ท่ามกลางความผันผวนของบริบทโลก ที่เทคโนโลยีกลายเป็นตัวแปรสำคัญในการชี้วัดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การพึ่งพาแพลตฟอร์มหรือนวัตกรรมจากต่างประเทศเพียงฝ่ายเดียว ถือเป็นความเสี่ยงที่ไทยต้องเร่งบริหารจัดการ คำถามเรื่องขีดความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยี จึงถูกหยิบยกขึ้นมาทบทวนอีกครั้ง ในวาระที่ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค สวทช. ก้าวเข้าสู่ปีที่ 40
ดร.ชัย วุฒิวิวัฒน์ชัย ผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. กล่าวในงาน Special Talk “40 Years NECTEC: Legacy & Beyond” ว่า ตลอด 39 ปีที่ผ่านมา เนคเทคมีบทบาทเป็น “วิศวกรชาติ” ที่ต้องมองไกลและวางรากฐานเทคโนโลยีในจุดที่เอกชนยังไปไม่ถึง นักวิจัยกว่า 400 คนของเนคเทคจึงไม่ใช่แค่นักวิทยาศาสตร์ในห้องทดลอง แต่ต้องสร้างระบบและส่งมอบงานให้สังคมได้จริง เพื่อสร้างความมั่นคงให้ประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างยั่งยืน
ภารกิจของเนคเทคแตกต่างจากสถาบันการศึกษาทั่วไป เพราะต้องพางานวิจัยก้าวข้าม “หุบเหวมรณะ” หรือ Valley of Death จุดที่งานวิจัยจำนวนมากต้องหยุดชะงักก่อนถูกนำไปใช้จริง การส่งมอบผลงานสู่สังคมจึงเป็นโจทย์หลักที่นักวิจัยทุกคนต้องเผชิญ โดยเนคเทคมุ่งเน้นการพัฒนา 3 โดเมนหลัก ได้แก่ เซนเซอร์ (Sensors) เครือข่ายการสื่อสารและ IoT ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดของประเทศ และการประมวลผลข้อมูลและ AI ซึ่งเปรียบเสมือนสมอง
4 ทศวรรษแห่งการวางรากฐาน จากอินเทอร์เน็ตยุคบุกเบิกสู่แพลตฟอร์มแห่งชาติ
ดร.ชัย แบ่งยุคการทำงานของเนคเทคตลอด 40 ปีออกเป็น 4 ยุคสำคัญ สะท้อนให้เห็นวิวัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศไทยตั้งแต่ยุคบุกเบิกจนถึงปัจจุบัน
- ยุคที่ 1 (10 ปีแรก): ยุคโครงสร้างพื้นฐาน เนคเทคเป็นส่วนสำคัญในการก่อตั้งศูนย์เทคโนโลยีไมโครอิเล็กทรอนิกส์ หรือ TMEC ซึ่งเป็นโรงงานผลิตชิปแบบ Wafer Fabrication แห่งเดียวในภูมิภาคอาเซียน ในขณะเดียวกันก็บุกเบิกอินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษาและวิจัยไทยผ่านโครงการ ThaiSARN จนนำไปสู่การให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์แห่งแรกของประเทศ ผ่านการก่อตั้งบริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) รวมถึงการวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตหลักหรือ Backbone ของประเทศ
- ยุคที่ 2: ยุคตอบสนองนโยบายรัฐ เนคเทคก้าวสู่บทบาทการขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติ อาทิ แผนแม่บท IT แห่งชาติในปี 2540 รวมถึงการพัฒนาพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งนำไปสู่การก่อตั้งสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล หรือ DGA ในเวลาต่อมา นอกจากนี้ เนคเทคยังเป็นหน่วยงานหลักในการตรวจสอบปัญหาสำคัญของประเทศ อาทิ ปัญหา Y2K และการตรวจสอบเครื่อง GT200
- ยุคที่ 3: ยุคแพลตฟอร์มระดับชาติ เป็นช่วงที่เนคเทคมุ่งนำงานวิจัยสู่สังคมในวงกว้าง หนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นคือการพัฒนา NETPIE แพลตฟอร์ม IoT สัญชาติไทย ซึ่งปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 670,000 บัญชี รวมถึงระบบแนะนำอาหารกลางวันโรงเรียน Thai School Lunch ที่ดูแลสุขภาพเด็กไทยกว่า 3,500 โรงเรียน และระบบชี้เป้าคนจน TPMAP ที่ใช้เป็นเครื่องมือวางแผนช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง
- ยุคที่ 4 (10 ปีล่าสุด): ยุคขับเคลื่อนแผนระดับชาติ เนคเทคริเริ่มผลักดันเทคโนโลยีใหม่ ๆ อาทิ การร่างแผนปฏิบัติการ AI แห่งชาติ และการสนับสนุน Industry 4.0 จนเกิดเป็นศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน หรือ SMC ในพื้นที่ EECi

NETPIE แพลตฟอร์ม IoT สัญชาติไทย กับโจทย์การสร้างเทคโนโลยีที่คนใช้จริง
หากกล่าวถึงความสำเร็จในยุคแพลตฟอร์มระดับชาติ คงหนีไม่พ้น NETPIE แพลตฟอร์ม IoT ที่ ดร.พนิตา พงษ์ไพบูลย์ รองผู้อำนวยการเนคเทค สวทช. เป็นผู้ริเริ่มขึ้น แพลตฟอร์มดังกล่าวปัจจุบันมีผู้ใช้งานกว่า 670,000 บัญชี และกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนา Smart Farming ระบบเมืองอัจฉริยะ รวมถึงการบริหารจัดการสถานีชาร์จยานพาหนะไฟฟ้าในอนาคต
ความสำเร็จของ NETPIE สะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีที่ออกแบบโดยคนไทยเพื่อคนไทย สามารถแข่งขันและตอบโจทย์การใช้งานจริงได้ ไม่ต่างจากแพลตฟอร์มจากต่างประเทศ และที่สำคัญคือช่วยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากภายนอกซึ่งอาจมีความเสี่ยงด้านความมั่นคงและค่าใช้จ่ายในระยะยาว
–จาก IoT สู่ AIoT: การเดินทาง 10 ปี NETPIE ต่อยอดสู่แพลตฟอร์ม Daysie
เปิดแคมเปญ “NECTEC 40 Years: Legacy & Beyond” ระดมสมองกำหนดอนาคตประเทศ
ในวาระครบรอบ 40 ปี เนคเทคเปิดตัวแคมเปญ “NECTEC 40 Years: Legacy & Beyond: วันนี้ที่สร้างไว้ เพื่อก้าวต่อไปที่ยั่งยืน” โดยมีเป้าหมายเพื่อเชิญชวนพันธมิตรทุกภาคส่วนมาร่วมกันระดมสมองตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ เอกชน นักวิชาการ หรือคนรุ่นใหม่ เพื่อให้ในปี 2570 เนคเทคมีทิศทางที่เหมาะสมที่สุดในการพัฒนาประเทศไทย
ภายในงานมีการเสวนาระดับประเทศ “Thailand at the Turning Point: ถึงเวลาของเทคโนโลยีไทย สู่ยุคใหม่ของประเทศ” ซึ่งดึงตัวจริงจากหลากหลายวงการมาร่วมถอดรหัสทางรอดของไทย ตั้งแต่มุมมองคนรุ่นใหม่สาย Tech Creator อย่าง นพพล มาลีรัตน์มงคล YouTube เจ้าของช่อง Extreme IT และ นวพล เชื่อมวราศาสตร์ Science Creator เจ้าของช่อง Say Science ไปจนถึงมุมมองความมั่นคงระดับชาติจากกองทัพอากาศ โดย พล.อ.อ. ประกาศ สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ
การมีส่วนร่วมของคนหลากหลายกลุ่มสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่เป็นประเด็นที่เชื่อมโยงกับทุกภาคส่วน ตั้งแต่ความมั่นคงของประเทศไปจนถึงชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่
อนาคตเทคโนโลยีไทยกับความท้าทายของโลกยุคใหม่

ดร.ชัย กล่าวว่า การมองไปอีก 10-30 ปีข้างหน้า ท่ามกลางบริบทโลกที่มีความไม่แน่นอนสูงทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ ประเทศไทยจำเป็นต้องพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีมากขึ้น เนคเทคจึงเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิตและความมั่นคงของประเทศ
ตัวอย่างโครงการในอนาคต อาทิ การพัฒนาอุปกรณ์เซนเซอร์ต้นทุนต่ำและระบบฟาร์มอัจฉริยะอย่าง HandySense เพื่อยกระดับภาคเกษตรกรรมไทย ระบบ AI คัดกรองวัณโรคและห้องปฏิบัติการตรวจสอบมาตรฐาน AI เพื่อรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยีทางการแพทย์ รวมถึงแพลตฟอร์มบริหารจัดการสถานีชาร์จยานพาหนะไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีความยั่งยืน
“เทคโนโลยีไม่ใช่แค่ทางเลือกเพื่อความสะดวกสบาย แต่คือความมั่นคงและความอยู่รอดของประเทศ ท่ามกลางโลกที่ผันผวนทั้งเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์” ดร.ชัย กล่าว
ดร.ชัย ยังเชิญชวนพันธมิตรทุกภาคส่วนให้มาร่วมกันระดมสมองแบบแยกตามรายอุตสาหกรรมตลอดทั้งปีนี้ เพื่อนำผลลัพธ์ทั้งหมดไปนำเสนอและกำหนดเป็นทิศทางนวัตกรรมที่ใช้งานได้จริง ในงานประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทคประจำปี 2569 หรือ NECTEC-ACE 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนกันยายนนี้ ตรงกับวาระครบรอบ 40 ปีพอดี
เมื่อการสร้างเทคโนโลยีคือการสร้างอนาคตของประเทศ
การเดินทางของเนคเทคตลอด 4 ทศวรรษสะท้อนให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่เคยหยุดนิ่ง และประเทศไทยก็ไม่สามารถหยุดนิ่งตามไปด้วย จากยุคบุกเบิกอินเทอร์เน็ต สู่การสร้างแพลตฟอร์มแห่งชาติ และการขับเคลื่อนนโยบายระดับประเทศ ทุกก้าวเดินล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือการทำให้ประเทศไทยพึ่งพาตนเองได้บนเวทีโลก
คำถามสำคัญวันนี้จึงไม่ใช่ว่าประเทศไทยควรสร้างเทคโนโลยีเองหรือไม่ แต่คือเราจะร่วมกันสร้างเทคโนโลยีนั้นได้อย่างไร ในโลกที่ความผันผวนกลายเป็นเรื่องปกติ การเปลี่ยนสถานะจาก “ผู้ใช้งาน” มาเป็น “ผู้ร่วมสร้าง” อาจไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือเส้นทางสู่ความอยู่รอดของประเทศ
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
OR กางแผน 5 ปี ทุ่ม 6.7 หมื่นล้านปรับพอร์ต ‘ถอยต่างแดน-รุกโรงแรม’ ดันกำไร Lifestyle
5 ข้อต้องทำก่อน AI ตัดสินใจแทนคุณ: บทเรียนจากเอคเซนเชอร์ ถึงผู้บริหารยุคเปลี่ยนผ่าน



