Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ววน. เปิดตัว SRI Alert แพลตฟอร์มอัจฉริยะกู้ชีพภัยพิบัติ

ววน. เปิดตัว SRI Alert แพลตฟอร์มอัจฉริยะกู้ชีพภัยพิบัติ

กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) โดย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายวิจัยทั่วประเทศ เปิดตัวระบบแจ้งเตือนภัยอัจฉริยะ “SRI Alert” หรือ ศรีเตือนภัย ชูนวัตกรรม AI และเซนเซอร์โครงสร้างอาคาร รับมือภัยพิบัติแผ่นดินไหว-น้ำท่วม-ดินถล่ม แม่นยำถึงระดับตำบล หวังปิดช่องโหว่การสื่อสารวิกฤติของประเทศ

จากวิกฤติแผ่นดินไหวสู่ภารกิจกู้ชีพระดับชาติ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่สั่นสะเทือนถึงกรุงเทพมหานครได้สร้างความตระหนกครั้งใหญ่ ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว. ถ่ายทอดวินาทีระทึกขณะติดอยู่บนชั้น 23 ของอาคาร SM Tower ว่า “รู้แต่ว่าหน้ามืดแล้วโคลงเคลงรุนแรงมาก… มีความรู้สึกเดียวคือรอดหรือไม่รอด”

 ศ.ดร.สมปอง คล้ายหนองสรวง ผู้อำนวยการ สกสว.

วิกฤติในวันนั้นกลายเป็นโจทย์สำคัญให้ ววน. เร่งหาคำตอบเพื่อปกป้องชีวิตประชาชน นำมาสู่การพัฒนาแพลตฟอร์ม SRI Alert ซึ่งเป็นการบูรณาการองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานวิจัยชั้นนำ เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศไทยจากการมีเพียง องค์ความรู้ไปสู่การมีระบบที่ใช้ได้จริงในภาวะคับขัน

สะพานเชื่อมข้อมูล ปิดจุดบอดการแจ้งเตือน

ในอดีต เมื่อเกิดเหตุแผ่นดินไหวหรือน้ำท่วม ข้อมูลมักกระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ กว่าจะรวบรวม วิเคราะห์ และประกาศเตือน ข้อมูลเหล่านั้นก็อาจสายเกินการณ์

ผศ.ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น
(ที่ 3 จากซ้าย) –ผศ.ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น

ผศ.ดร.เด่นพงษ์ สุดภักดี จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะทีมพัฒนาหลัก เล่าถึงจุดเริ่มต้นที่เกิดจากความต้องการปกป้องชีวิตผู้คนกว่า 50,000 คนในพื้นที่มหาวิทยาลัยฯ ช่วงวิกฤติแผ่นดินไหว ทีมวิจัยพบช่องโหว่สำคัญคือ ประเทศไทยมีหน่วยงานดูแลเซนเซอร์มากมาย แต่กลับขาดตัวกลางที่จะเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านั้นเข้าด้วยกันอย่างเป็นเอกภาพ

“เป้าหมายหลักของ SRI Alert คือการสร้างสะพานเชื่อมระหว่างข้อมูลจากภาคสนามกับประชาชนทุกคน ในทุกช่องทางที่พวกเขาใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวัน” ผศ.ดร.เด่นพงษ์ ย้ำชัดถึงภารกิจหลัก

SRI Alert จึงถูกออกแบบมาเพื่อปิดช่องโหว่นี้โดยเฉพาะ ซึ่งพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายใต้การสนับสนุนของกองทุน ววน. ระบบนี้เปรียบเสมือนสมองส่วนกลาง ที่รวบรวมข้อมูลจากเซนเซอร์ตรวจวัดทั่วประเทศ สื่อสังคมออนไลน์ และฟีดข่าวสาร มาประมวลผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

หัวใจสำคัญคือการใช้มาตรฐาน CAP (Common Alerting Protocol) ซึ่งเป็นภาษาสากลในการแจ้งเตือนภัย ทำให้ข้อมูลจากทุกหน่วยงานคุยกันรู้เรื่อง ระบบ AI จะทำหน้าที่ประเมินความน่าเชื่อถือและความรุนแรงในเสี้ยววินาที ก่อนส่งต่อให้เจ้าหน้าที่อนุมัติผ่านระบบหลังบ้าน และกระจายข่าวสารถึงมือประชาชนผ่านช่องทางที่ทุกคนใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น LINE Official Account, Telegram และ Google Chat โดยสามารถระบุพื้นที่เป้าหมายได้แม่นยำถึงระดับตำบล

ทั้งนี้ SRI Alert เป็นเพลตฟอร์มกลางที่ช่วยยกระดับการบริหารจัดการภัยพิบัติของประเทศอย่างเป็นระบบ และที่สำคัญที่สุด คือ การเป็นกองหนุนที่แข็งแกร่งให้กับหน่วยงานภาครัฐ โดยป้อนข้อมูลเชิงลึกที่ได้รับการวิเคราะห์ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว มีผลการวิเคราะห์ถูกต้องแม่นยำ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถขององค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมพร้อมใช้ สนับสนุนให้หน่วยงานหลักนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ และให้บริการประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด

‘เซนเซอร์มนุษย์’ และนวัตกรรมปกป้องตึกสูง

ความโดดเด่นของ SRI Alert คือการเปลี่ยนประชาชนให้เป็น “เซนเซอร์ที่มีชีวิต” (Human Sensor) โดย ดร.วสันต์ ภัทรอธิคม จาก สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เผยว่าได้ดึงศักยภาพของแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ที่มีผู้ใช้กว่า 1.8 ล้านคน มาเป็นกลไกรับแจ้งเหตุความผิดปกติ เช่น น้ำล้นตลิ่งหรือกระแสน้ำเชี่ยว เพื่อวิเคราะห์และเตือนภัยผู้ที่อยู่ปลายน้ำได้ทันท่วงที

ในด้านวิศวกรรม ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย ได้นำเสนอระบบ “Tower Live” นวัตกรรมตรวจวัดสุขภาพอาคาร (Structural Health Monitoring) ฝีมือคนไทยที่มีราคาถูกกว่าต่างชาติถึง 5 เท่า โดยใช้ระบบ ไฟสัญญาณจราจร แจ้งสถานะความปลอดภัยของตึก โดยสีเขียว คือปลอดภัย ไม่ต้องอพยพ สีเหลือง ให้หาที่หลบภัยแต่ยังไม่ต้องอพยพ และสีแดง ต้องอพยพทันที ซึ่งระบบนี้ได้พิสูจน์ประสิทธิภาพมาแล้วในการแจ้งเตือนแผ่นดินไหวขนาด 3.3 ที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย

เจาะลึกภัยเงียบ ‘การสั่นพ้อง’ ในแอ่งดินอ่อน กทม.

ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ ให้ข้อมูลเชิงลึกว่า หากรอยเลื่อนสะกายในเมียนมาเกิดการไถลตัวใกล้กรุงเทพฯ มากขึ้น ผลกระทบจะทวีความรุนแรง เนื่องจากแอ่งดินอ่อนของ กทม. สามารถขยายความรุนแรงของคลื่นได้ 3-6 เท่า

ที่สำคัญคือปรากฏการณ์ “การสั่นพ้อง” (Resonance) ที่จะเลือกทำลายอาคารตามความสูง เช่น คลื่นจังหวะ 5 วินาทีจะกระทบตึก 50 ชั้น ขณะที่จังหวะ 2-4 วินาทีจะกระทบตึกขนาดกลาง 24-25 ชั้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับความเสียหายหนักที่สุด ทีมวิจัยจึงได้เสนอการติดตั้งอุปกรณ์ดูดซับพลังงาน (Damper) และระบบตรวจติดตามสุขภาพโครงสร้างเพื่อรับมือในระยะยาว

ยกระดับเมืองด้วย ‘ฝาแฝดดิจิทัล’

นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยสนับสนุนจากมหาวิทยาลัยนเรศวร โดย ผศ.ดร.กำพล ทรัพย์สมบูรณ์ ที่พัฒนาแบบจำลองสารสนเทศเมือง (Urban Information Modeling: UIM) หรือการสร้างเมืองฝาแฝดดิจิทัล มุ่งยกระดับการรับมือภัยพิบัติในเขตเมือง ทั้งปัญหาน้ำท่วม แผ่นดินไหว และฝุ่น PM2.5 ภายใต้แนวคิดสำคัญที่ตอกย้ำความโดดเด่นของเทคโนโลยี ที่ไม่ได้เพียงสร้างโมเดลอาคารสามมิติเพื่อให้เห็นภาพจำลองเท่านั้น แต่ยังเป็นระบบฐานข้อมูลเมือง โดยเฉพาะระบบทางวิศวกรรมและการจำลองสถานการณ์ ด้วยการบูรณาการข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานเข้ากับเทคโนโลยี 3 มิติ

แอปพลิเคชัน “ปลาปลอดภัย” โดย ศรัณย์พร เกิดเกาะ ที่ใช้ AI วิเคราะห์ความเสี่ยงโลหะหนักในปลาแม่น้ำกก ช่วยให้ประชาชนบริโภคอาหารได้อย่างปลอดภัยในช่วงวิกฤติน้ำท่วม

ศ.ดร.อุมา สีบุญเรือง และทีมนักวิจัย สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ได้พัฒนา “ระบบอัจฉริยะเพื่อการเตือนภัยและอพยพชุมชนจากภัยน้ำท่วมและแผ่นดินไหว: พื้นที่นำร่องระยะที่ 1 กรุงเทพมหานคร และเทศบาลเมืองแพร่” จากการบูรณาการเทคโนโลยี AI, IoT และ Big Data เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจของภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ให้เป็นระบบ End-to-End Disaster Management Platform ที่ครอบคลุมทั้งก่อนและหลังเกิดภัยพิบัติ โดยทุกโมดูลถูกเชื่อมเข้าด้วยกันผ่านแพลตฟอร์ม SRI Alert ซึ่งทำหน้าที่เป็นระบบเตือนภัยล่วงหน้า

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ทรู จับมือ Thoughtworks ปิด 3 ช่องว่าง AI องค์กรไทย

เปลี่ยนเซลล์เป็นยา: นวัตกรรม HealthTech ไทย สู่การพิชิตโรคร้าย

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar