บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART ประกาศความเคลื่อนไหวสำคัญเพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 มีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืน (Share Repurchase) เพื่อการบริหารทางการเงิน ในวงเงินไม่เกิน 200 ล้านบาท ระบุชัดราคาหุ้นปัจจุบันต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง
วัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาธุรกิจใหม่ SAMART เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมเข้าซื้อหุ้นคืนเป็นจำนวนไม่เกิน 36,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 3.58 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด โดยมีรายละเอียดและกรอบเวลาดังนี้:
- วิธีการ: ซื้อผ่านระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- ระยะเวลาดำเนินการ: ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569
- เกณฑ์ราคา: ราคาซื้อคืนจะไม่เกินร้อยละ 115 ของราคาปิดเฉลี่ย 5 วันทำการย้อนหลัง เพื่อให้สะท้อนมูลค่าพื้นฐานที่เหมาะสม
ชี้ราคาหุ้นต่ำกว่า Book Value – มั่นใจพื้นฐานแกร่ง
คุณวัฒน์ชัยระบุว่า การตัดสินใจซื้อหุ้นคืนในครั้งนี้เนื่องจากบริษัทฯ มองว่าราคาหุ้นในกระดานปัจจุบันอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี (Book Value) ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 6.80 บาทต่อหุ้น ขณะที่พื้นฐานธุรกิจและฐานะการเงินของกลุ่มสามารถยังคงแข็งแกร่งและมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว
“การซื้อหุ้นคืนในช่วงที่ราคาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี เป็นการบริหารเงินทุนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สะท้อนความเชื่อมั่นของฝ่ายบริหารต่ออนาคตของบริษัท และเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นโดยตรง” นายวัฒน์ชัย กล่าว
สภาพคล่องเหลือเฟือ ไม่กระทบแผนลงทุน
ด้านความพร้อมทางการเงิน ข้อมูล ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ระบุว่า SAMART มีฐานะการเงินที่มั่นคงสูง:
- กำไรสะสม: 1,172 ล้านบาท
- เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด: 450 ล้านบาท
- กระแสเงินสดคาดการณ์: คาดว่าจะมีกระแสเงินสดสุทธิกว่า 400 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยืนยันว่าวงเงินในการซื้อหุ้นคืนจะไม่กระทบต่อการชำระหนี้สินที่จะครบกำหนดจำนวน 195 ล้านบาท รวมถึงไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจหลักหรือโครงการลงทุนใหม่ๆ ในอนาคต
ประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้น
การลดจำนวนหุ้นที่หมุนเวียนในตลาดจะส่งผลบวกต่อตัวเลขทางการเงินที่สำคัญ ได้แก่:
- กำไรต่อหุ้น (EPS) ปรับตัวดีขึ้น
- อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) สูงขึ้น
- โอกาสรับเงินปันผลต่อหุ้นที่สูงขึ้น เนื่องจากหุ้นที่ซื้อคืนจะไม่มีสิทธิได้รับปันผล
การดำเนินโครงการครั้งนี้จึงเป็นการตอกย้ำถึงธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการทุนอย่างรอบคอบ เพื่อความมั่งคั่งที่ยั่งยืนของผู้ถือหุ้นทุกคน
ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
KTC 2026 กลยุทธ์ ‘Shift Forward’ ด้วยดิจิทัล และ AI
บำรุงราษฎร์ ปักหมุดภูเก็ต ทุ่ม 4.3 พันล้านบาท ยกระดับไทยเป็น Longevity Hub โลก



