ออปโป้ ไทยแลนด์ เดินเกมรุกตลาดสมาร์ทโฟนราคาระดับกลางอย่างต่อเนื่อง เปิดตัว “OPPO Reno15 Series 5G” ครบจบในเครื่องเดียว ทั้งการถ่ายภาพและวิดีโอ สานต่อแนวคิด ‘The Portrait Expert’ เพื่อเจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่สายคอนเทนต์ ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ วิดีโอ และการแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดีย พร้อมดึงไอดอลและศิลปินตัวท็อปเจนใหม่ นำโดย The Portrait Expert ‘มินนี่ i-dle’ และ ‘เจฟ ซาเตอร์’ ร่วมด้วย ‘ซี พฤกษ์’, ‘นุนิว ชวรินทร์’, และ ‘บอนนี่ ภัทราภัสร์’ มาร่วมถ่ายทอดภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ที่มีพลังในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ โดยเปิดตัวพร้อมกับ OPPO Watch S และ OPPO Pad 5 เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างครบวงจร
ชานนท์ จิรายุกุล ประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายบริหาร ออปโป้แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ออปโป้มุ่งพัฒนาเทคโนโลยีการถ่ายภาพและวิดีโออย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มคนรุ่นใหม่ โดย OPPO Reno15 Series 5G มุ่งเน้นการตอบโจทย์อินไซต์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการมุมมองที่แปลกใหม่ในการนำเสนอตัวตนบนโลกโซเชียล โดยผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับ ‘Vibe’ และ ‘Storydoing’ ที่ดูจริงและเข้าถึงง่าย
ออปโป้จึงนำเทรนด์การถ่ายภาพพอร์ตเทรตมุมกว้างมาพัฒนาเป็นกล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP มาพร้อมระยะใหม่ 0.6x กว้างที่สุดในอุตสาหกรรม เพื่อทลายขีดจำกัดการเซลฟี่แบบเดิม ๆ พร้อมกับยกระดับการถ่ายภาพพอร์ตเทรตด้วยกล้องพอร์ตเทรตซูมได้ 3.5x มีสไตล์ ความละเอียด 50MP มอบภาพถ่ายสวยสะดุดตา เป็นธรรมชาติ
นอกจากนี้ ออปโป้ยังเตรียมสร้างความสนุกเพื่อมอบให้กับแฟน ๆ ผ่านไอดอล K-Pop และศิลปินไทยชื่อดังมากมาย นำโดย The Portrait Expert อย่าง มินนี่ i-dle และ เจฟ ซาเตอร์ ร่วมด้วย ซี พฤกษ์, นุนิว ชวรินทร์, และ บอนนี่ ภัทราภัสร์ เพื่อถ่ายทอดภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่สายคอนเทนต์ และเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการสร้างสรรค์คอนเทนต์ เป็นผู้นำเทรนด์ และสร้างตัวตนบนโซเชียลมีเดียได้อย่างลึกซึ้ง
ที่สุดแห่งการถ่ายภาพและวิดีโอระดับโปรในเครื่องเดียว
OPPO Reno15 Series 5G อัปเกรดกล้องเซลฟี่มุมกว้างพิเศษ 50MP ระยะ 0.6x กว้างที่สุดในวงการ ให้มุมมอง 100 องศา เก็บภาพบุคคลพร้อมบรรยากาศได้ครบเฟรม เสริมด้วย AI Portrait Glow ปรับผิวสว่างเป็นธรรมชาติ และฟีเจอร์ Popout สำหรับตัดต่อคอลลาจสุดเทรนดี้ ขณะที่รุ่น Reno15 5G, Pro และ Pro Max ยกระดับการถ่ายพอร์ตเทรตด้วยเลนส์ซูม 3.5x มอบภาพมีมิติโดดเด่น โดยเฉพาะรุ่น Pro ทั้งสองรุ่นรองรับวิดีโอ 4K HDR พร้อมระบบกันสั่นทุกระยะ และกล้องหลักความละเอียดสูงถึง 200MP ตอบโจทย์ครีเอเตอร์มืออาชีพ
