แอปพลิเคชัน AI วางแผนการเงินแจ้งว่า “คุณล้มเหลว” ในการบรรลุเป้าหมายการออมเงิน เพราะนำเงิน 20 บาทสุดท้ายในบัญชี ไปซื้อ “ของหวาน” ซึ่งถูกจัดหมวดหมู่ว่าเป็นสิ่ง “ไม่จำเป็น” แต่สิ่งที่ AI ไม่รู้คือ 20 บาทนั้นถูกเปลี่ยนเป็นเค้กวันเกิดก้อนเล็ก ๆ ซึ่งมีค่ามากสำหรับใครบางคน นี่คือภาพสะท้อนของความต่างระหว่างมุมมองที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล กับมุมมองที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า ในยุคที่เทคโนโลยีสามารถวัดผลและประเมินได้ทุกสิ่ง คำถามสำคัญคือ เรากำลังสูญเสียความหมายของสิ่งที่มีค่าที่สุดไปหรือไม่
ดร.มนต์ชัย เลิศสุทธิวงค์ Deputy Managing Director Head of AI Research and Development, KBTG Labs KASIKORN Business-Technology Group (KBTG) กล่าวถึงประเด็นนี้ในการบรรยายหัวข้อ “ทิศทางล่าสุดของการทำงานร่วมกันระหว่างคนและระบบ AI” โดยชี้ให้เห็นว่า AI ไม่ได้มาแย่งงานมนุษย์ แต่เราต้องเรียนรู้วิธีอยู่ร่วมกับเทคโนโลยีนี้
Data-Driven VS Value-Driven: สงครามมุมมองระหว่าง AI กับมนุษย์
ดร.มนต์ชัยยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่าง ผ่านกรณีเค้กราคา 20 บาท มุมมองของ AI ซึ่งขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจะมองเห็นเพียงตัวเลขธุรกรรม 20 บาท จากนั้นจัดหมวดหมู่เป็นรายจ่ายฟุ่มเฟือย ประเมินเทียบกับ KPI ของการออม และสรุปผลลัพธ์ว่าไม่บรรลุเป้าหมาย
ขณะที่มุมมองของมนุษย์ซึ่งขับเคลื่อนด้วยคุณค่า จะมองเห็นรอยยิ้มและความทรงจำของคน มองว่าเป็นการลงทุนทางความรู้สึกที่ประเมินค่าไม่ได้ สร้างสายใยผูกพันในครอบครัว และสรุปผลลัพธ์ว่าคุ้มค่าที่สุดในชีวิต
นักสังคมวิทยา William Bruce Cameron กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้ว่า ไม่ใช่ทุกสิ่งที่นับได้จะมีค่า และไม่ใช่ทุกสิ่งที่มีค่าจะสามารถนับได้ โลกดิจิทัลและ AI อาจคำนวณเก่ง แต่ไม่สามารถวัดคุณค่าทางจิตใจได้เท่ามนุษย์
วิวัฒนาการของการทำงานร่วมกัน: 4 ยุคแห่งความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร
ความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นลำดับ ดร.มนต์ชัยอธิบายวิวัฒนาการนี้ไว้ 4 ยุค
- ยุคอุตสาหกรรม มนุษย์เปรียบเสมือนเครื่องจักร ทำงานตามคำสั่งและกฎระเบียบ
- ยุคคอมพิวเตอร์ มนุษย์สั่งการผ่านซอฟต์แวร์
- ยุค AI ปัจจุบัน มนุษย์ร่างคำสั่งและรอรับผลผ่าน Generative AI
- ยุคอนาคตอันใกล้ จะเกิดการร่วมคิดร่วมสร้างอย่างแนบเนียน มนุษย์จะอยู่ในลูปตั้งแต่การป้อนข้อมูลจนถึงการประมวลผลลัพธ์ โดยมี AI เป็นผู้ช่วยแม้กระทั่งในการคิด Prompt
จุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์: เมื่อเครื่องจักรเอาชนะแชมป์โลกมนุษย์
การแข่งขันหมากรุกระหว่างแชมป์โลก Garry Kasparov กับซูเปอร์คอมพิวเตอร์ Deep Blue ของ IBM เป็นเหตุการณ์ที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ
การแข่งขันครั้งแรกจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-17 กุมภาพันธ์ 2539 ณ เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ผลปรากฏว่าคาสปารอฟชนะดีพบลูด้วยคะแนน 4-2
การแข่งขันครั้งที่สองจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-11 พฤษภาคม 2540 ณ นครนิวยอร์ก รัฐนิวยอร์ก ผลปรากฏว่าดีพบลูชนะคาสปารอฟด้วยคะแนน 3.5-2.5
นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่เครื่องจักรสามารถเอาชนะแชมป์โลกมนุษย์ได้เป็นครั้งแรก สะท้อนให้เห็นว่าการประมวลผลเชิงตรรกะและความแม่นยำของเครื่องจักรเริ่มเหนือกว่ามนุษย์
การเปลี่ยนผ่านของทักษะ: จากผู้รู้คำตอบสู่ผู้ตั้งคำถาม
การเปลี่ยนผ่านของทักษะกำลังเกิดขึ้นในองค์กรยุคใหม่ ดร.มนต์ชัยกล่าวว่า ในอดีต คนที่เก่งและมีค่าที่สุดในองค์กรคือคนที่มีความรู้จำฝังหัว สามารถจำข้อมูลได้แม่นยำที่สุด และตอบคำถามทุกอย่างได้รวดเร็ว มูลค่าของพวกเขาอยู่ที่ความรู้ที่สะสมมา
แต่ในยุคที่ AI รู้ทุกอย่าง คนที่เก่งที่สุดคือคนที่สามารถตั้งคำถามได้เฉียบคม ลึกซึ้ง มีบริบท และเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง มูลค่าอยู่ที่วิธีคิดและจินตนาการ
ดร.มนต์ชัยกล่าวว่าโลกยุคใหม่ไม่ได้ต้องการแค่ AI ที่ฉลาดที่สุด แต่โลกต้องการมนุษย์ที่รู้วิธีดึงศักยภาพสูงสุดของ AI ออกมาใช้ร่วมกันต่างหาก
3 ทิศทาง Human-AI Interface: บอกเหตุผลได้ เข้าใจความรู้สึก สร้างคุณค่าทางใจ
ดร.มนต์ชัยสรุปทิศทางที่ AI ควรพัฒนาเพื่อทำงานร่วมกับคนไว้ 3 ด้าน
- ด้านแรก บอกเหตุผลได้ AI จะเริ่มเข้าใจบริบทแวดล้อมและเจตนาซ่อนเร้นของมนุษย์มากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำตามคำสั่งตรงๆ แต่เข้าใจถึงเหตุผลเบื้องหลังการกระทำนั้น
- ด้านที่สอง เข้าใจความรู้สึก การออกแบบระบบที่รับรู้และตอบสนองต่ออารมณ์ความรู้สึก เปลี่ยนจาก UI ที่แข็งกระด้างเป็นรูปแบบที่ถามว่าคุณรู้สึกอย่างไร
- ด้านที่สาม สร้างคุณค่าทางใจ การปรับเป้าหมายของ AI ให้สอดคล้องกับคุณค่าทางศีลธรรมและจิตใจที่แท้จริงของความเป็นมนุษย์
การแบ่งงานยุคใหม่: รู้ว่าใครทำอะไรได้ดีกว่า
การทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI ในโลกจริง จำเป็นต้องเข้าใจจุดแข็งของแต่ละฝ่าย ดร.มนต์ชัยอธิบายการแบ่งงานยุคใหม่ไว้ว่า
สิ่งที่ AI ทำได้ดีกว่าคือการประมวลผลข้อมูลมหาศาลในเสี้ยววินาที ค้นหารูปแบบที่ซับซ้อนเกินกว่าตามนุษย์มองเห็น และทำงานซ้ำซากสเกลงานขนาดใหญ่โดยไม่เหนื่อยล้า
สิ่งที่มนุษย์ทำได้ดีกว่าคือการตัดสินใจเชิงจริยธรรม ความเข้าใจบริบททางสังคมและวัฒนธรรม รวมถึงการตั้งเป้าหมายและการตั้งคำถามที่ถูกต้อง
ตัวอย่างในโลกจริงสะท้อนให้เห็นการทำงานร่วมกันนี้ ด้านสาธารณสุข AI ช่วยสแกนและวิเคราะห์รอยโรคได้อย่างแม่นยำรวดเร็ว แต่มนุษย์คือผู้ที่มอบการดูแล จับมือ และส่งต่อความหวัง ด้านศิลปะ AI เสนอไอเดียและสร้างโครงร่างกราฟิกนับพันแบบในเสี้ยววินาที แต่มนุษย์คือผู้คัดเลือกและใส่จิตวิญญาณลงในผลงาน ด้านการเงินส่วนบุคคล AI แจ้งเตือนความเสี่ยงและจัดพอร์ตการลงทุน แต่มนุษย์คือผู้ประเมินว่าเค้ก 20 บาทมีค่าต่อใจแค่ไหน
Augmented Humanity: การยกระดับขีดจำกัดมนุษย์
แนวคิดสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างคนกับ AI ไม่ใช่การแทนที่ แต่คือการยกระดับขีดจำกัดมนุษย์ ดร.มนต์ชัยกล่าวว่า เราไม่ได้สร้าง AI มาเพื่อแทนที่คน แต่สร้างมาเพื่อยกระดับความเป็นมนุษย์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ในบางจังหวะ AI เป็นผู้นำ เมื่อต้องการความแม่นยำและตรรกะ บางจังหวะมนุษย์เป็นผู้นำ เมื่อต้องการจินตนาการและความเห็นอกเห็นใจ
นวัตกรรมที่สะท้อนแนวคิด Human-AI Symbiosis
KBTG Labs ได้พัฒนาโครงการต่าง ๆ ที่สะท้อนแนวคิดการทำงานร่วมกันระหว่างมนุษย์และ AI
โครงการ Future You เป็นงานวิจัยร่วมกับ MIT และ UCLA ที่สร้าง AI เลียนแบบตัวตนของผู้ใช้งานในอนาคต เช่นในวัย 60 ปี เพื่อพูดคุยและให้คำปรึกษา ผู้ใช้งานสามารถสนทนากับตัวเองในอนาคตผ่านแพลตฟอร์มแบบเรียลไทม์ โดยใช้โมเดลภาษา GPT-3 ที่ปรับแต่งตามเป้าหมายและคุณลักษณะส่วนบุคคลจากแบบสำรวจก่อนการทดลอง เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ระบบยังใช้เทคโนโลยีสร้างภาพใบหน้าตามอายุที่เพิ่มขึ้น
ผลวิจัยจากกลุ่มตัวอย่าง 188 คนที่สนทนากับตัวเองในอนาคต พบว่าช่วยลดอารมณ์ด้านลบ เช่นความวิตกกังวล และเพิ่มแรงจูงใจและอารมณ์ด้านบวกอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ที่ประเมินว่าตัวเองในอนาคตที่ AI สร้างขึ้นมีความสมจริง จะมีระดับการมองโลกในแง่ดี ความรู้สึกเป็นเจ้าของต่อเป้าหมาย อารมณ์ด้านบวก การตัดสินใจด้านสุขภาพที่มุ่งอนาคต และคะแนนความต่อเนื่องของตัวตนในอนาคตสูงกว่ากลุ่มควบคุม
โครงการ Multiple You เป็นระบบสำรวจอาชีพเชิงนวัตกรรมที่ใช้ AI สร้างตัวแทนเสมือนของผู้ใช้งาน เพื่อให้ทดลองบทบาทวิชาชีพต่าง ๆ และรับประสบการณ์ที่ปรับเปลี่ยนเฉพาะบุคคล ผู้ใช้สามารถสวมบทบาทเป็นผู้ประกอบวิชาชีพในหลากหลายสาขา และรับข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความรับผิดชอบ ความท้าทาย และคุณค่าที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางอาชีพนั้น ๆ
โครงการ Memoro เป็นอุปกรณ์สวมใส่พร้อมผู้ช่วย AI ที่ช่วยบันทึกเสียงสนทนาในชีวิตประจำวันและแปลงเป็นความทรงจำดิจิทัล เพื่อช่วยเตือนความจำให้กับผู้ใช้งานแบบเรียลไทม์ อุปกรณ์นี้จับการปฏิสัมพันธ์ด้วยเสียงในโลกจริงของผู้ใช้และแปลงเป็นความทรงจำดิจิทัล เมื่อต้องการเรียกคืน ผู้ช่วยสามารถอนุมานความต้องการด้านความจำโดยใช้บริบท ค้นหา และนำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันและการสนทนา
ความร่วมมือลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
นอกจากการพัฒนานวัตกรรมแล้ว KBTG ยังมีความร่วมมือกับสถาบันชั้นนำในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา
โครงการความร่วมมือระหว่าง KBTG, MIT และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มส่งเสริมความเป็นมนุษย์สำหรับการให้คำปรึกษาอาชีพเสมือนจริง โดยมีเป้าหมายให้บริการนักเรียนไทยอย่างน้อย 300,000 คน
จุดเน้นสำคัญของโครงการคือการพัฒนาส่งเสริม Growth Mindset และเพิ่มแรงจูงใจและทัศนคติเชิงบวกของนักเรียน
Augmented Humanity เส้นทางสู่การอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
การนำ AI มาใช้ไม่ใช่เพื่อการแทนที่ แต่คือการยกระดับขีดจำกัดมนุษย์ บางจังหวะให้ AI เป็นผู้นำเมื่อต้องการตรรกะและความแม่นยำ บางจังหวะให้มนุษย์เป็นผู้นำเมื่อต้องการจินตนาการและความเห็นอกเห็นใจ
ดร.มนต์ชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า เราไม่ควรแข่งกับ AI โดยตรง เพราะเราเอาชนะคลังข้อมูลมหาศาลไม่ได้ แต่จงใช้วิธีเดินไปพร้อมกับมันอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ในวันที่ AI สามารถประเมินทุกสิ่งด้วยตัวเลข คำถามที่มนุษย์ทุกคนต้องตอบให้ได้คือ เราจะยังคงรักษาคุณค่าที่แท้จริงของความเป็นมนุษย์ไว้ได้หรือไม่
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
BDE เปิดตัวกรอบ AITIF หนุนองค์กรไทยเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI
ภูมิทัศน์สื่อไทย 2569: AI ครองห้องข่าว – ผู้บริโภคเน้น ‘ดู’ มากกว่า ‘อ่าน’



