Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

จากผู้ขายรถ สู่ Mobility Ecosystem: ทิศทางใหม่ของ MGC Asia

จากผู้ขายรถ สู่ Mobility Ecosystem: ทิศทางใหม่ของ MGC Asia

อนาคตของการเดินทางอาจไม่ได้เริ่มต้นจากรถยนต์เพียงหนึ่งคันอีกต่อไป แต่คือการเชื่อมโยงผู้คน ยานยนต์ พลังงาน เทคโนโลยี AI ไลฟ์สไตล์ และบริการที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ

นี่คือแนวคิดหลักของงาน MGC Asia Mobility Expo 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–21 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ภายใต้แนวคิด Connected City หรือ Connected Mobility Connected Life โดย MGC Asia ใช้งานครั้งนี้เป็นเวทีสะท้อนทิศทางขององค์กร หลังดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมากกว่า 25 ปี จากผู้จำหน่ายรถยนต์ ไปสู่ผู้สร้าง Mobility Lifestyle Ecosystem ที่เชื่อมโยงทุกองค์ประกอบของการเดินทางและการใช้ชีวิตเข้าไว้ด้วยกัน

Mobility ที่ไม่ได้วัดแค่ยอดขายรถ

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา MGC Asia ไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงผู้จำหน่ายรถยนต์เท่านั้น แต่กำลังสร้าง Mobility Lifestyle Ecosystem ที่เชื่อมโยงการเดินทาง การใช้ชีวิต เทคโนโลยี และบริการต่าง ๆ เข้าไว้ด้วยกันอย่างครบวงจร

เขาระบุว่า MGC Asia Mobility Expo 2026 ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงรถยนต์ แต่เป็นการนำเสนอภาพอนาคตของการเดินทางที่เชื่อมต่อผู้คน ยานยนต์ พลังงาน เทคโนโลยี AI และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน โดยอนาคตของธุรกิจ Mobility จะไม่ได้วัดกันที่จำนวนยอดขายรถยนต์เพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากความสามารถในการตอบโจทย์และสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกย่างก้าวของการเดินทาง

มุมมองนี้ทำให้งานดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงรถยนต์รุ่นใหม่หรือโปรโมชันพิเศษ แต่เป็นการสื่อสารทิศทางธุรกิจของ MGC Asia ที่ต้องการขยายบทบาทจากการขายยานยนต์ ไปสู่การดูแลประสบการณ์การเดินทางและการใช้ชีวิตของลูกค้าในหลายมิติ

4 Mobility Districts สะท้อนผู้บริโภคหลายไลฟ์สไตล์

พื้นที่จัดแสดงภายในศูนย์การค้าสยามพารากอนถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Connected City โดยแบ่งออกเป็น 4 Mobility Districts เพื่อสะท้อนความสนใจและรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันของผู้บริโภค

  1. Future Mobility District เป็นพื้นที่สำหรับนวัตกรรมยานยนต์อนาคต รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ Smart EV และการบูรณาการเทคโนโลยี AI จากแบรนด์อย่าง Xpeng และ Zeekr
  2. The Ultimate Prestige District รวบรวมยานยนต์ระดับพรีเมียมและสมรรถนะสูงจากแบรนด์ระดับโลก เช่น Rolls-Royce, Aston Martin, Maserati, Lamborghini และ BMW
  3. Urban United District นำเสนอยานยนต์อัจฉริยะที่สะท้อนตัวตนและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวของการใช้ชีวิตในเมือง
  4. Smart Everyday District เป็นพื้นที่ของบริการและเทคโนโลยีที่เข้าถึงง่าย เพื่อตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันของครอบครัวยุคใหม่

การแบ่งพื้นที่ในลักษณะนี้ทำให้งานไม่ได้สื่อสารกับผู้บริโภคเพียงกลุ่มเดียว แต่ครอบคลุมตั้งแต่นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ความหรูหรา ไลฟ์สไตล์คนเมือง ไปจนถึงบริการที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

จากรถยนต์สู่บริการครบวงจร

ภายในงานรวบรวมแบรนด์ชั้นนำระดับโลกมากกว่า 20 แบรนด์ โดยมีกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า EV เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญ เช่น Rolls-Royce Spectre, Maserati Folgore รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าจาก BMW, MINI, Xpeng และ Zeekr

นอกจากนี้ ยังมีแบรนด์และยนตรกรรมในเครือและพันธมิตร ครอบคลุมทั้งรถยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น และจีน อาทิ Rolls-Royce, Aston Martin, Maserati, BMW, MINI, BMW Motorrad, Xpeng, Zeekr, Jeep และ Honda

