Bangkok Radio เป็นโครงข่ายสื่อสารที่ต้องพร้อมรับสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเรือและส่งข่าวความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง แม้ในวันที่ไม่มีเหตุฉุกเฉิน สถานีชายฝั่ง เครื่องส่งสัญญาณ และเจ้าหน้าที่เฝ้าฟังยังต้องทำงานต่อเนื่อง แต่ภารกิจที่บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT รับผิดชอบอยู่นี้กำลังเผชิญโจทย์เรื่องแหล่งงบประมาณ และการจัดความรับผิดชอบระยะยาว หลังบริการสื่อสารเชิงพาณิชย์ที่เคยสร้างรายได้ยุติไป ขณะที่งานสาธารณะด้านความปลอดภัยยังต้องดำเนินต่อ โดย NT ประเมินต้นทุนรวมไว้ประมาณ 127 ล้านบาทต่อปี และอยู่ระหว่างประสานให้มีหน่วยงานรับมอบภารกิจ ซึ่งอาจจ้างบริษัทดูแลโครงข่ายต่อไป

ดร.ณัฏฐวิทย์ สุฤทธิกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารไร้สาย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) กล่าวระหว่างนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมสถานีวิทยุติดต่อเรือเดินทะเล Bangkok Radio ณ ศูนย์โทรคมนาคม NT นนทบุรี ว่า บริการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงข่ายสื่อสารของประเทศ เพื่อสนับสนุนความปลอดภัยทางทะเล ตามมาตรฐานสากลในฐานะรัฐชายฝั่ง ครอบคลุมการสื่อสารระหว่างเรือกับสถานีฝั่งเพื่อแจ้งเหตุ ประสานการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย และสนับสนุนการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยระบบที่ใช้ต้องสอดคล้องกับมาตรฐานขององค์การทางทะเลระหว่างประเทศ หรือ IMO เพื่อให้เรือที่เข้ามาในพื้นที่สามารถติดต่อและรับบริการได้
ดร.ณัฏฐวิทย์ยืนยันว่า ระหว่างที่หน่วยงานรัฐกำลังพิจารณาการส่งมอบภารกิจ NT จะให้บริการต่อเนื่อง เพราะการหยุดให้บริการกระทบทั้งการเดินเรือ ภารกิจระหว่างประเทศ เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวทางทะเล ขณะเดียวกัน บริษัทยังต้องเร่งหาความชัดเจนเรื่องหน่วยงานรับผิดชอบ และรูปแบบการดำเนินงานในอนาคต การรักษาความพร้อมของโครงข่าย จึงต้องเดินควบคู่กับการจัดระบบบริหารและงบประมาณ เพื่อให้บริการที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเรือมีทรัพยากรรองรับทั้งการปฏิบัติงานประจำวัน การบำรุงรักษา และการลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์เมื่อครบอายุใช้งาน
จากรายได้เชิงพาณิชย์ สู่ต้นทุนของภารกิจสาธารณะ
