OR ผนึกกำลัง Centara รุกตลาดที่พักราคาประหยัด นำร่อง 6 จังหวัดยุทธศาสตร์ พลิกโฉมสถานีบริการน้ำมันสู่ Lifestyle Hub ครบวงจร “ม.ล.ปีกทอง” ชูโมเดลบริหารต้นทุนต่ำ ผสาน Ecosystem ในปั๊ม ตั้งเป้าเปิดให้บริการและวัดผลความสำเร็จปลายปี 2570
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เดินหน้าขยายพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ Lifestyle ครั้งสำคัญ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับเครือโรงแรมเซ็นทรัล (Centara) เพื่อรุกตลาด “Budget Hotel” อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นการบริหารจัดการสินทรัพย์ที่ดิน (Asset Utilization) ภายในสถานีบริการน้ำมันและพื้นที่ศักยภาพของดีลเลอร์ให้เกิดมูลค่าสูงสุด นำร่องโครงการแรก 6 แห่งในจังหวัดท่องเที่ยวและเศรษฐกิจสำคัญ หวังยกระดับสถานีบริการน้ำมันจากจุดแวะพักให้กลายเป็นศูนย์กลางการใช้ชีวิต (Lifestyle Hub) ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมวางกรอบเวลาประเมินผลการดำเนินงานชัดเจนในช่วงปลายปี 2570 เพื่อกำหนดทิศทางการขยายสาขาทั่วประเทศในอนาคต
การบริหารสินทรัพย์และการผนึกกำลังพันธมิตร: งัดขุมทรัพย์ที่ดิน ผสานจุดแกร่งมืออาชีพ
หัวใจสำคัญของดีลนี้ไม่ใช่เพียงแค่การสร้างโรงแรม แต่คือยุทธศาสตร์การบริหารสินทรัพย์ (Asset Utilization) เพื่อเปลี่ยนที่ดินในมือให้เกิดมูลค่าสูงสุด หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) ชี้ให้เห็นว่า OR ถือครอง “ขุมทรัพย์” ที่เป็นเครือข่ายสถานีบริการกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งหลายแห่งตั้งอยู่ใน Prime Area ติดถนนสายหลัก ใกล้สนามบิน และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่มีสถานีบริการขนาดใหญ่ พื้นที่กว้างขวางถึง 5-10 ไร่ ซึ่งยังมีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับการพัฒนาต่อยอด
อย่างไรก็ตาม OR ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า แม้บริษัทจะเชี่ยวชาญในธุรกิจน้ำมันและค้าปลีกมานานเกือบ 50 ปี แต่ “ธุรกิจโรงแรม” เป็นศาสตร์ที่แตกต่าง การจะลงมือสร้างแบรนด์หรือบริหารจัดการเองทั้งหมดอาจต้องใช้เวลาเรียนรู้ (Learning Curve) นานเกินไป และอาจเสียโอกาสทางธุรกิจ
การตัดสินใจจับมือกับ Centara จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุด ด้วยเหตุผลเชิงกลยุทธ์ 3 ประการ:
- เติมเต็มส่วนที่ขาด (Filling the Gap): Centara เป็นเชนโรงแรมชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญระดับสากล แต่ยังไม่มีแบรนด์ Budget Hotel ที่ชัดเจนในพอร์ตโฟลิโอ การร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการเติมเต็มจิ๊กซอว์ทางธุรกิจให้สมบูรณ์ทั้งสองฝ่าย
- ความเข้ากันได้ขององค์กร (Cultural Fit): ผู้บริหาร OR มองว่า Centara เป็นพาร์ทเนอร์ที่มีวัฒนธรรมองค์กรและวิสัยทัศน์ที่สอดคล้องกัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การร่วมทุนประสบความสำเร็จ