ตัวเครื่องบางเฉียบขอบเหลี่ยมจับถนัดมือ โดย OPPO Reno15 5G มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Aurora White, Aurora Blue และ Twilight Blue ส่วนรุ่น Reno15 F 5G มาในสี Aurora Blue, Twilight Blue และ Afterglow Pink สำหรับรุ่น Pro 5G มีสี Aurora Blue และ Dusk Brown ขณะที่รุ่นท็อป Pro Max 5G มาในสีพรีเมียมอย่าง Aura Gold และ Dusk Brown
ขับเคลื่อนด้วย ColorOS 16 พร้อม AI Mind Space ผู้ช่วยอัจฉริยะที่เรียกใช้งานง่ายเพียงใช้ 3 นิ้วรูดขึ้น และ AI Super ToolBox ที่รวมฟีเจอร์ช่วยทำงาน เช่น แปลภาษาและสรุปการโทร นอกจากนี้ยังเอาใจเกมเมอร์ด้วย AI LinkBoost 3.0 และ AI HyperBoost 2.0 รักษาระดับเฟรมเรต 120fps บนหน้าจอรีเฟรชเรท 120Hz ได้นิ่งและลื่นไหล ใช้งานยาวนานด้วยแบตเตอรี่สูงสุด 7000mAh รองรับชาร์จไว 80W SUPERVOOC และชาร์จไร้สาย 50W AIRVOOC

สำหรับ OPPO Reno15 Series 5G วางจำหน่ายในราคา ดังนี้
- OPPO Reno15 F 5G มาพร้อม 2 ความจุ ได้แก่ OPPO Reno15 F 5G (8+256GB) และ OPPO Reno15 F 5G (12+256GB) วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 11,999 บาท
- OPPO Reno15 5G มาพร้อม 2 ความจุ ได้แก่ OPPO Reno15 5G (12+256GB) และ OPPO Reno15 5G (12+512GB) วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 16,999 บาท
- OPPO Reno15 Pro 5G (12+256GB) วางจำหน่ายในราคา 20,999 บาท
- OPPO Reno15 Pro Max 5G (12+512GB) วางจำหน่ายในราคา 24,999 บาท
เสริมทัพด้วย OPPO Watch S และ OPPO Pad 5 รุ่นล่าสุด
นอกจากนี้ ออปโป้ยังเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ IoT ใหม่ ไม่ว่าจะเป็น OPPO Watch S สมาร์ตวอทช์ที่เป็นนิยามใหม่ของความบาง และความอัจฉริยะ มากับดีไซน์บางเฉียบที่สุดที่เคยมีมาเพียง 8.9 มิลลิเมตร อัปลุคสุดพรีเมียมด้วยตัวเรือนสแตนเลสสตีล เน้นความคล่องตัวและทันสมัย รองรับโหมดกีฬามากกว่า 100 ประเภท และโหมดโปรสำหรับ 12 กีฬายอดฮิต พร้อมฟังก์ชันการวิเคราะห์สุขภาพระดับเรือธง และเชื่อมต่อได้ถึง 2 เครื่องพร้อมกัน เพื่อให้ไม่พลาดทุกการสื่อสาร รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 10 วัน มาใน 2 สีคลาสสิก ได้แก่ สีเงิน Silver Gleam และสีดำ Phantom Black วางจำหน่ายในราคา 5,999 บาท
จับคู่มากับ OPPO Pad 5 แท็บเล็ตรุ่นใหม่หน้าจอ 12.1 นิ้ว 2.8K แบบ Anti-Glare Soft Light ถนอมสายตาและ Pastel Mode ให้อารมณ์เหมือนอ่านบนกระดาษ รองรับปากกา Stylus ความหน่วงต่ำตอบสนองแรงกดหลายระดับเขียนลื่นเป็นธรรมชาติเพื่อการจดเลกเชอร์และสร้างสรรค์ผลงาน ขับเคลื่อนด้วย ColorOS for Pad ที่มอบประสบการณ์ Smart & Smooth ที่สุด มี Flux Themes ปรับแต่งได้ 5 แบบ วิดเจ็ตล็อกสกรีนได้ถึง 6 ช่อง และ AI Image-to-Text (ภาษาอังกฤษเท่านั้น) เสริมประสิทธิภาพด้วยระบบจัดการหน้าจออัจฉริยะ Flux Home Screen, Fluid Cloud รวมถึง Split-Screen และ Floating Window พร้อมลำโพง Quad Speaker เสียงคมชัด ใช้งานยาวนานด้วยแบตเตอรี่ 10050mAh พร้อมเชื่อมต่อไร้รอยต่อแบบ Cross-ecosystem ร่วมกับ Apple, Android และ Windows ได้ทุกที่ทุกเวลา วางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 13,999 บาท
สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของ OPPO Reno15 Series 5G สามารถสั่งจองเครื่องได้ตั้งแต่วันที่ 9 – 15 มกราคม 2569 โดยผู้ที่รับเครื่องภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 จะได้รับสิทธิ์ 180 Days Replacement Service เปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ฟรี 1 ครั้ง หากเครื่องเสียหายภายใต้เงื่อนไขประกันภายใน 180 วัน พร้อมกับของสมนาคุณพิเศษอีกมากมาย
ลูกค้าที่จอง OPPO Reno15 Pro Max 5G รับสิทธิพิเศษมูลค่ารวม 18,198 บาท ประกอบด้วย
- E-VIP Card ประกันจอแตก 1 ครั้งภายในระยะเวลา 2 ปี (นับจากวันที่รับเครื่อง มีผลบังคับใช้ 2 ปี) มูลค่า 15,000 บาท
- Refresh Service ฟรีบริการติดฟิล์มกันรอยที่ศูนย์บริการ OPPO ภายในระยะเวลา 2 ปี (นับจากวันที่รับเครื่อง มีผลบังคับใช้ 2 ปี) มูลค่า 1,199 บาท
- OPPO Enco Air4 มูลค่า 1,999 บาท
ลูกค้าที่จอง OPPO Reno15 Pro 5G รับสิทธิพิเศษมูลค่า 15,198 บาท ประกอบด้วย
- E-VIP Card ประกันจอแตกจํานวน 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 2 ปี (นับจากวันที่รับเครื่อง มีผลบังคับใช้ 2 ปี) มูลค่า 12,000 บาท
- Refresh Service ฟรีบริการติดฟิล์มกันรอยที่ศูนย์บริการ OPPO ภายในระยะเวลา 2 ปี (นับจากวันที่รับเครื่อง มีผลบังคับใช้ 2 ปี) มูลค่า 1,199 บาท
- OPPO Enco Air4 มูลค่า 1,999 บาท
ลูกค้าที่จอง OPPO Reno15 5G รับสิทธิพิเศษมูลค่า 11,198 บาท ประกอบด้วย
- E-VIP Card ประกันจอแตกจํานวน 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 2 ปี (นับจากวันที่รับเครื่อง มีผลบังคับใช้ 2 ปี) มูลค่า 9,000 บาท
- Refresh Service ฟรีบริการติดฟิล์มกันรอยที่ศูนย์บริการ OPPO ภายในระยะเวลา 2 ปี (นับจากวันที่รับเครื่อง มีผลบังคับใช้ 2 ปี) มูลค่า 1,199 บาท
- OPPO Enco Buds3 Pro มูลค่า 999 บาท
และลูกค้าที่จอง OPPO Reno15 F 5G รับสิทธิพิเศษมูลค่า 8,998 บาท ประกอบด้วย
- E-VIP Card ประกันจอแตกจํานวน 1 ครั้ง ภายในระยะเวลา 2 ปี (นับจากวันที่รับเครื่อง มีผลบังคับใช้ 2 ปี) มูลค่า 7,000 บาท
- Refresh Service ฟรีบริการติดฟิล์มกันรอยที่ศูนย์บริการ OPPO ภายในระยะเวลา 2 ปี (นับจากวันที่รับเครื่อง มีผลบังคับใช้ 2 ปี) มูลค่า 1,199 บาท
- OPPO Enco Buds3 มูลค่า 799 บาท
หรือสามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ผ่านทางผู้ให้บริการเครือข่ายที่ร่วมรายการ เพื่อรับส่วนลดสูงสุดถึง 8,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 9 – 15 มกราคม 2569 เท่านั้น
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
เลอโนโว เปิดตัว ‘Personal AI Super Agent ในงาน CES 2026
อโกด้า กางสถิติปี 69 เผย ‘เกาะช้าง’ แชมป์แหล่งท่องเที่ยวดาวรุ่งเบอร์ 1 ของไทย



