน่ใจว่า AI สะท้อนความรู้ทางธุรกิจและน้ำเสียงของแบรนด์ได้อย่างถูกต้อง

Meta ยังคงรูปแบบการให้บริการ Business AI ด้วยต้นทุนที่เข้าถึงได้มากกว่าทางเลือกโซลูชันอื่น ๆ ในตลาด สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการทำให้ AI เข้าถึงได้สำหรับทุกธุรกิจ แม้แต่ธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีทีมเทคนิคโดยเฉพาะก็สามารถใช้ประโยชน์จากศักยภาพของ AI ขั้นสูงได้

ระบบคัดกรองความปลอดภัย ป้องกันเพจปลอมและช่วยกรองสแปม

ไม่ใช่ทุกเพจจะสามารถเปิดใช้ Business AI ได้ทันที เพจที่ต้องการใช้งานต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน (Eligibility) จากระบบของ Meta ก่อน โดยประเมินจากความน่าเชื่อถือของการดำเนินธุรกิจจริงและประวัติการโต้ตอบกับลูกค้า เพื่อป้องกันเพจปลอมนำไปใช้หลอกลวง

นอกจากนี้ Business AI ยังสามารถช่วยธุรกิจคัดกรองข้อความสแปมที่ส่งเข้ามารบกวนเพจได้ โดย AI จะเรียนรู้แพทเทิร์นลิงก์แปลก ๆ และจะไม่โต้ตอบกับข้อความเหล่านั้น ทำให้แอดมินไม่ต้องเสียเวลาจัดการด้วยตนเอง

Meta มีทีมและระบบปราบปรามมิจฉาชีพ (Trust & Safety) ที่ทำงานแยกต่างหากอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว เพื่อดูแลความปลอดภัยในภาพรวมของแพลตฟอร์ม

มั่นคงแกดเจ็ต ใช้ Business AI เติมเต็มช่องว่างการสื่อสารนอกเวลาทำการ

มั่นคงแก็ดเจ็ท หนึ่งในผู้ค้าปลีกชั้นนำของประเทศไทยที่เชี่ยวชาญด้านหูฟังระดับพรีเมียมและอุปกรณ์เครื่องเสียงคุณภาพสูง ได้นำ Business AI มาใช้เพื่อช่วยดูแลการสื่อสารกับลูกค้าตลอดเวลา

วิรุฬกิจ รัตนศิรประภา ผู้จัดการทั่วไป ร้านมั่นคงแก็ดเจ็ท กล่าวว่า “ธุรกิจของเราเริ่มต้นจากการขายสินค้าเกี่ยวกับหูฟังและระบบเสียงผ่านช่องทางออนไลน์ แม้ว่าร้านจะเปิดขายออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ในช่วงนอกเวลาทำการก็ยังมีช่องว่างในการสื่อสารกับลูกค้าอยู่ เราจึงนำแชตที่ขับเคลื่อนด้วย Business AI มาใช้เพื่อช่วยเติมเต็มช่องว่างนี้ ทำให้สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และช่วยให้ลูกค้าได้รับคำตอบต่อข้อสงสัยได้ตลอดเวลา”

เนื่องจากมั่นคงแก็ดเจ็ทจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยี การพูดคุยกับลูกค้ามักมีรายละเอียดค่อนข้างลึก เช่น เรื่องประเภทสินค้า คุณภาพ หรือฟีเจอร์ต่าง ๆ เมื่อมีลูกค้าถามคำถามเชิงลึก AI agent สามารถใช้อัลกอริทึมในการตอบคำถาม และเชื่อมโยงไปยังสินค้าที่เกี่ยวข้องได้โดยตรง

ผู้ประกอบการไทยคว้าโอกาสใช้ AI ยกระดับการบริการลูกค้า

ฐิติพันธ์ จินาจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลเจ้าของเพจ DigitalNook
ฐิติพันธ์ จินาจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลเจ้าของเพจ DigitalNook

ฐิติพันธ์ จินาจันทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลเจ้าของเพจ DigitalNook กล่าวว่า “ปัจจุบันเราเห็นธุรกิจนำ AI ไปใช้ในสองด้านหลัก ด้านแรกคือ มองจากมุมมองของลูกค้า โดย AI สามารถช่วยดึงดูดและสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า เช่น การสร้างคอนเทนต์ทางการตลาด หรือการตอบคำถามลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ส่วนอีกด้านคือ มุมมองของเจ้าของธุรกิจ ซึ่งเป็นโซลูชัน AI ที่ช่วยให้ธุรกิจบริหารจัดการบทสนทนากับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงช่วยติดตามลูกค้าที่มีโอกาสซื้อสินค้า”

คุณฐิติพันธ์กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับ SME ไทย เครื่องมืออย่าง Business AI บน Messenger สามารถเชื่อมทั้งสองด้านนี้เข้าด้วยกัน ทำให้ธุรกิจตอบลูกค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง รักษาการสื่อสารกับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง และไม่พลาดโอกาสทางการขาย ที่สำคัญคือเครื่องมือเหล่านี้ใช้งานง่ายกว่าที่เคย ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีทีมเทคนิคขนาดใหญ่ก็สามารถเริ่มทดลองใช้ AI ได้

ข้อมูลจาก Meta ระบุว่า 95% ของธุรกิจไทยที่ร่วมตอบแบบสำรวจระบุว่าการใช้ระบบส่งข้อความเพื่อธุรกิจช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้า สะท้อนให้เห็นว่าการนำเครื่องมือสนทนามาใช้เริ่มให้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมกับผู้ประกอบการไทย

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

LINE ชู Chat Commerce ปิดยอด 98% อุดช่องโหว่ SME ไทยใช้ AI ไม่เต็มที่

KFC ลุยเปิดสาขาแม่ฮ่องสอน ย้ำเบอร์ 1 แบรนด์ QSR ขยายครบ 77 จังหวัด

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar