Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

สุขภาพดีเริ่มจาก Micro Habit

สุขภาพดีเริ่มจาก Micro Habit

หลายคนทุ่มเทเวลาให้กับการทำงาน การสร้างรายได้ และการวางแผนอนาคต แต่กลับละเลยสิ่งสำคัญที่สุดอย่าง “สุขภาพ” ทั้งที่ร่างกายคือทรัพย์สินเพียงชิ้นเดียวที่ต้องอยู่กับเราไปตลอดชีวิต

จากงานเสวนา MISSION TO THE MOON FORUM 2026 ภายใต้แนวคิด WORK-LIFE EVOLUTION เมื่อโลกวิวัฒนาการ ชีวิตและการทำงานต้องเติบโตไปด้วยกัน (จัดขึ้นโดย Alive Powered by AIA Presents) ในหัวข้อ “INVEST FOR A BETTER HEALTH ลงทุนกับสุขภาพวันนี้ เพื่อชีวิตวัยเกษียณที่มีคุณภาพ” ผู้ร่วมเสวนาได้ร่วมกันชวนมองสุขภาพในมุมใหม่ ไม่ใช่เพียงเรื่องของการออกกำลังกายหรือการกินอาหารที่ดี แต่คือการลงทุนระยะยาวที่จะส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในอนาคต

เซสชันนี้ได้รับเกียรติจาก น.พ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา (Author and Host of ‘Human-ศาสตร์’ Podcast) ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ (Certified Fitness Coach and Fitness Content Creator) และดำเนินรายการโดย คุณสุธินี ตั้งอนุกูลกิจ (Managing Director, Mission To The Moon Media)

ตลอดการสนทนา มีแนวคิดสำคัญ 4 ประเด็นที่สะท้อนว่าการดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่ แต่เริ่มได้จากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำได้จริงในทุกวัน

สุขภาพคือการลงทุนระยะยาว

สุขภาพเปรียบเสมือน บ้านหลังใหญ่ที่เราต้องอาศัยอยู่ไปตลอดชีวิต หากดูแลอย่างเหมาะสม บ้านหลังนี้ก็จะอยู่กับเราไปได้นาน แต่หากปล่อยปละละเลย ย่อมเสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา

หนึ่งในประเด็นที่ผู้ร่วมเสวนาพูดตรงกันคือ หลายคนมักมองว่าการดูแลสุขภาพเป็นเรื่องที่ทำได้เมื่อมีเวลา แต่ในความเป็นจริง หากไม่ยอมสละเวลาเพื่อดูแลตัวเองในวันนี้ สุดท้ายก็อาจต้องใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมากไปกับการรักษาโรคในอนาคตอยู่ดี

คุณชนากานต์มองว่า สุขภาพเป็นการลงทุนระยะยาวที่ไม่ว่าจะเลือกลงทุนหรือไม่ลงทุน ต้นทุนก็จะกลับมาหาเราในวันหนึ่งอยู่ดี หากไม่เริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ วันข้างหน้าอาจต้องจ่ายในรูปแบบของการรักษา การฟื้นฟูร่างกาย หรือข้อจำกัดในการใช้ชีวิตที่เกิดจากปัญหาสุขภาพ

ขณะที่ น.พ.ชัชพล ชี้ให้เห็นว่า หลายคนมักไม่ตระหนักถึงความสำคัญของสุขภาพในช่วงวัยหนุ่มสาว แต่เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายจะสะท้อนผลลัพธ์ของพฤติกรรมที่สะสมมาโดยตรง สุขภาพจึงไม่ใช่สิ่งที่สร้างขึ้นได้ในระยะสั้น แต่เป็นผลจากการลงทุนอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปี

ทลายกรอบพฤติกรรมเนือยนิ่ง

ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ (Certified Fitness Coach and Fitness Content Creator)
ชนากานต์ เลอไกรสิทธิ์ (Certified Fitness Coach and Fitness Content Creator)

อีกหนึ่งความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยในชีวิตคนทำงาน คือการมองว่าการนั่งอยู่กับที่ตลอดวันเป็นเรื่องปกติ

คุณชนากานต์อธิบายว่า การนั่งทำงานหน้าจอวันละหลายชั่วโมง เดินน้อย ขยับตัวน้อย และกลับบ้านไปนั่งพักต่อ กลายเป็นวิถีชีวิตที่หลายคนคุ้นชิน แต่ในความเป็นจริง มนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใช้ชีวิตเช่นนั้น

ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดในระยะสั้นคืออาการปวดหลัง ปวดคอ ปวดไหล่ หรืออาการปวดเมื่อยเรื้อรังที่พบมากขึ้นในคนวัยทำงาน ขณะที่ในระยะยาวอาจส่งผลต่อการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและคุณภาพชีวิตเมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ

ผู้ร่วมเสวนาเสนอว่า การแก้ปัญหาไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการเข้าฟิตเนสหรือออกกำลังกายอย่างจริงจังเสมอไป แต่สามารถเริ่มต้นจากการเพิ่มการเคลื่อนไหวระหว่างวัน หรือที่เรียกว่า NEAT (Non-Exercise Activity Thermogenesis)

ตัวอย่างง่าย ๆ ได้แก่ การเดินแทนการนั่งรถในระยะใกล้ การยืนประชุม การลุกยืดเส้นยืดสายทุก ๆ 30 นาที หรือแม้แต่การขยับปลายเท้าขณะนั่งทำงานอย่าง Soleus Push Up ซึ่งงานวิจัยพบว่าการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ เหล่านี้สามารถสร้างประโยชน์ต่อสุขภาพได้จริง

แฮ็กสมองให้มีประสิทธิภาพ และลดความเครียด

น.พ.ชัชพล อธิบายว่า หนึ่งในปัญหาสำคัญของคนยุคปัจจุบันคือภาวะที่เรียกว่า Evolutionary Mismatch หรือการที่วิถีชีวิตสมัยใหม่เปลี่ยนแปลงไปเร็วเกินกว่าที่ร่างกายและสมองของมนุษย์จะปรับตัวได้ทัน

มนุษย์ใช้เวลาหลายแสนปีในการวิวัฒนาการภายใต้สภาพแวดล้อมแบบหนึ่ง แต่ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา วิถีชีวิตกลับเต็มไปด้วยหน้าจอ ข้อมูล ข่าวสาร และสิ่งกระตุ้นตลอดเวลา ส่งผลให้ทั้งร่างกายและสมองต้องรับภาระมากกว่าที่เคยเป็น

หนึ่งในพฤติกรรมที่ผู้เชี่ยวชาญเตือนคือการทำหลายอย่างพร้อมกัน หรือ Multitasking

แม้หลายคนจะคุ้นชินกับการสลับระหว่างอีเมล แชต การประชุม และงานหลายชิ้นในเวลาเดียวกัน แต่ในมุมของสมอง การทำงานลักษณะนี้ไม่ได้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ กลับทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Flip Flop Cost หรือภาระจากการสลับความสนใจไปมาระหว่างงานแต่ละชิ้น

ผลที่ตามมาคือสมองใช้พลังงานมากขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานลดลง และระดับความเครียดเพิ่มขึ้นจากการหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่างต่อเนื่อง

ทางออกที่ถูกเสนอคือการจัดลำดับความสำคัญของงาน โฟกัสทีละเรื่อง และอาจใช้เทคนิคอย่าง Pomodoro Method เพื่อช่วยให้สมองมีช่วงเวลาที่ได้จดจ่อกับงานแต่ละชิ้นมากขึ้น

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการอนุญาตให้ตัวเอง “เบื่อ” บ้าง

ในวันที่ผู้คนคุ้นชินกับการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถหน้าจอทันทีที่มีเวลาว่าง สมองจึงแทบไม่มีโอกาสได้อยู่กับตัวเอง น.พ.ชัชพล อธิบายว่า การปล่อยให้ตัวเองอยู่ในสภาวะที่ไม่มีสิ่งกระตุ้นจากภายนอกประมาณ 15-20 นาที จะช่วยกระตุ้นการทำงานของวงจรสมองที่เรียกว่า Default Mode Network

กลไกนี้มีส่วนช่วยให้มนุษย์เข้าใจอารมณ์ของตนเองมากขึ้น ทบทวนความคิด และส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ที่อาจไม่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สมองถูกกระตุ้นตลอดเวลา

ตัดความสับสนเรื่องเทรนด์การกินอาหาร

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือความเปลี่ยนแปลงของกระแสการกินอาหารในแต่ละยุค

จากยุคของชีวจิต Clean Diet Low Calorie Low Cholesterol ไปจนถึงกระแส High Protein และ Functional Food ในปัจจุบัน ทำให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยเกิดความสับสนว่าควรเลือกแนวทางใดจึงจะดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม ผู้ร่วมเสวนามองว่า แม้รายละเอียดของแต่ละแนวคิดจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่หลักการพื้นฐานของโภชนาการที่ดีไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก

แนวทางสำคัญยังคงเป็นการลดน้ำตาล ลดแป้งขัดสี ลดไขมันที่ไม่เหมาะสม เพิ่มไฟเบอร์ และรับประทานโปรตีนให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

ส่วนข้อมูลที่ขัดแย้งกันในรายละเอียดนั้น อาจเป็นเพียงสิ่งรบกวนที่ทำให้ผู้คนสับสนมากกว่าจะเป็นปัจจัยหลักของสุขภาพ

บทสรุปสำหรับผู้เริ่มต้น

ตลอดการเสวนา หนึ่งในแนวคิดที่ถูกย้ำซ้ำหลายครั้งคือ การดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเป้าหมายที่ใหญ่โต น.พ.ชัชพล ยกตัวอย่างแนวคิด Micro Habit ว่า การวิดพื้นเพียง 1 ครั้ง หรือการทำ Squat เพียง 1 ครั้ง อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ เพราะเมื่อเริ่มลงมือทำแล้ว คนส่วนใหญ่มักทำต่อมากกว่าที่ตั้งใจไว้

หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่การทำให้สมบูรณ์แบบตั้งแต่วันแรก แต่คือการเริ่มต้นจากสิ่งที่เล็กพอจนไม่สามารถหาข้ออ้างมาปฏิเสธได้

เมื่อทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมเหล่านั้นจะค่อย ๆ กลายเป็นนิสัย เหมือนกับการแปรงฟันในทุกเช้า และเมื่อถึงจุดหนึ่ง การดูแลสุขภาพจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องฝืนอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตโดยอัตโนมัติ

เพราะท้ายที่สุดแล้ว สุขภาพไม่ใช่ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่คือผลสะสมจากการตัดสินใจเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวันตลอดหลายปี

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

กู้ชีพกฎหมายอากาศสะอาด เดิมพัน ‘สิทธิในการหายใจ’ ของคนเมือง

เคทีซีรุก Wellness ecosystem ยอดรูดสุขภาพ-ความงามพุ่ง 27,000 ล้าน

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar