ในยุคที่โลกธุรกิจต้องเผชิญกับคลื่นความเปลี่ยนแปลง ทั้งจากความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) การดิสรัปชันทางเทคโนโลยี และวิกฤตสิ่งแวดล้อม “นวัตกรรม” จึงไม่ได้เป็นเพียง “ทางเลือก” หรือแค่ “กิจกรรมเสริม” ขององค์กรอีกต่อไป หากแต่ก้าวขึ้นมาเป็น “กลไกหลัก” ที่ชี้เป็นชี้ตายถึงขีดความสามารถในการแข่งขัน
นี่คือจุดปะทุสำคัญ ที่นำไปสู่การผนึกกำลังครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง 3 เสาหลัก ได้แก่ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), สถาบันรับรองมาตรฐาน ISO (MASCI) และสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI)
การจับมือกันของทั้ง 3 หน่วยงาน เปรียบเสมือนการปักหมุดหมายหน้าใหม่ที่พร้อมพลิกโฉมวงการธุรกิจไทย ด้วยการเดินหน้าเปิดตัวโครงการ “Innovation Management Standards for Growth” หรือ โครงการเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการด้วยมาตรฐานการจัดการนวัตกรรมระดับสากล เพื่อประกาศวิสัยทัศน์ในการยกระดับองค์กรไทยสู่การเป็นองค์กรฐานนวัตกรรม (Innovation-Based Enterprise: IBE) ด้วยระบบมาตรฐานสากล ISO 56001
“ตรวจเลือดองค์กร” เช็กสัญญาณชีพ สู่โครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศ
หากร่างกายมนุษย์ต้องการการตรวจสุขภาพ องค์กรธุรกิจก็ย่อมต้องการการประเมินศักยภาพเช่นกัน ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ได้เปรียบเทียบความสำคัญของเรื่องนี้ไว้อย่างเห็นภาพว่า มาตรฐานนั้นไม่ต่างจากการที่เราต้อง “ตรวจเลือดเป็นประจำทุกปี” เพื่อเฝ้าดูว่าสิ่งที่เราทำอยู่นั้นถูกต้องและครบถ้วนหรือไม่ ยิ่งในยุคที่ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย (Aging Society) องค์กรยิ่งต้องมีมาตรฐานที่ดีเพื่อดูแลตัวเองให้แข็งแรงและขับเคลื่อนไปได้อย่างมั่นคง
มาตรฐานกลุ่ม ISO 56000 ถือเป็นกรอบแนวทางสากล แต่สำหรับ ISO 56001 คือข้อกำหนดที่สามารถใช้เพื่อการ “รับรองอย่างเป็นทางการ” ในระดับโลก เป้าหมายสูงสุดของ NIA คือการยกระดับนวัตกรรมจากแค่ “เครื่องมือองค์กร” ให้กลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ” ของประเทศ การใช้นวัตกรรมเป็นแกนกลาง จะช่วยองค์กรลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และสร้างมูลค่าเพิ่ม (Value Creation) ก่อนจะนำพาธุรกิจเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่เศรษฐกิจระดับโลก (Global Value Chain) ได้
“NIA มุ่งหวังว่าโครงการนี้จะมีองค์กรและผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 100 ราย และตั้งเป้าผลักดันให้สามารถยื่นขอรับรองมาตรฐาน ISO 56001 ได้สำเร็จไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 เพื่อสร้างเครือข่ายที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศต่อไป” ดร.กริชผกา กล่าวย้ำ
จาก “ทำโครงการ” สู่ “ระบบนวัตกรรม” เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน
ในโลกธุรกิจปัจจุบัน การเติบโตเพียงอย่างเดียวอาจไม่ตอบโจทย์อีกต่อไป จงรักษ์ โรจน์พลาเสถียร ผู้อำนวยการสถาบันรับรองมาตรฐาน ISO (MASCI) มองว่า ความท้าทายขององค์กรคือ 1. การรักษาความภักดีของลูกค้า 2.การสร้างประสบการณ์ใหม่ 3.การเติบโตด้วยนวัตกรรม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องเป็นการเติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainability) สอดรับกับเทรนด์โลกอย่างเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) หรือเศรษฐกิจชีวภาพ (Bioeconomy) ภายใต้แนวคิด BCG
มาตรฐาน ISO 56001 (ซึ่งพัฒนาต่อยอดมาจากข้อกำหนดเดิมคือ ISO 56002) จึงก้าวเข้ามาเป็น “เครื่องมือเชิงกลยุทธ์” เพื่อเปลี่ยนผ่านองค์กรจากการแค่ “ทำโครงการนวัตกรรม” ไปสู่การมี “ระบบนวัตกรรม” อย่างแท้จริง
- วงจร PDCA: มาตรฐานนี้ถูกออกแบบโดยใช้หลัก Plan-Do-Check-Act ตั้งแต่การกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ การออกแบบกระบวนการ ระบบสนับสนุน ไปจนถึงการตรวจวัดและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
- วิเคราะห์บริบทองค์กร: โครงสร้างระดับสูง (High Level Structure) จะช่วยให้องค์กรประเมินความเสี่ยง โอกาส และเข้าใจความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างรอบด้าน
- ฝังรากลึกสู่วัฒนธรรม: เหนือสิ่งอื่นใด ISO 56001 จะเป็นกรอบที่ช่วยสร้าง “วัฒนธรรมองค์กร” ด้านนวัตกรรม ไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา
MASCI ซึ่งเป็นหน่วยงานอิสระที่จัดตั้งโดยมติ ครม. ภายใต้การกำกับของกระทรวงอุตสาหกรรม จะเข้ามามองภาพรวมแบบ Bird’s Eye View โดยมุ่งเน้น 3 มิติหลัก ได้แก่ การถ่ายทอดองค์ความรู้, การเตรียมความพร้อมสู่การประเมินรับรอง และการพัฒนากลไกสนับสนุน
ที่น่าสนใจคือ ปัจจุบันประเทศไทยมีองค์กรหัวหอกที่ได้รับมาตรฐาน ISO 56001 แล้ว 3 แห่ง ได้แก่ สำนักนวัตกรรม เครือโรงพยาบาลพญาไท-เปาโล, การไฟฟ้านครหลวง และสถาบันนวัตกรรมบูรณาการแห่งจุฬาฯ ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ชัดเจนว่า องค์กรไทยก็สามารถเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรสมรรถนะสูงระดับโลกได้
ชูปรัชญาญี่ปุ่น “Continuous Improvement” ยกระดับภาคปฏิบัติ
การนำมาตรฐานไปใช้จริงย่อมต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ รองศาสตราจารย์ ดร.รังสรรค์ เลิศในสัตย์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น (TNI) กล่าวว่า องค์กรที่เตรียมความพร้อมด้านการจัดการนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ จะมีศักยภาพในการปรับตัว เรียนรู้สิ่งใหม่ สร้างคุณค่าจริง และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ด้วยจุดเด่นของ TNI ที่มุ่งเน้นการบูรณาการองค์ความรู้ธุรกิจ เทคโนโลยี และแนวคิดการบริหารจัดการแบบญี่ปุ่น โดยเฉพาะกระบวนการ “การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง” (Continuous Improvement) ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของ ISO 56001 อย่างสมบูรณ์แบบ TNI จึงพร้อมสนับสนุนทั้งด้านงานวิจัย และการพัฒนาศักยภาพบุคลากร เพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ให้ผู้ประกอบการไทยสามารถนำมาตรฐานไปประยุกต์ใช้ได้จริงจนเกิดผลลัพธ์เชิงรูปธรรม
เปิด Roadmap สู่สากลพร้อม “โอกาสทอง” ประเมินฟรี!
โครงการ Innovation Management Standards for Growth เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจฐานนวัตกรรม ผู้บริหาร ทีมงาน R&D นักพัฒนาธุรกิจ ตลอดจนตัวแทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ และสถาบันการศึกษา โดยไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเมืองหลวง แต่มุ่งหวังกระจายสู่ 4 ภูมิภาคเพื่อให้กลายเป็นมาตรฐานระดับประเทศ (National Standard)
Roadmap ของโครงการเริ่มต้นด้วยกิจกรรม “Step 1: Awareness” ที่เบิกฤกษ์ในกลุ่มภาคกลาง (กรุงเทพมหานคร) เป็นแห่งแรก ก่อนจะเดินหน้าขยายผลลึกซึ้งยิ่งขึ้นในระดับ “Step 2: Capability Building” ช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 2569
สิ่งที่ถือเป็น “โอกาสทอง” สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการ คือการได้รับเครื่องมือสำคัญอย่าง Innovation Playbook เพื่อใช้วิเคราะห์ช่องว่างและวางแผนองค์กร รวมถึงการได้รับคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ และที่พลาดไม่ได้คือ การได้รับโอกาสประเมินความพร้อมเบื้องต้น (Pre-audit) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้องค์กรได้ทดลองสนามจริงก่อนเข้าสู่กระบวนการขอรับรองมาตรฐานระดับสากล
ในวันที่รัฐบาลประกาศนโยบายที่ทุกกระทรวงล้วนมีคำว่า “นวัตกรรม” เป็นหัวใจสำคัญ ความร่วมมือของ 3 เสาหลักอย่าง NIA, MASCI และ TNI ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การจัดอบรมผิวเผิน แต่มันคือการวางรากฐาน “ติดอาวุธ” ให้ระบบนิเวศนวัตกรรมของไทยแข็งแกร่งพอที่จะผลักดันผู้ประกอบการ ให้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำบนเวทีธุรกิจโลกได้อย่างยั่งยืน
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
NIA ผนึกแพทย์-เอกชน เปิด SPEAR H ปั้นสตาร์ตอัป HealthTech ไทยสู่ตลาดโลก
ทีม Summit คว้าแชมป์ AI for Justice ด้วยแพลตฟอร์มแปลงคำพิพากษา