จุดที่ทำให้งานนี้แตกต่างจากงานแสดงรถยนต์ทั่วไป คือการนำบริการที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศของ MGC Asia มารวมไว้ในพื้นที่เดียว ตั้งแต่บริการประกันภัยจาก Howden Maxi บริการรถเช่าจาก SIXT และ Master Car Rental ธุรกิจรถยนต์มือสอง ศูนย์ซ่อมบำรุงอิสระ MIS Master Motor Services และ MMS Fast Fit บริการทางการเงินจาก Alpha X ไปจนถึง Loyalty Program อย่าง MGC Mobilize Point และ MOBILIFE

การรวมทั้งรถยนต์ แบรนด์พันธมิตร บริการหลังการขาย การเงิน ประกันภัย รถเช่า รถยนต์มือสอง และโปรแกรมสมาชิกไว้ด้วยกัน สะท้อนทิศทางของ MGC Asia ที่ต้องการขยายความหมายของ Mobility ให้ครอบคลุมมากกว่าการซื้อขายรถยนต์เพียงครั้งเดียว

พันธมิตรสยามพารากอน และเป้าหมาย Premium Mobility

มยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายองค์กรสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง MGC Asia และศูนย์การค้าสยามพารากอนดำเนินมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 12 ปี โดยมองว่าการจัดงานครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ศักยภาพของ MGC Asia และเป็นงานที่รวบรวม Mobility ได้ครบถ้วนในสถานที่เดียว

ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางด้าน Premium Mobility และ Lifestyle Destination ของภูมิภาค ผ่านการนำเสนอประสบการณ์ที่เชื่อมโยงยานยนต์ เทคโนโลยี บริการ และไลฟ์สไตล์ไว้ในพื้นที่เดียว

ในมุมของสยามพารากอน การจัดงานยังสอดคล้องกับบทบาทของศูนย์การค้าในฐานะ Global Luxury Destination ที่ต้องการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เข้าชม ทั้งชาวไทยและต่างชาติ

สิทธิพิเศษและกิจกรรมในงาน

สำหรับผู้ร่วมงาน MGC Asia Mobility Expo 2026 มีสิทธิพิเศษและข้อเสนอจากผู้จัดงานและพันธมิตร อาทิ Voucher มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท การรับคะแนน MGC Mobilize Point อัตราดอกเบี้ยพิเศษ โปรโมชันและราคาพิเศษจาก Millennium Auto สำหรับรถยนต์รุ่นไฮไลต์ เช่น Series 2 220i, 320 Diesel และ X1 รวมถึงสิทธิพิเศษจากบัตรเครดิตที่ร่วมรายการ ส่วนลดบริการรถเช่า ดีลประกันภัย แคมเปญเทรดอิน ส่วนลดบริการ MMS Fast Fit และกิจกรรม MGC Mobility Pin Collection

สำหรับสมาชิก MGC-MOBILIFE ที่จองภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ยังมีสิทธิพิเศษเพิ่มเติม เช่น MOBILIFE PACKAGE จากพันธมิตรชั้นนำ MGC Point สูงสุด 1,000,000 คะแนน และสิทธิ์ลุ้นห้องพักพร้อมอาหารเช้าสำหรับ 2 ท่าน ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

ภายในงานยังมีกิจกรรมสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เข้าชมตลอด 5 วัน โดยมีศิลปินคุณนัท และคุณฮง มาร่วมร้องเพลงและพบปะกับลูกค้า โดยเฉพาะมินิคอนเสิร์ตในวันที่ 18 มิถุนายน ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ท้ายที่สุด MGC Asia Mobility Expo 2026 จึงไม่ได้เป็นเพียงงานที่รวบรวมรถยนต์ แบรนด์ระดับโลก และโปรโมชันไว้ในพื้นที่เดียว แต่เป็นภาพสะท้อนการขยับบทบาทของ MGC Asia จากผู้จำหน่ายรถยนต์ ไปสู่ผู้สร้างระบบนิเวศแห่งการเดินทาง ที่เชื่อมโยงทุกประสบการณ์ของลูกค้าเข้าด้วยกัน ภายใต้แนวคิดว่าอนาคตของการเดินทางไม่ได้เริ่มต้นจากรถยนต์เพียงหนึ่งคัน แต่เริ่มจากการเชื่อมต่อทุกมิติของชีวิตเข้าด้วยกัน

จากผู้ขายรถ สู่ Mobility Ecosystem: ทิศทางใหม่ของ MGC Asia

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

BEYOND EXPO 2026 ดันเอเชียนำเทรนด์ Physical AI สู่โลกจริง

CPN ทุ่ม 4,500 ล้าน ผุด ‘Central Northville’ รีเซ็ตรัตนาธิเบศร์ เพื่อคุณภาพชีวิตยุคใหม่

×

Share

ผู้เขียน

Sona Satta Avatar