กลุ่มบริษัทสามารถ (SAMART) เดินหน้าปรับองค์กรครั้งใหม่ หลังดำเนินธุรกิจมายาวนาน 72 ปี โดยเตรียมต่อยอดฐานธุรกิจเดิมไปสู่ปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด ธุรกิจองค์กร และเทคโนโลยีแห่งอนาคต ตั้งเป้าให้ธุรกิจใหม่สร้างรายได้อย่างน้อย 10% ภายใน 2–3 ปี พร้อมเปิดตัวทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ “SAMART NEW GEN” ซึ่งจะเข้ามารับผิดชอบงานสำคัญและร่วมขับเคลื่อนองค์กรในระยะต่อไป
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กลุ่มสามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ธุรกิจเสาอากาศโทรทัศน์ จานดาวเทียม ระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1900 จนถึงการเป็นบริษัทเทคโนโลยีในปัจจุบัน การปรับทัพครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวขององค์กรที่ต้องการลดการยึดติดกับภาพจำเดิม และสร้างโอกาสจากธุรกิจนวัตกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตในอนาคต
ครึ่งปีแรกกำไรโต 30% งานในมือแตะ 14,889 ล้านบาท

ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2569 กลุ่มสามารถมีรายได้รวม 5,679 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีรายได้ 5,300 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จาก 215 ล้านบาทในปีก่อน
เฉพาะไตรมาส 2 บริษัทมีรายได้รวม 2,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% และมีกำไรสุทธิประมาณ 131–141 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีกำไรต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 8
ปัจจุบัน กลุ่มสามารถมีมูลค่างานตามสัญญาที่ยังไม่รับรู้รายได้ 14,889 ล้านบาท และเตรียมเข้าประมูลโครงการใหม่มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลัง โดยตั้งเป้าเพิ่มมูลค่างานในมือให้เกิน 20,000 ล้านบาทภายในสิ้นปี เพื่อรองรับการเติบโตและสร้างรายได้ในระยะต่อไป
เดิมบริษัทตั้งเป้ารายได้รวมปีนี้ไว้ประมาณ 14,000 ล้านบาท แต่ความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลช่วงครึ่งปีแรกส่งผลให้การเบิกจ่ายงบประมาณชะลอตัว ประกอบกับสถานการณ์สงครามในต่างประเทศที่กระทบจำนวนเที่ยวบิน บริษัทจึงอาจปรับลดเป้าหมายรายได้ลง อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารยังมั่นใจว่ากำไรสุทธิปีนี้จะสูงกว่าปีก่อน ซึ่งทำได้ 480 ล้านบาท และคาดว่ากำไรสุทธิมีโอกาสแตะระดับ 1,000 ล้านบาทในปีหน้า
3 ธุรกิจหลักหนุนฐานรายได้
ธุรกิจดิจิทัลไอซีทีโซลูชัน ภายใต้บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) หรือ SAMTEL ยังคงเป็นแหล่งรายได้หลักของกลุ่ม ในไตรมาส 2 บริษัทลงนามสัญญาโครงการใหม่รวม 2,358 ล้านบาท ครอบคลุมโครงการปรับปรุงระบบสารสนเทศเพื่อบริหารทรัพยากรองค์กรของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และโครงการพัฒนาระบบรังวัดอิเล็กทรอนิกส์ของกรมที่ดิน
ปัจจุบัน SAMTEL มีมูลค่างานในมือประมาณ 7,997 ล้านบาท และคาดว่าจะเข้าร่วมประมูลงานใหม่อีกไม่น้อยกว่า 7,500 ล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลัง หลังงบประมาณภาครัฐเริ่มกลับมาเบิกจ่าย
ธุรกิจสาธารณูปโภคและขนส่งมีมูลค่างานในมือ 6,738 ล้านบาท โดยบริษัท เทด้า จำกัด หรือ TEDA ซึ่งรับงานก่อสร้างสายส่งและสถานีไฟฟ้าแรงสูง เริ่มขยายไปสู่งานก่อสร้างสถานีไฟฟ้าย่อยสำหรับเชื่อมต่อกับศูนย์ข้อมูลภายใต้การดูแลของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ส่งผลให้รายได้เติบโต 21%
ส่วนบริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV ผู้ให้บริการบริหารจราจรทางอากาศในกัมพูชา แม้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในไตรมาส 2 แต่เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวในไตรมาส 3
รายได้มากกว่า 70% ของ SAV มาจากเที่ยวบินที่บินผ่านน่านฟ้ากัมพูชา โดยเที่ยวบินจากเวียดนามที่ผ่านน่านฟ้ากัมพูชาเติบโต 24% และมีสัดส่วนเกือบ 40% ของเที่ยวบินผ่านทั้งหมด ขณะเดียวกัน นโยบายยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้นักท่องเที่ยวจีน ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนตุลาคม ยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนรายได้
ธุรกิจดิจิทัลคอมมิวนิเคชัน ภายใต้บริษัท สามารถดิจิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SDC มีรายได้จากการติดตั้งอุปกรณ์ระบบวิทยุสื่อสารดิจิทัลเฉพาะกิจของกระทรวงมหาดไทย สัญญาปัจจุบันจะสิ้นสุดในช่วงเดือนพฤศจิกายน–ธันวาคม แต่บริษัทคาดว่าจะได้รับการต่อสัญญาหรือชนะการประมูลงานต่อเนื่อง ปัจจุบันธุรกิจนี้มีมูลค่างานในมือ 154 ล้านบาท
วาง 4 ธุรกิจใหม่สร้างรายได้ 10% ใน 2–3 ปี
กลุ่มสามารถตั้งเป้าให้ธุรกิจใหม่สร้างรายได้อย่างน้อย 10% ของรายได้รวมภายใน 2–3 ปี โดยวางทิศทางไว้ 4 ด้าน ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์สำหรับภาครัฐและภาคเอกชน พลังงานสะอาด ธุรกิจองค์กร และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ด้านปัญญาประดิษฐ์ บริษัทเริ่มทดลองใช้ภายในองค์กรด้วยการพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันสำหรับฝ่ายการเงินและบัญชี ระบบดังกล่าวสามารถรวบรวมข้อมูลธุรกรรมนับแสนรายการจาก SAP แล้วประมวลผลเป็นงบการเงินและไฟล์นำเสนอสำหรับคณะกรรมการ ช่วยลดเวลาทำงานจากเดิม 30–35 ชั่วโมง เหลือไม่ถึง 30 นาที
บริษัทตั้งเป้าอบรมพนักงานให้ใช้ปัญญาประดิษฐ์ได้ 500–600 คนภายในสิ้นปีนี้ หลังจากอบรมผู้บริหารแล้วกว่า 150 คน เพื่อลดต้นทุนการดำเนินงาน ก่อนนำระบบที่พัฒนาขึ้นไปให้บริการแก่ลูกค้าภาครัฐและเอกชน โดยอาศัยฐานลูกค้าที่มีอยู่ในหลายกระทรวง รวมถึงเครือข่ายผู้ประกอบการรายใหญ่
ด้านพลังงานสะอาด กลุ่มสามารถจัดตั้งบริษัท สามารถ กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด เพื่อพัฒนาโซลูชันด้านโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน และระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรจากจีนติดตั้งระบบชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โดยเตรียมเปิดตัวและทดสอบระบบในเดือนกันยายนนี้
สำหรับธุรกิจองค์กร บริษัทจะขยายบริการระบบคลาวด์ ระบบบริหารทรัพยากรองค์กร และระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ จากฐานลูกค้าภาครัฐไปสู่ภาคเอกชนมากขึ้น
ส่วนเทคโนโลยีแห่งอนาคต บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ระบบอัตโนมัติ และการนำปัญญาประดิษฐ์เข้ามาทำงานร่วมกัน โดยเตรียมนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาจัดแสดงในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า
เปิดตัว “SAMART NEW GEN” รับช่วงบริหารองค์กร

การปรับองค์กรครั้งนี้ยังรวมถึงการถ่ายทอดประสบการณ์จากผู้บริหารรุ่นเดิมไปสู่ทีม “SAMART NEW GEN” ซึ่งจะเข้ามารับผิดชอบทั้งงานปฏิบัติการ การเงิน การพัฒนาธุรกิจ นักลงทุนสัมพันธ์ เทคโนโลยี และการสื่อสาร เพื่อเปิดทางให้ วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ มุ่งดูแลยุทธศาสตร์ภาพรวมและแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ได้มากขึ้น
แมน–ชัยชนก วิไลลักษณ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จาก Cornell University และด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูลจาก UC Berkeley รวมทั้งมีประสบการณ์ทำงานวิจัยที่ Stanford University โดยจะรับผิดชอบการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
โฟน–รัฐนันนท์ วิไลลักษณ์ ปรับบทบาทจากงานนักลงทุนสัมพันธ์ไปดูแลงานปฏิบัติการ พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจเทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของกลุ่ม
พัท–พัทธนันท์ วิไลลักษณ์ สำเร็จการศึกษาด้านการเงินจาก University of Illinois และด้านการตลาดจากต่างประเทศ จะเข้ามาดูแลงานพัฒนาธุรกิจและนักลงทุนสัมพันธ์ พร้อมเรียนรู้โครงสร้างของบริษัทต่าง ๆ ภายในกลุ่ม
มายด์–พรชนก วิไลลักษณ์ ทายาทของ จรัล วิไลลักษณ์ สำเร็จการศึกษาจาก University of Illinois Urbana-Champaign รวมถึงระดับปริญญาโทจาก Columbia University และ UCL จะรับผิดชอบงานบริหารการเงินและบัญชีของกลุ่ม
ปาร์คกี้–นิธินันท์ วิไลลักษณ์ บุตรชายคนเล็กของคุณวัฒน์ชัย สำเร็จการศึกษาด้านภาพยนตร์และสื่อดิจิทัลจาก Syracuse University และมีประสบการณ์ทำงานกับบริษัทผลิตภาพยนตร์ในฮอลลีวูด จะเข้ามาดูแลงานประชาสัมพันธ์และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อสื่อสารกับคนรุ่นใหม่และปรับภาพลักษณ์ของบริษัท
ปรับวัฒนธรรมองค์กรเปิดพื้นที่รับคนรุ่นใหม่
นอกจากปรับโครงสร้างผู้บริหารแล้ว กลุ่มสามารถยังเริ่มเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมการทำงานเพื่อรองรับบุคลากรรุ่นใหม่ โดยจัดทำพื้นที่ทำงานร่วมกันภายในอาคารสำนักงาน เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และทำงานร่วมกันได้มากขึ้น
ทิศทางของกลุ่มสามารถหลังดำเนินธุรกิจมายาวนาน 72 ปี จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการรักษาฐานรายได้จากธุรกิจเดิม แต่กำลังเตรียมองค์กรสำหรับการเติบโตระยะต่อไป ทั้งการลงทุนในปัญญาประดิษฐ์ พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีใหม่ ควบคู่กับการส่งต่อบทบาทให้ผู้บริหารรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนขับเคลื่อนธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
ดาต้าเซ็นเตอร์แสนล้าน: ไทยได้อะไรจากคลื่นลงทุนครั้งใหญ่
กรุงศรี ฟินโนเวต เข้าลงทุนใน 3 สตาร์ตอัปต่างประเทศสาย AI-InsurTech-FinTech