นรินทร์ เมืองพูล ผู้จัดการฝ่ายโครงข่ายสื่อสารไร้สาย NT อธิบายว่า ในอดีตบริการวิทยุเรือมีรายได้จากการเชื่อมต่อวิทยุสื่อสารบนเรือเข้ากับโทรศัพท์ ทำให้สำนักงานบนฝั่งสามารถติดต่อกับเรือผ่านผู้ให้บริการได้ รายได้ดังกล่าวช่วยรองรับค่าใช้จ่ายของงาน ซึ่งรวมถึงการรับแจ้งเหตุเรือประสบภัยด้วย แต่หลัง พ.ศ. 2550 เมื่อดาวเทียมและโทรศัพท์มือถือเข้ามามีบทบาท ความต้องการใช้บริการเชื่อมต่อแบบเดิมลดลงและยุติไป เหลือภารกิจสื่อสารเพื่อความปลอดภัย ที่ยังต้องดูแลโครงข่าย และเตรียมบุคลากรให้พร้อม โดย NT ระบุว่า ไม่ได้เรียกเก็บค่าบริการส่วนนี้จากเรือ ความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีจึงทำให้รูปแบบรายได้เดิมหมดไป ขณะที่ต้นทุนของการให้บริการสาธารณะยังอยู่
อีกช่องทางหนึ่งที่เคยช่วยรองรับค่าใช้จ่าย คือการชดเชยผ่านสัมปทาน แต่เมื่อสัมปทานสิ้นสุดลง บริษัทก็ไม่สามารถใช้ช่องทางเดิมได้ นรินทร์ กล่าวว่า การขาดงบปรับปรุงในช่วงหนึ่ง ทำให้ระบบเสื่อมลงและให้บริการได้ไม่ครบถ้วน จนการตรวจประเมินพบปัญหาความครอบคลุมของโครงข่าย บริษัทจึงหาเงินสนับสนุนจากภายนอก รวมถึง กสทช. เพื่อนำมาปรับปรุงระบบให้กลับมาให้บริการได้ตามมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม หลังการปรับปรุงยังมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่เกิดขึ้นทุกปี ทั้งการบำรุงรักษา ค่าไฟฟ้า วงจรสื่อสาร และบุคลากรประจำศูนย์ ทำให้การจัดหาเงินลงทุนปรับปรุงระบบเพียงครั้งเดียวไม่เพียงพอสำหรับดูแลบริการในระยะยาว
สำหรับปีงบประมาณ 2569 นรินทร์ระบุว่า NT ขอรับงบประมาณประมาณ 77 ล้านบาท และดำเนินการขอต่อเนื่องในปี 2570 โดยตัวเลขที่ขอเลือกเฉพาะค่าใช้จ่ายจำเป็นบางส่วน ขณะที่ต้นทุนรวมซึ่งบริษัทประเมินไว้ประมาณ 127 ล้านบาทต่อปี ครอบคลุมทรัพยากรที่ใช้ดำเนินงานด้วย เช่น ค่าใช้พื้นที่เสา ค่าวงจรสื่อสาร และบุคลากร ทั้งนี้ ต้นทุนประจำปียังไม่รวมเงินลงทุนเปลี่ยนระบบเมื่อครบอายุใช้งาน ซึ่ง NT ประเมินว่าอาจต้องใช้เงินกว่า 100 ล้านบาทต่อรอบประมาณ 5–7 ปี การดูแล Bangkok Radio จึงต้องมีทั้งงบสำหรับรักษาความพร้อมในแต่ละปีและแผนลงทุนทดแทนระบบ เพื่อให้โครงข่ายสามารถให้บริการต่อเนื่องได้ตามมาตรฐาน
รับเหตุจากเรือและส่งข่าวเตือนจากฝั่ง
ภารกิจของ Bangkok Radio มี 2 ด้านที่ทำงานควบคู่กัน ด้านแรก คือการรับแจ้งเหตุเรือประสบภัยและส่งข้อมูลต่อให้หน่วยงานช่วยเหลือ อีกด้านคือการกระจายข่าวสารความปลอดภัยจากฝั่งให้เรือเตรียมตัวหรือหลีกเลี่ยงอันตรายล่วงหน้า เมื่อเกิดเหตุ เรือสามารถติดต่อผ่านวิทยุสื่อสารด้วยเสียง หรือส่งสัญญาณฉุกเฉินผ่านระบบเรียกแบบดิจิทัลที่เรียกว่า DSC ซึ่งรองรับข้อมูลระบุตัวตนและตำแหน่งเรือ เหตุที่ศูนย์รับแจ้งมีตั้งแต่เรือไฟไหม้ น้ำเข้าเรือ เรือจม เกยตื้น เรือชนกัน คนตกเรือ และผู้ป่วยฉุกเฉิน ไปจนถึงการปล้นเรือและภัยโจรสลัด จากนั้นเจ้าหน้าที่จะส่งข้อมูลไปยังหน่วยงานประสานการค้นหาและช่วยเหลือ รวมถึงกรมเจ้าท่า ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หรือ ศรชล. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามลักษณะเหตุ
NT ทำหน้าที่ดูแลช่องทางสื่อสารเพื่อให้ข้อมูลจากเรือไปถึงผู้รับผิดชอบ ส่วนการนำเรือ กำลังพล หรือทีมแพทย์ออกปฏิบัติการเป็นหน้าที่ของหน่วยงานช่วยเหลือ บริษัทระบุว่าระบบปัจจุบันสามารถส่งข้อความแจ้งเตือนไปยังผู้เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติ และใช้เวลาประมวลผลในระบบสื่อสารไม่เกินหนึ่งนาที โดยระยะเวลาดังกล่าวเป็นการทำงานของระบบสื่อสาร ส่วนเวลาที่หน่วยช่วยเหลือจะเข้าถึงผู้ประสบภัยยังขึ้นอยู่กับข้อมูลจากต้นทาง การประสานงาน ระยะทาง และสภาพแวดล้อมของแต่ละเหตุการณ์ Bangkok Radio จึงร่วมฝึกซ้อมกับหน่วยงานค้นหาและช่วยเหลือ หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน และหน่วยงานทางทะเล เพื่อกำหนดขั้นตอนรับแจ้ง ส่งข้อมูล และประสานงานให้เข้าใจตรงกัน เช่น การฝึกช่วยเหลือเรือโดยสารประสบภัยและการลำเลียงผู้ป่วยฉุกเฉินทางทะเล
ในด้านการประกาศข่าว Bangkok Radio รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต้นทางแล้วกระจายสู่เรือ โดยกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ส่งคำเตือนเกี่ยวกับการเดินเรือ เช่น ทุ่นเครื่องหมาย ประภาคาร พื้นที่สำรวจปิโตรเลียม และเคเบิลใต้น้ำ กรมอุตุนิยมวิทยาส่งพยากรณ์อากาศและคำเตือน ส่วนหน่วยงานค้นหาและช่วยเหลือส่งข้อมูลพื้นที่ปฏิบัติการ ข่าวประจำส่งตามตารางเวลาที่ประสานกับประเทศชายฝั่งอื่น ขณะที่ข่าวฉุกเฉินส่งได้ทุกเวลา ตามข้อมูลที่ NT นำเสนอ ศูนย์ประกาศข่าวเตือนมากกว่า 1,400 ฉบับต่อปี สะท้อนว่างานประจำมีทั้งการเตรียมพร้อมรับเหตุและการส่งข้อมูลเพื่อป้องกันอันตรายก่อนเกิดเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่ส่งข่าวตามข้อมูลจากหน่วยงานต้นทาง
กระบวนการส่งข่าวยังได้รับการพัฒนาจากการรับอีเมลหรือแฟกซ์ แล้วให้เจ้าหน้าที่แปลงข้อมูลเป็นข้อความก่อนนำเข้าระบบ มาเป็นระบบออนไลน์ที่หน่วยงานต้นทางสามารถพิมพ์และอนุมัติข่าวเข้าระบบได้ ช่วยลดขั้นตอนการจัดเตรียมข้อมูลก่อนส่งออกสู่เรือ ขณะที่โครงข่ายรองรับการทำงานประกอบด้วยสถานีวิทยุ 24 แห่ง แบ่งเป็นสถานีย่านความถี่ VHF จำนวน 20 แห่ง และสถานี MF และ HF อีก 4 แห่ง เชื่อมกับศูนย์ปฏิบัติการกลางที่นนทบุรีซึ่งมีเจ้าหน้าที่หมุนเวียนเฝ้าฟังตลอด 24 ชั่วโมง โดย VHF ใช้สื่อสารใกล้ฝั่ง ส่วน MF และ HF รองรับระยะไกลกว่า เครื่องมือที่ใช้มีทั้งวิทยุสื่อสารด้วยเสียง ระบบ DSC ระบบแสดงข้อมูลเรือ AIS และระบบกระจายข่าว NAVTEX ซึ่ง NT ระบุว่าโครงข่ายผ่านการตรวจประเมินมาตรฐานจาก IMO แล้ว
