ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามกับการจัดงาน ‘One Person Business Summit’ มหกรรมสำหรับคนทำธุรกิจตัวคนเดียวครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้น ณ Grand Hall ชั้น 3, True Digital Park (West) โดยงานนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากทั้งกลุ่ม Creators, Freelancers, Side Hustlers และ Lean SMEs ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานจนเต็มทุกที่นั่ง เพื่อร่วมกันปักหมุดและขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจยุคใหม่ (One-Person Economy) ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
จากความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจทั่วโลกที่มีสถิติชี้ชัดว่า ธุรกิจที่ไม่มีลูกจ้างสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดและเติบโตเร็วกว่าธุรกิจแบบเดิมถึงสองเท่า ประกอบกับต้นทุนทางเทคโนโลยีและ AI ที่ลดลงมหาศาล ทำให้กรอบแนวคิดในการทำธุรกิจเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง งานในครั้งนี้จึงถูกจัดขึ้นเพื่อตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะความท้าทายหลักของนักธุรกิจตัวคนเดียวกว่า 61% ที่ต้องแบกรับทุกฟังก์ชันของธุรกิจจนเกิดอาการ Burn Out งานนี้จึงเป็นเหมือนพื้นที่สำคัญที่ช่วยติดอาวุธให้คนทำงานเดี่ยวสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและมีระบบรองรับ
ธนโชติ วิสุทธิสมาน CEO of Like Me Co., Ltd. (Future Trends) และผู้จัดงาน One Person Business Summit ได้เผยถึงวิสัยทัศน์ที่น่าสนใจว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่คนเพียงคนเดียวสามารถสร้างธุรกิจระดับพันล้านเหรียญได้จริง โดยอ้างอิงถึงการคาดการณ์ของ CEO ของ Anthropic ที่ว่าเราอาจได้เห็นบริษัทมูลค่า 1,000 ล้านเหรียญที่มีผู้นำเพียงคนเดียวภายในปี 2026 ซึ่งในวันนี้ที่เทคโนโลยีพัฒนาไปไกล ความเป็นไปได้นี้จึงอยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด
สำหรับนิยามของ ‘One Person Business’ ในโลกยุคใหม่ คุณธนโชติอธิบายว่าไม่ได้หมายถึงการทำงานคนเดียวแบบ 100% เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึง Small Team ขนาด 2-3 คนที่เน้นความ lean โดยมีปัจจัยเร่งสำคัญ 3 ประการคือ Infrastructure Technology ที่พร้อมเชื่อมโยง Creator Economy ที่เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขวาง และการเกิดขึ้นของ AI ที่เข้ามาช่วยเพิ่มศักยภาพและผลิตภาพในการทำงานให้เร็วขึ้นหลายเท่าตัว ซึ่งตอบโจทย์ทั้งกลุ่ม Freelance/Creator, เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการโตโดยไม่เพิ่มคน และองค์กรใหญ่ที่ต้องการสร้างทีมขนาดเล็กแต่สร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่
คุณธนโชติได้เน้นย้ำอีกว่า เป้าหมายหลักของเราคือการช่วยเร่งสปีดคนไทยให้ไปถึงอนาคตที่ดีกว่าให้เร็วที่สุด ผ่านการนำเสนอเทรนด์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสร้างกระแสที่นำพาเราไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน พร้อมหวังให้ผู้ร่วมงานทุกคนสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ได้จริง

งานในครั้งนี้อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาคุณภาพระดับประเทศ ผ่าน 4 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ Personal Brand & Audience, One Person Business Models, AI & Automation และ Scaling a Solo Business บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความเข้มข้นเนื้อหาที่อัดแน่นผ่านเซสชันที่หลากหลาย อาทิ
- เซสชัน Zero to Profit with No Capital: โดย อนัญญา สหัสสะรังษี ที่มาเผยกลยุทธ์ปั้น Paypers สู่มูลค่า 256 ล้านบาทใน 6 เดือน ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้น 0 บาท โดยใช้ ‘Career Capital’ หรือทักษะที่สั่งสมตลอด 20 ปี มาเป็นทุนในการแก้ปัญหาและสร้างการเติบโตยั่งยืนในฐานะ One Person Business
- เซสชัน The Irreplaceable Personal Brand: โดย รษิกา พาณีวงศ์ ถ่ายทอดกลยุทธ์สร้างแบรนด์ที่ AI เลียนแบบไม่ได้ ด้วยแนวคิด ‘DCA ตัวตน’ สะสมความเชื่อใจตลอด 15 ปี เน้นสร้าง Context และดึง ‘เนื้อแท้’ มาเป็นจุดขายจนไม่มีใครแทนที่ได้
- เซสชัน 10X Happiness One Person Business: โดย ศิวัตร เชาวรียวงศ์ เผยกลยุทธ์การบริหารพลังงานและออกแบบชีวิตเพื่อสร้างความสุขคูณสิบ ปรับเปลี่ยนจากเป้าหมายการเงินที่กดดัน มาเป็นการทำงานที่รักและสร้าง Impact เพื่อการเติบโตยั่งยืน
- เซสชัน The Philosophy of Building One-Person Business: โดย อานันท์ ตรีฐิติพัฒน์ ร่วมแชร์แนวคิดการออกแบบธุรกิจตาม ‘นาฬิกาชีวภาพ’ ของตัวเอง โดยใช้การบริหาร ‘ชิปความมั่งคั่ง 5 ประการ’ เพื่อสร้างสมดุลและความสุขที่แท้จริง
สำหรับผู้ที่พลาดการเข้าร่วม หรือต้องการรับชมเนื้อหาซ้ำอีกครั้ง สามารถซื้อ Rerun Session ของงาน One Person Business ได้แล้ววันนี้ โดยสามารถรับชมย้อนหลังได้อย่างเต็มอิ่มบนแพลตฟอร์ม FutureSkill ตั้งแต่วันที่ 22 กรกฎาคม เป็นต้นไป พร้อมรับสิทธิ์ราคาพิเศษ เพียง 1,290 บาท (เปิดขายราคานี้ถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2026 เท่านั้น)
ผ่านช่องทาง https://page.futuretrend.co/opbrerun
*ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
VISAI AI ชี้ข้อมูลโครงสร้าง คือปราการธุรกิจที่แท้จริง
ศาสตร์อ่านคนก่อนเจรจาธุรกิจ: ถอดรหัสภาษากาย โดย ดร.ตฤณห์ โพธิ์รักษา



