Story of Business • Technology • Sustainability
Share on
×

Share

ทางรอดธุรกิจยุคใหม่: ติดอาวุธนวัตกรรม ปั้นแบรนด์และโมเดลธุรกิจ AI

ทางรอดธุรกิจยุคใหม่: ติดอาวุธนวัตกรรมปั้นแบรนด์และโมเดลธุรกิจ AI

ในวันที่บริบทของโลกธุรกิจเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและเต็มไปด้วยความผันผวน การบริหารจัดการแบบเดิมอาจไม่เพียงพอต่อการนำพาองค์กรให้อยู่รอดได้อีกต่อไป ท่ามกลางความท้าทายนี้ เหล่าผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาได้มารวมตัวกันเพื่อถ่ายทอดแนวคิดการปรับปรุงหลักสูตรที่มุ่งเน้นการติดอาวุธให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยมุ่งเน้นไปที่การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีสมัยใหม่ การสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ และการยึดถือธรรมาภิบาลเป็นเข็มทิศหลักในการดำเนินงาน

นวัตกรรมจัดการและ Agentic AI เพื่อผลกำไร

ดร.ตรียุทธ พรหมศิริ ประธานหลักสูตรผู้ประกอบการนวัตกรรมวิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดลสะท้อนภาพความยากลำบากของธุรกิจในปัจจุบันว่ามีความซับซ้อนขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาเรื่องกำลังคนที่จ้างงานใหม่ได้ยากขึ้น ในขณะที่บุคลากรเดิมต้องได้รับการจัดสรรหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ดร.ตรียุทธ เห็นว่าปีนี้คือบททดสอบของจริงที่ความเปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบต่อต้นทุนและการจ้างงานอย่างรุนแรง การนำเครื่องมือสมัยใหม่เข้ามาช่วยบริหารจัดการ ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานอย่างการจัดการองค์กร ระบบภาษี ไปจนถึงการเพิ่มกำไรผ่านเครื่องมือดิจิทัลอย่าง Peak Account, Flow Account หรือระบบจัดการงานอย่าง Trello และ Clickup จึงเป็นเรื่องจำเป็นเพื่อให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้ด้วยจำนวนคนที่จำกัด

“หากเราต้องการให้ธุรกิจยังคงดำเนินไปได้ด้วยดีในสภาวะที่ต้องใช้บุคลากรน้อยลง การพึ่งพาเครื่องมือจัดการจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” ดร.ตรียุทธ กล่าว

โดยเป้าหมายสูงสุดคือการยกระดับไปสู่การสร้าง Agentic AI หรือระบบจัดการที่สามารถตัดสินใจแทนเจ้าของได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เพื่อให้บริษัทขับเคลื่อนไปด้วยการจัดการที่ดีและสร้างผลกำไรอย่างต่อเนื่อง

ปั้นแบรนด์มืออาชีพด้วย Brand Building Canvas

ในมิติของการสร้างตัวตน สุวิทย์ เอื้อศักดิ์ชัย ผู้ก่อตั้งบริษัท Brand Matterbrand ชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างสำคัญระหว่างการผลิตสินค้าขายกับการสร้างแบรนด์อย่างมืออาชีพ การทำแบรนด์ในยุคหน้าต้องอาศัยการตกผลึกที่ลึกซึ้งจากประสบการณ์กว่า 30 ปี

คุณสุวิทย์ได้พัฒนาเครื่องมือที่เรียกว่า Brand Building Canvas 9 ช่อง ขึ้นมาเพื่อให้ผู้ประกอบการใช้ตรวจสอบควบคู่ไปกับแผนธุรกิจ (BMC) เพื่อตรวจเช็คว่าสิ่งที่คิดนั้นมีความเป็นไปได้จริงหรือไม่ โดยแบ่งระยะการพัฒนาออกเป็นสามขั้นตอน คือ Routing หรือการวางรากฐานที่มั่นคง Boosting เพื่อสร้างแรงผลักให้ธุรกิจก้าวไปข้างหน้าได้เร็ว และการสร้างเทคนิคการสื่อสารแบรนด์แบบ Echo เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความสนใจและเดินเข้าหาแบรนด์เองโดยธรรมชาติ

“แบรนด์ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของสิ่งของหรือผลิตภัณฑ์ แต่มันคือการสร้างตัวตน หากเราไม่สามารถนำเสนอคุณค่าของตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ได้ การจะสร้างความเชื่อมั่นในสิ่งอื่นย่อมเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง”  คุณสุวิทย์กล่าว