- พลังเครือข่ายดีลเลอร์ (Local Strength): นอกจากการลงทุนเองแล้ว OR ยังมีจุดแข็งจากเครือข่ายดีลเลอร์กว่า 80% ที่เป็น “เศรษฐีภูธร” หรือผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น ซึ่งถือครองที่ดินศักยภาพสูงจำนวนมาก (Land Bank) การมีโมเดลโรงแรมที่ชัดเจนจากส่วนกลาง จะช่วยเปิดโอกาสให้ดีลเลอร์เหล่านี้สามารถนำที่ดินมาพัฒนาธุรกิจร่วมกับ OR ได้ในอนาคต
โมเดลความร่วมมือนี้ จึงเปรียบเสมือนการ “สองแรงแข็งขัน” ที่ฝ่ายหนึ่งมีทำเลทองและเงินทุน ส่วนอีกฝ่ายมีระบบบริหารจัดการและแบรนด์ที่แข็งแกร่ง เพื่อร่วมกันยึดครองตลาดที่พักนักเดินทางทั่วประเทศ
โมเดลที่พักเพื่อนักเดินทาง: เจาะลึกความคุ้มค่า บนระบบนิเวศที่ครบวงจร
ราชสุดา รังสิยากูล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกิจการพิเศษ 1 ของ OR แม่ทัพหญิงผู้ดูแลโครงการนี้ ได้กางพิมพ์เขียวของธุรกิจโรงแรมใหม่อย่างชัดเจน โดยวางตำแหน่งทางการตลาด (Positioning) ให้เป็น Budget Hotel ที่เน้นความคุ้มค่าและเข้าถึงง่าย เทียบเคียงได้กับแบรนด์ Hop Inn ในตลาด โดยมีรายละเอียดโครงสร้างการลงทุนและการให้บริการที่น่าสนใจ ดังนี้:
สเปกโครงการ: “Lean & Smart” ลงทุนน้อยคืนทุนไว
เพื่อให้เกิดความคล่องตัวสูงสุด โรงแรมแต่ละแห่งจะถูกออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด จำนวนห้องพักประมาณ 70 – 80 ห้อง โดยควบคุมงบลงทุนก่อสร้างให้อยู่ในระดับที่มีประสิทธิภาพเฉลี่ย ไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อห้อง และกำหนดราคาเข้าพักที่จับต้องได้สำหรับคนเดินทางทั่วไปและนักท่องเที่ยว คือเฉลี่ยคืนละ 800 – 1,000 บาทเศษ ขึ้นอยู่กับศักยภาพของทำเล
พลิกโฉม”ปั๊มน้ำมัน” สู่”ล็อบบี้โรงแรม” ที่ใหญ่ที่สุด
จุดเด่นที่ทำให้โมเดลนี้แตกต่างจากคู่แข่งคือการผสาน Ecosystemภายในสถานีบริการน้ำมันเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริการโรงแรม (Hotel Amenities) ทำให้สามารถตัดลดต้นทุนที่ไม่จำเป็นออกไปได้ (Lean Operation) โดยที่ผู้เข้าพักยังได้รับความสะดวกสบายครบครัน:
- Dining: ไม่จำเป็นต้องลงทุนสร้างห้องอาหารหรือครัวขนาดใหญ่ เพราะมี Café Amazon ให้บริการเครื่องดื่มและอาหารเช้า รวมถึง 7-Eleven ที่พร้อมบริการอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคตลอด 24 ชั่วโมง
- Living: ตัดปัญหาเรื่องบริการซักรีดด้วยร้านสะดวกซัก Otteri ที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน
- Mobility: รองรับนักเดินทางยุคใหม่ด้วยสถานีชาร์จไฟฟ้า EV Station PluZ และบริการเติมน้ำมันมาตรฐาน OR
- Safety: ชูจุดขายความเป็น “Safe Zone” ที่มีแสงสว่างและความปลอดภัยสูง มั่นใจได้ตลอดการเข้าพัก
Win-Win Strategy: รายได้สองทาง
โมเดลนี้ยังถูกออกแบบมาเพื่อสร้าง รายได้ทางอ้อม (Indirect Benefit) กลับคืนสู่ธุรกิจค้าปลีกของ OR โดยคาดการณ์ว่า ลูกค้าที่เข้ามาพักกว่า 30% จะกลายเป็นลูกค้าของ Café Amazon และ 7-Eleven โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายในสาขานั้น ๆ ให้เติบโตควบคู่กันไป
ปักหมุด 6 ทำเลนำร่อง: โมเดล 5+1
ในเฟสแรก OR จะเริ่มทดสอบตลาดด้วยโรงแรม 6 แห่ง ในรูปแบบผสมผสาน “5+1” คือ ตั้งอยู่ภายในสถานีบริการน้ำมัน 5 แห่ง และตั้งอยู่นอกสถานีบริการ (Standalone) บนที่ดินศักยภาพของดีลเลอร์อีก 1 แห่ง โดยกระจายตัวอยู่ในจังหวัดยุทธศาสตร์สำคัญทั้งเมืองท่องเที่ยวและเส้นทางคมนาคมหลัก ได้แก่ กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, สงขลา (หาดใหญ่), อยุธยา, ชลบุรี, กาญจนบุรี และพิจิตร
ทั้งนี้ โครงการทั้งหมดจะทยอยก่อสร้างและคาดว่าจะเปิดให้บริการพร้อมประเมินผลความสำเร็จ (Performance Measurement) ได้ในช่วง ปลายปี 2570 ก่อนจะพิจารณาขยายผลปูพรมสาขาเพิ่มทั่วประเทศในอนาคต
ก้าวต่อไปสู่ปลายปี 2570 บทพิสูจน์โมเดลก่อนปูพรมทั่วไทย
โครงการโรงแรมราคาประหยัดทั้ง 6 แห่งนี้ มิใช่เพียงการลงทุนเพื่อสร้างสินทรัพย์ใหม่ แต่เป็น “Sandbox” หรือพื้นที่ทดสอบโมเดลธุรกิจครั้งสำคัญของ OR โดยขีดเส้นตายการวัดผลความสำเร็จไว้อย่างชัดเจนที่ “ปลายปี 2570
ระยะทดสอบ (Pilot Phase) ทยอยเปิด-วัดผลจริง การก่อสร้างโรงแรมทั้ง 6 แห่งจะดำเนินการทยอยไปตามความพร้อมของแต่ละพื้นที่ โดย OR จะใช้ช่วงเวลานี้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการดำเนินงานจริง (Performance Data) จากทุกทำเลที่แตกต่างกัน ทั้งเมืองท่องเที่ยวหลัก (ภูเก็ต, หาดใหญ่), เมืองอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจ (ชลบุรี, อยุธยา), และเมืองรอง (พิจิตร) เพื่อพิสูจน์สมมติฐานว่าโมเดล Budget Hotel ใน Ecosystem ของปั๊มน้ำมัน สามารถตอบโจทย์ลูกค้าและสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าได้จริงในทุกบริบทพื้นที่หรือไม่
สู่การขยายตัวทั่วประเทศ ข้อมูลผลประกอบการในช่วงปลายปี 2570 จะเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดในการตัดสินใจก้าวต่อไป คุณราชสุดา ระบุว่า หากผลการดำเนินงานของทั้ง 6 แห่ง เป็นไปตามเป้าหมายและสามารถ “ไปต่อได้” ในเชิงธุรกิจ OR และ Centara จะนำข้อมูลนี้มาวางแผนร่วมกันอีกครั้งเพื่อ “ขยายผลปูพรมทั่วประเทศ”
นี่จึงเป็นการเดินหมากที่รัดกุมของ OR ที่เลือก “เริ่มเล็กแต่คิดใหญ่” (Start Small, Think Big) โดยใช้สินทรัพย์ที่มีอยู่จำกัดในเฟสแรกเพื่อลดความเสี่ยง ก่อนที่จะเปลี่ยนที่ดินในมือดีลเลอร์ทั่วประเทศให้กลายเป็นเครือข่ายโรงแรมราคาประหยัดที่ทรงพลังที่สุดรายหนึ่งของไทยในทศวรรษหน้า
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
เปิดตัว ARAYA Industrial Hub ยกระดับไทยสู่ฮับซัพพลายเชนภูมิภาค
มาสเตอร์ แปลน 101 รุกตลาดบ้านหรู ชูคอนเซ็ปต์ใหม่ ตั้งเป้าปี 69 โต 25%