โอนภารกิจและจัดงบให้ชัด โดย NT อาจยังเดินระบบต่อ
นรินทร์อธิบายว่า ที่มาของการเสนอส่งมอบภารกิจสัมพันธ์ กับโครงสร้างหน่วยงานที่เปลี่ยนไป งานวิทยุเรือเริ่มต้นจากกระทรวงทหารเรือ ก่อนโอนมายังกรมไปรษณีย์โทรเลข การสื่อสารแห่งประเทศไทย และ CAT Telecom จนมาอยู่กับ NT หลังการควบรวมกับ TOT ใน พ.ศ. 2564 ขณะที่ภารกิจเกี่ยวกับการเดินเรือและการกำกับดูแลอยู่กับหน่วยงานด้านคมนาคม NT จึงเสนอให้มีหน่วยงานรับผิดชอบภารกิจและจัดสรรงบประมาณอย่างชัดเจน โดยหน่วยงานนั้นอาจจ้างบริษัทดูแลโครงข่ายและเดินระบบต่อ เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และความเชี่ยวชาญด้านการสื่อสารอยู่แล้ว การส่งมอบภารกิจจึงต้องแยกให้ชัดระหว่างผู้รับผิดชอบงาน ผู้จัดสรรงบประมาณ และผู้ปฏิบัติการ
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงคมนาคม เพื่อพิจารณารับมอบภารกิจแล้ว โดยฝ่ายคมนาคมอยู่ระหว่างเตรียมกระบวนการเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณามติรองรับ ขณะที่กรมเจ้าท่ายังอยู่ระหว่างทบทวนภายใน รายละเอียดที่ต้องหาข้อยุติยังรวมถึงรูปแบบการดำเนินงาน การถือครองทรัพย์สิน และการลงทุนในอนาคต หากใช้แนวทางให้หน่วยงานเจ้าภาพตั้งงบแล้วจ้าง NT บริหารระบบ ก็ต้องกำหนดขอบเขตงานและความรับผิดชอบของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงด้านบริหารไม่กระทบความต่อเนื่องของบริการ
ขณะเดียวกัน ความพร้อมของสถานีชายฝั่ง ต้องทำงานควบคู่กับความพร้อมของเรือ NT ระบุว่าเ รือท่องเที่ยวและเรือประมงบางส่วนยังไม่ได้ติดตั้งอุปกรณ์สื่อสารหรือติดตามตำแหน่งบางประเภท ส่วนข้อกำหนดสำหรับเรือภายในประเทศ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่า การเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย จึงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของผู้ดูแลโครงข่าย หน่วยกำกับดูแล ผู้ประกอบการเรือ และหน่วยช่วยเหลือ
สำหรับ Bangkok Radio นั้น NT ยืนยันว่าจะเดินระบบต่อระหว่างรอความชัดเจน โดยประเด็นที่ยังต้องติดตามคือหน่วยงานใดจะรับผิดชอบภารกิจและงบประมาณระยะยาว ตลอดจนรูปแบบการดำเนินงานที่จะทำให้โครงข่ายพร้อมรับสัญญาณขอความช่วยเหลือได้อย่างต่อเนื่อง
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
สิงคโปร์ดันธุรกิจใช้ AI เพิ่มขีดแข่งขันพัฒนาทักษะแรงงาน
Microsoft, SCB 10X, OpenAI เผยวิธีใช้ AI Agent พร้อมบทเรียนที่ต้องระวัง
นวัตกรรมไทยติดอะไร จบวิทยาศาสตร์อันดับ 7 แต่สิทธิบัตรยังต่ำ