กลยุทธ์ Win-Win และการเป็น แบรนด์คนดี

ขณะที่ความเก่งกาจในเชิงธุรกิจต้องดำเนินควบคู่ไปกับ ทศพล ศุภเมธีกูลวัฒน์ ผู้ก่อตั้ง Blue Pine Ventures เสนอแนวคิดการทำธุรกิจแบบได้ประโยชน์ทุกฝ่ายผ่านกลยุทธ์ความยั่งยืนหรือ ESG

คุณทศพลระบุว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปสู่การมองหา “แบรนด์คนดี” หากแบรนด์ใดมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ผู้บริโภคพร้อมจะเลิกสนับสนุนทันที การบริหารจัดการผู้มีส่วนได้เสียจึงต้องครอบคลุมทั้งมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล โดยทศพลเน้นย้ำถึงกลยุทธ์ Quick Win ผ่านการใช้เครื่องมือสำรวจง่ายๆ เพื่อหาจุดบกพร่อง เช่น การตรวจสอบค่าไฟ ค่าน้ำ หรือการดูแลชุมชนรอบข้าง เปรียบเสมือนการทำ MRI ให้องค์กร แล้วจึงเริ่มลงมือแก้ไขด้วยการใช้เวลาและแรงงานก่อนที่จะเริ่มใช้เงินทุนจำนวนมาก

“แม้ท่านจะมีเครื่องมือที่ล้ำสมัย มีการสร้างแบรนด์ที่โดดเด่น หรือมีโมเดลธุรกิจที่ชาญฉลาดเพียงใด แต่หากขาดซึ่งจริยธรรมและการเป็นแบรนด์ที่ดีในสายตาผู้บริโภค ความสำเร็จย่อมไม่อาจเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืน” คุณทศพล กล่าว

AI เลขาคู่ใจในโมเดลธุรกิจยุคใหม่

ท้ายที่สุด ดร.ณัฐนรินทร์ เนียมประดิษฐ์ เจ้าของlean business Design Thailand และที่ปรึกษาโครงการ Startup Thailand League ให้มุมมองเกี่ยวกับการนำปัญญาประดิษฐ์มาใช้สร้างโมเดลธุรกิจ โดยเตือนว่าผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังเข้าใจผิดเรื่องการสั่งงาน AI หรือการ Prompt

ดร.ณัฐนรินทร์ ปรียบ AI เป็นเลขานุการที่ต้องการการฝึกฝนและการสั่งงานที่รอบคอบ หากสั่งงานอย่างไม่ละเอียด ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมไร้คุณภาพ การใช้ AI เพื่อสร้างโมเดลธุรกิจไม่ควรมองหาผลลัพธ์สำเร็จรูปเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ AI เป็นเครื่องมือช่วยวิเคราะห์ความต้องการเชิงลึก และจุดอ่อนของกลุ่มเป้าหมายทีละส่วน

“เราควรใช้ AI ในฐานะผู้ช่วยที่มีประสิทธิภาพ แต่อย่าปล่อยให้เทคโนโลยีทำงานแทนเราทั้งหมดจนขาดความเข้าใจในแก่นแท้ของธุรกิจ เพราะเมื่อถึงเวลาที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์จริง ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในทุกมิติของธุรกิจคือสิ่งเดียวที่จะทำให้เราอยู่รอดได้” ดร.ณัฐนรินทร์ กล่าว

การรวมตัวกันของทักษะทั้งสี่ด้านนี้เปรียบเสมือนการสร้างรากฐานที่ครบถ้วนสำหรับผู้ประกอบการในยุคปัจจุบัน โดยความรู้ทั้งหมดไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎี แต่เป็นการนำประสบการณ์จริงมาถ่ายทอดเพื่อให้เกิดการประยุกต์ใช้ได้ทันที ทั้งนี้ เป้าหมายสำคัญของหลักสูตรคือการทำให้ผู้เรียนมีวิทยายุทธ์ที่แข็งแกร่งขึ้นจากการผสมผสานเครื่องมือ นวัตกรรม และจริยธรรมเข้าด้วยกัน เพราะในโลกธุรกิจที่มีความผันผวนสูง การมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกลควบคู่ไปกับการลงมือปฏิบัติอย่างเข้าใจถ่องแท้ คือหัวใจสำคัญที่จะนำพาองค์กรให้เติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

ออมสิน-NIA เปิดหลักสูตรออนไลน์ ปั้น SME ไทยโตด้วยนวัตกรรม

SCG Decor ปฏิรูปฐานผลิตไทย-เวียดนาม ฝ่าวิกฤติพลังงาน ดันกำไรโตสวนกระแส

×

Share

ผู้เขียน

The Story Thailand Avatar